Rechercher dans ce blog

Wednesday, December 1, 2021

"ภูมิคุ้มกันบำบัด" จากพืชกินได้ นวัตกรรมไทย ทางเลือก ผู้ป่วย "เอดส์" - กรุงเทพธุรกิจ

นักวิทยาศาสตร์ไทย เผยผลวิจัย นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด จากพืชกินได้ ทางเลือก ผู้ติดเชื้อ "เอชไอวี" ผู้ป่วยเอดส์ พร้อมตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาช่วยผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ ทั่วโลก

วานนี้ (1 ธ.ค.64) โครงการวิจัยนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด  Operation   BIM    บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO ประกาศความก้าวหน้าผลการวิจัยนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด เนื่องในวันเอดส์โลก 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564  นับเป็นการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย เพื่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์  ในการใช้สูตรนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดจากพืชกินได้  เข้าไปช่วยฟื้นฟูสุขภาพผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS โดยล่าสุดอาสาสมัครผู้ติดเชื้อ  3 ราย  ซึ่งกินยาต้านไวรัส HIV/AIDS  มานานหลายปี  สามารถหยุดใช้ยาต้านไวรัสได้เป็นผลสำเร็จ โดยตรวจไม่พบเชื้อ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน 1 ปี  

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา  หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation  BIM  และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด  (มหาชน)  หรือ APCO  กล่าวว่า ปัจจุบัน ผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS จำนวนมากถึง 38 ล้านคนทั่วโลก และกว่า 5 แสนคนในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาผู้ติดเชื้อเหล่านี้ ต้องกินยาต้านไวรัส HIV/AIDS ไปตลอดชีวิต  เพราะหากหยุดใช้ยาต้านไวรัส เมื่อใด  เชื้อร้ายในร่างกายก็จะกลับมาเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ   

ขณะที่ผู้ติดเชื้อจำนวนไม่น้อยต้องได้รับผลกระทบข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยาต้านไวรัสต่อระบบประสาทส่วนกลาง หัวใจและหลอดเลือด ทางเดินอาหาร ทางเดินปัสสาวะ กล้ามเนื้อและกระดูก ผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อน ต่อมไร้ท่อ  

จากการศึกษากลไกทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาว Th1 และ Th17  ที่หากได้รับการกระตุ้น จะทำให้ Killer T Cell  หรือ เซลล์ T พิฆาต   ที่เปรียบเหมือนเซลล์อัศวินของร่างกาย ให้มีความแข็งแรงสามารถทำหน้าที่ขจัดและทำลายเชื้อโรคร้ายที่อยู่ในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวตัวดีอื่นๆ 

  • วิจัยสารสกัดจากพืชกินได้

ในปี พ.ศ. 2553 คณะนักวิจัย Operation BIM ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนาการเสริมฤทธิ์ของสารสกัดพืชกินได้ 5 ชนิด คือ มังคุด ใบบัวบก ฝรั่ง ถั่วเหลือง และงาดำ สามารถกระตุ้นเม็ดเลือดขาว Th1 ได้อย่างมีนัยสำคัญ และกระตุ้นเม็ดเลือดขาว Th17 ได้อย่างโดดเด่น  ซึ่งมีผลทำให้มีประสิทธิภาพของ Killer T Cell (เซลล์Tพิฆาต) มากขึ้น จึงได้นำไปใช้ฟื้นฟูและดูแลสุขภาพผู้ป่วยมะเร็งได้เป็นผลสำเร็จ

  • จากผู้ป่วยมะเร็ง สู่ผู้ป่วยเอดส์

จากนั้นจึงได้ก้าวไปอีกขั้นในการค้นคว้าวิจัยพัฒนาสูตรนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อทำลายเชื้อ HIV/AIDS ที่ฝังตัวอยู่ในเซลล์ภูมิคุ้มกัน CD4 ให้สลายไปพร้อมๆ กับเซลล์ที่เชื้อฝังตัวอยู่ จนตรวจไม่พบเชื้ออย่างต่อเนื่องในที่สุด

สำหรับความก้าวหน้าผลการวิจัยนวัตกรรม ภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อช่วยผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS   ล่าสุด   ศ.ดร.พิเชษฐ์ กล่าวว่า   เกิดจากความมุ่งมั่นเพื่อพิชิตความท้าทายใหม่ ว่าจะสามารถช่วยให้ผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS ที่ใช้ยาต้านไวรัสมาระยะเวลาหนึ่ง ให้สามารถลดและหยุดยาต้านไวรัสได้หรือไม่  

โดยผลการวิจัยล่าสุด ที่นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของโลก และถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ พบว่า อาสาสมัครผู้ติดเชื้อ 3 ราย ที่เข้าร่วมโครงการภูมิคุ้มกันบำบัด มาตลอด 1-2 ปี  และการให้คำปรึกษาผ่านระบบ  Remote Monitoring สามารถหยุดใช้ยาต้านไวรัสแล้ว 1-12 เดือน และมีสุขภาพแข็งแรง  โดยตรวจไม่พบเชื้อ HIV/AIDS นับเป็นผู้ติดเชื้อ HIV 3 รายแรกของโลก ที่สามารถหยุดใช้ยาต้านไวรัสได้สำเร็จ

  • อาสาสมัคร 8 ราย ไม่เคยใช้ยาต้าน

ก่อนหน้านี้ ในปี 2563  คณะนักวิจัย Operation  BIM ได้ประกาศประสบความสำเร็จกับการนำนวัตกรรม ภูมิคุ้มกันบำบัด จากพืชกินได้ ไปใช้ในอาสาสมัครผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS   8 ราย ที่ยังไม่ได้รับยาต้านไวรัสใดๆ เลย  โดยมีสุขภาพดี แข็งแรง และตรวจไม่พบเชื้อเป็นระยะเวลา 20-30  เดือนแล้ว รายที่นานที่สุด มีสุขภาพดีต่อเนื่องมา 7 ปี บางรายได้หยุดใช้นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดครบ 1 ปี ก็ยังมีสุขภาพแข็งแรงมากเหมือนเช่นเดิม    

“เจมส์”  สามารถหยุดยาต้านไวรัสรวม 12 เดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 ถึงพฤศจิกายน 2564  โดยนับเป็นรายแรกของโลก  กล่าวว่า ทราบว่าติดเชื้อเอชไอวี และเริ่มใช้ยาต้านไวรัสในเดือนกรกฎาคม 2560  หลังใช้ยาต้านไวรัสเป็นเวลา 2 ปี  เป็นไขมันในเลือดสูง ชาตามปลายมือและเท้า ค่าตับสูง กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีอาการภูมิแพ้ เป็นหวัดบ่อย นอนหลับไม่สนิท ได้เข้าร่วมโครงการเพื่อใช้นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดในเดือนกรกฎาคม 2562 ผลการตรวจเลือดครั้งล่าสุด CD4 เท่ากับ 724 cells/cu.mm. และยังคงตรวจไม่พบเชื้อ แข็งแรงเทียบเท่าคนปกติ เป้าหมายสูงสุดคือ อยากให้ร่างกายปลอดจากเชื้อ เอชไอวี

  • ศูนย์ให้คำปรึกษา ผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS 

นอกจากนี้ APCO  ยังวางแผนตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแก่ผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS  ทั่วโลก ผ่าน Remote Monitoring  พร้อมเปิดรับนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย รุ่นใหม่ๆ พร้อมมอบเงิน 1 ล้านบาท  สนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิสิทธิเด็ก บ้านแกร์ด้า จ.ลพบุรี ซึ่งดูแลเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ โดยหลายปีมานี้ บริษัทได้ทำโครงการซีเอสอาร์ นำนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดไปช่วยเหลือ ทำให้น้องๆ มีสุขภาพแข็งแรง ต่อเนื่อง

“อยากทำความเข้าใจให้กับสังคมด้วยว่า เชื้อเอชไอวี  ไม่ใช่เป็นเชื้อที่น่ารังเกียจ และปัจจุบันนี้เรามีวิธีการที่จะควบคุมได้แล้ว   หากเราสามารถดูแลเขา จนเขาตรวจไม่พบเชื้อได้ต่อเนื่อง  ให้ถือว่าเขาเป็นปกติ  เมื่อเขาหายแล้ว  ต้องให้โอกาส รับเขาเข้าไปในสังคม เป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป”    

สำหรับ โครงการวิจัยนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดจากพืชกินได้ Operation BIM (Balancing Immunity) ได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษา และหน่วยงานของรัฐ หลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  

โดยในปี 2558 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ยังประกาศรับรอง นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยสารสกัดจากพืชกินได้ APCOcap  ให้เป็นนวัตกรรมของชาติไทย สำหรับเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ติดเชื้อเอชไอวี  และในปี 2559  ยังได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงได้รับเชิญไปบรรยายในการประชุมระดับโลก  EuroScicon 2019  ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อประกาศความสำเร็จที่ทำให้เชื้อเอชไอวี อยู่ในภาวะสงบ หรือ Functional Cure  เป็นครั้งแรกในโลก

พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์  ศิลาวงษ์

Adblock test (Why?)


"ภูมิคุ้มกันบำบัด" จากพืชกินได้ นวัตกรรมไทย ทางเลือก ผู้ป่วย "เอดส์" - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

"ทางหลวงชนบท" 3 จังหวัดใต้อ่วม น้ำท่วม 7 สายทาง ห้ามผ่าน 6 สายทาง - เดลีนีวส์

This website uses cookies to improve your experience while you navigate through the website. Out of these, the cookies that are categorized as necessary are stored on your browser as they are essential for the working of basic functionalities of the website. We also use third-party cookies that help us analyze and understand how you use this website. These cookies will be stored in your browser only with your consent. You also have the option to opt-out of these cookies. But opting out of some of these cookies may affect your browsing experience.

Adblock test (Why?)


"ทางหลวงชนบท" 3 จังหวัดใต้อ่วม น้ำท่วม 7 สายทาง ห้ามผ่าน 6 สายทาง - เดลีนีวส์
Read More

จากกันด้วยดี สมุทรปราการแยกทาง “อิชิอิ” คาดโยกรับงานบุรีรัมย์ - ไทยรัฐ

ทัพเขี้ยวสมุทรประกาศแยกทางกับ "มาซาทาดะ อิชิอิ" ตามคาด หลังร่วมงานกันมาตั้งแต่ปี 2019 ท่ามกลางข่าวลือที่ว่ากุนซือชาวญี่ปุ่นรายนี้ อาจไปคุมบุรีรัมย์ในเลกสอง


ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวลือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือมากประสบการณ์จากแดนปลาดิบ ได้ตัดสินใจที่จะโบกมือลา “เขี้ยวสมุทร” หลังจบเลกแรกไทยลีก 2021-22 เนื่องจากหมดสัญญา

กระทั่งล่าสุด สมุทรปราการ ซิตี้ ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กของสโมสร เพื่อยืนยันการแยกทางกับ อิชิอิ อย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมกับอวยพรให้โชคดีกับเส้นทางใหม่ในอนาคต หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายร่วมงานกันมาตั้งแต่ปี 2019

สำหรับ มาซาทาดะ อิชิอิ วัย 54 ปี ฝากผลงานไว้กับทีมดังแห่งย่านปากน้ำ ด้วยการคุมทีมไปทั้งสิ้น 50 นัด ชนะ 21 เสมอ 10 และแพ้ 19 นัด ซึ่งเป้าหมายต่อไปคาดว่า จะย้ายไปรับงานคุมทีม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แทนที่ของ อเล็กซานเดร กามา ในช่วงเลกสอง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกว่า มาซามิ ทากิ อีกหนึ่งกุนซือชาวญี่ปุ่น อาจเข้ามารับงานกุนซือคนใหม่ของทีม “เขี้ยวสมุทร” ในเลกที่สอง หลังกลายเป็นกุนซือว่างงานนับตั้งแต่แยกทางกับ พีที ประจวบ เมื่อเดือนที่ผ่านมา.

Adblock test (Why?)


จากกันด้วยดี สมุทรปราการแยกทาง “อิชิอิ” คาดโยกรับงานบุรีรัมย์ - ไทยรัฐ
Read More

'จีน-ลาว' เซ็นข้อตกลงร่วมมือ 'ขนส่งทางราง' ฉบับแรก - เดลีนีวส์

This website uses cookies to improve your experience while you navigate through the website. Out of these, the cookies that are categorized as necessary are stored on your browser as they are essential for the working of basic functionalities of the website. We also use third-party cookies that help us analyze and understand how you use this website. These cookies will be stored in your browser only with your consent. You also have the option to opt-out of these cookies. But opting out of some of these cookies may affect your browsing experience.

Adblock test (Why?)


'จีน-ลาว' เซ็นข้อตกลงร่วมมือ 'ขนส่งทางราง' ฉบับแรก - เดลีนีวส์
Read More

PSG Esports บอกลา DCB - eArena ประกาศแยกทาง Cherie - ข่าวสด

PSG Esports ทีมในศึก RoV Pro League ประกาศแยกทางกับ DCB เพลเยอร์ในตำแหน่ง Jungler ขณะที่ eArena บอกลาพี่ใหญ่ของทีมอย่าง Cherie

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ฤดูกาลการโยกย้ายเพลเยอร์ในส่วนของวงการ RoV ในบ้านเรา เริ่มมีความเคลื่อนไหวแล้ว โดยล่าสุด PSG Esports ต้องประกาศบอกลาเพลเยอร์ Jungler ของทีมอย่าง DCB แล้ว

โดยเหตุผลในการแยกทางกันในครั้งนี้ เป็นเพราะตัวของเพลเยอร์ดาวรุ่งรายนี้ ต้องกลับไปเรียนต่อและเตรียมตัวเข้าสอบในระดับอุดมศึกษาทำให้ต้องโฟกัสกับการเรียนเป็นอันดับแรก

ขณะเดียวกันทางทีม eArena อีกหนึ่งทีมจากศึก RoV Pro League ก็มีการเปลี่ยนแปลงไลน์อัพในทีมเช่นกัน โดยพวกเขาได้ออกมาประกาศบอกลาพี่ใหญ่ของทีมอย่าง Cherie ที่ถือเป็นเพลเยอร์ที่อยู่กับวงการ RoV มาอย่างยาวนาน เรียบร้อยแล้ว

Adblock test (Why?)


PSG Esports บอกลา DCB - eArena ประกาศแยกทาง Cherie - ข่าวสด
Read More

"บีทีเอส" ขนส่งทางรางแห่งแรกของโลก ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ - กรุงเทพธุรกิจ

อบก. รับรองบีทีเอส กรุ๊ปฯ ในการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ นับเป็นบริษัทระบบขนส่งทางรางแห่งแรกของโลกที่เป็นกลางทางคาร์บอน

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เป็นหน่วยงานของรัฐบาล  ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนหลักในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย ให้การรับรอง  บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส กรุ๊ปฯ ในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Carbon Neutral นับเป็นบริษัทระบบขนส่งทางรางแห่งแรกของโลกที่เป็นกลางทางคาร์บอน

บีทีเอส กรุ๊ปฯ ดำเนินงานร่วมกับ อบก. ในการสร้างความตระหนักรู้ การปรับตัวและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งการเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอนในครั้งนี้ของบีทีเอส กรุ๊ปฯ สอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ของบริษัทในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่บริษัทฯ มุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะจากการใช้พลังงานไฟฟ้า อีกทั้งยังสอดรับกับนโยบายระดับประเทศในส่วนของการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายระยะยาวของประเทศไทยในการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2593 ตามความตกลงปารีสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Paris Climate Agreement)

นายเกียรติชัย ไมตรีวงศ์ ผู้อำนวยการ อบก. กล่าวว่า “อบก. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยไปสู่ภาคเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน มีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศ โดยครั้งนี้ อบก. มีความยินดีที่ได้เห็นความมุ่งมั่นของบีทีเอส กรุ๊ปฯ ในการขับเคลื่อนองค์กรในการลดก๊าซเรือนกระจก จนก้าวขึ้นมาเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน

นอกจากนี้ อบก. ยังหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เห็นทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ และขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกตามที่วางไว้”ในส่วนของบีทีเอส กรุ๊ปฯ ภายใต้กลยุทธ์ 3M ที่มีธุรกิจ MOVE ในฐานะผู้ให้บริการการเดินทางแบบ door-to-door และเป็นผู้ให้บริการขนส่งทางรางชั้นนำของประเทศไทยผ่านรถไฟฟ้าบีทีเอส ทั้งนี้ จากการที่รถไฟฟ้าบีทีเอสมีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำ ทำให้ผู้ใช้บริการมีทางเลือกในการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางจากระบบขนส่งประเภทอื่นที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่า อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการจราจรที่แออัด และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) นำมาซึ่งคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นแก่ชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล

"บีทีเอส" ขนส่งทางรางแห่งแรกของโลก ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์

นายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บีทีเอส กรุ๊ปฯ กล่าวเสริมว่า ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนที่บีทีเอส กรุ๊ปฯ ให้ความสำคัญ เพราะบริษัทฯ  มีเป้าหมายที่สำคัญในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่เมือง และในปีนี้เราได้ดำเนินการทำแผนชดเชยคาร์บอนภาคสมัครใจ โดยการเข้าร่วมโครงการสนับสนุุนคาร์บอนเครดิตในโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าชีวมวลของมิตรผล (มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์) ภายใต้การกำกับดูแลของ อบก. จากการดำเนินการนี้ เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการรับรองจาก อบก. ว่าเป็นบริษัทที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Carbon Neutral ซึ่งนับเป็นบริษัทระบบขนส่งทางรางแห่งแรกของโลกที่เป็นกลางทางคาร์บอน

อย่างไรก็ดี แม้ธุรกิจระบบขนส่งมวลชนทางรางที่เป็นธุรกิจหลักของเรา จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ นำมาซึ่งคุณภาพอากาศที่ดีมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ เรายังคงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนของบีทีเอส กรุ๊ปฯ จะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนเพื่อให้ผู้อื่นสามารถนำไปปฏิบัติตาม

Adblock test (Why?)


"บีทีเอส" ขนส่งทางรางแห่งแรกของโลก ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

อย่าบิดเบือน! โคราชเบรกข่าวแยกทาง ซาฮาเน็ค - Goal.com

นฬาพร ไชยนิน รองประธานฝ่ายหารายได้-สิทธิประโยชน์ และผู้อำนวยฝ่ายสื่อสารองค์กรสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ออกมาปฏิเสธข่าวลือเตรียมแยกทาง มาร์โค ซาฮาเน็ค กองกลางตัวเก่งชาวออสเตรีย ในรีโว่ ไทยลีก 2021-22 เลกสอง

มิดฟิลด์วัย 31 ปี ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ และไม่มีชื่ออยู่ในทีมในช่วงหลัง ก่อนจะกลับมาลงสนามอีกครั้งในเกมนุดสุดท้ายเลกแรก ที่บุกแพ้ เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-4 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กระทั่งเริ่มมีข่าวลือเตรียมถูกสโมสรปล่อยตัวออกจากทีม

อย่างไรก็ตามล่าสุด นฬาพร ไชยนิน รองประธานฝ่ายหารายได้-สิทธิประโยชน์ และผอ.สื่อสารองค์กร ได้ออกมาตอบโต้ข่าวลือดังกล่าว หลังมีเพจหนึ่งรายงานข่าวว่าทางสโมสรจะปล่อยดาวเตะชาวออสเตรีย เนื่องจากมีปัญหาอาการบาดเจ็บบ่อย โดยชี้แจงว่า

อ่านบทความต่อด้านล่าง

“ทางสโมสรยังไม่มีข้อสรุปนะคะไม่ทราบว่า ใครเป็นคนให้ข่าว และทำไมถึงกล้าลงข่าวที่ไม่จริง แบบนี้ขอปรึกษาทางกฎหมายก่อนนะคะ”

“เตือนสำหรับ เพจที่ชอบลงข่าวมั่ว ข่าวบิดเบือน ทั้งๆที่ข้อมูลยังไม่มีบทสรุปจากทางสโมสรเลยเรื่องนี้ ควรจะมีความรับผิดชอบ และจรรยาบรรณในการเสนอข่าวเป็นมืออาชีพดีกว่านะคะ ใครเป็นเจ้าของเพจ ช่วยติดต่อกลับด่วนเลยค่ะ” รองประธานฝ่ายหารายได้-สิทธิประโยชน์โคราช กล่าวผ่านเฟซบุ๊ค

สำหรับ มาร์โค ซาฮาเน็ค เพิ่งย้ายจาก ฟลอริดส์ดอร์เฟอร์ ในลีกออสเตรีย มาร่วมทัพ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ในฤดูกาลนี้ โดยลงสนามไปแล้ว 9 นัด ทำ 2 ประตู และสองแอสซิสต์

Adblock test (Why?)


อย่าบิดเบือน! โคราชเบรกข่าวแยกทาง ซาฮาเน็ค - Goal.com
Read More

นักวิชาการ มธ. เสนอกลไกทางเลือกแก้ PM 2.5 - ไทยโพสต์

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ม.ธรรมศาสตร์ แนะ ควรให้ ‘อำนาจสั่งการ’ คกก.อากาศสะอาด ดำเนินมาตรการข้ามหน่วยงาน พร้อม ‘บูรณาการงบประมาณ’ ตามภารกิจ...