Rechercher dans ce blog

Showing posts with label ทาง. Show all posts
Showing posts with label ทาง. Show all posts

Thursday, February 1, 2024

นักวิชาการ มธ. เสนอกลไกทางเลือกแก้ PM 2.5 - ไทยโพสต์

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ม.ธรรมศาสตร์ แนะ ควรให้ ‘อำนาจสั่งการ’ คกก.อากาศสะอาด ดำเนินมาตรการข้ามหน่วยงาน พร้อม ‘บูรณาการงบประมาณ’ ตามภารกิจ – ‘เสริมแรงทางบวก’ ผู้ประกอบการ หนุนแก้ปัญหา PM 2.5 ควบคู่ไปกับยกเครื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

31 ม.ค.2567 - รศ.ดร.สุรศักดิ์ บุญเรือง อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การแก้ไขมลพิษทางอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จำเป็นต้องมองทั้งกระบวนการของการเกิดปัญหาซึ่งมาจากแหล่งกำเนิดมลพิษหลายแหล่ง โดยส่วนตัวเห็นว่ากระบวนการในการจัดการกับเศษวัสดุทางการเกษตรถือเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลควรให้การสนับสนุนการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับการแปรรูปเศษวัสดุทางการเกษตร เป็นสินค้าทั้งในระดับชุมชนหรือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ว่าจะมีมาตรการส่งเสริมหรือสนับสนุนอย่างไรควบคู่ไปกับการกำหนดมาตรการควบคุมกิจกรรมของผู้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศแต่เพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ ควรมีการใช้มาตรการเชิงให้รางวัลองค์กรหรือบริษัทหรือผู้ประกอบธุรกิจเอกชนที่มีส่วนในการเข้ามาช่วยดำเนินการจัดการลดปัญหา หรือทำให้เกิดกลไกอากาศสะอาด เช่น การให้รางวัลหรือการจัดอันดับความน่าเชื่อถือและการยอมรับในการบริหารจัดการแบบมีธรรมาภิบาล โดยอาจกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกตามกฎหมายว่าด้วยอากาศสะอาด หรือกลไกตามกฎหมายอื่นให้เกิดความชัดเจน

รศ.ดร.สุรศักดิ์ กล่าวว่า กรณีที่มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายหรือคณะกรรมการบริหารภายใต้กฎหมายว่าด้วยอากาศสะอาด เห็นว่าควรมีการ ‘ให้อำนาจ’ คณะกรรมการชุดเหล่านี้ในการให้คำแนะนำข้อเสนอแนะ หรืออาจขยับไปถึง ‘อำนาจในการสั่งการ’ ให้หน่วยงานอื่นที่มีอำนาจตามกฎหมายดำเนินมาตรการ หรือใช้มาตรการบางเรื่องที่ยังไม่ได้มีการดำเนินการ และอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ
หน่วยงานนั้นได้ โดยในกรณีที่มีการตั้งกองทุนหรือจัดสรรงบประมาณ ให้มีอำนาจที่จะจัดสรรงบประมาณข้ามหน่วยได้

“กรณีที่มีการทำนโยบายแผนงานและโครงการภาครัฐที่คาบเกี่ยวระหว่างหน่วยงานหลายหน่วยงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย แต่เป็นไปเพื่อแก้ปัญหาเดียวกัน เช่น แผนงานเกี่ยวกับการลดการเผาในภาคเกษตรและแปรรูปเศษวัสดุทางการเกษตร ซึ่งอาจมีหลายหน่วยงานคาบเกี่ยวในภารกิจดังกล่าว
ควรใช้แนวทางการจัดทำงบประมาณบูรณาการเป็นเครื่องมือขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานที่มีบทบาทภารกิจอันมีเป้าหมายเดียวกัน” รศ.ดร.สุรศักดิ์ กล่าว

รศ.ดร.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ 2535 ซึ่งมีมาตรการหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรง รวมถึงยังมีกฎหมายอื่นที่กำหนดมาตรการจัดการมลพิษ อาทิ กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข กฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติ อย่างไรก็ดี มีหลายฝ่ายที่มีความเห็นตรงกันว่ากฎหมายที่มีอยู่ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหามลพิษทางอากาศที่ทวีความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องมีการเสนอร่างกฎหมาย ได้แก่ ‘ร่างพ.ร.บ. อากาศสะอาด’ ซึ่งปัจจุบันมีการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร 7 ฉบับ และที่ประชุมได้มีมติรับหลักการไปแล้ว

ร่างกฎหมายทั้ง 7 ฉบับ บางร่างได้กำหนดนิยาม “อากาศสะอาด” โดยให้หมายถึง อากาศที่ไม่มีสารมลพิษ หรือมีสารมลพิษเจือปนอยู่ในปริมาณที่ไม่เกินมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาด ตามประกาศคณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด และ “อากาศสะอาด” หมายความว่า อากาศที่ไม่มีสารมลพิษ หรือไม่มีสารมลพิษเจือปนอยู่ในปริมาณที่สูงกว่าระดับปกติเป็นเวลานานพอที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ พืช หรือ ทรัพย์สินต่าง ๆ อันเป็นที่ยอมรับทางวิชาการระดับสากล หรือตามที่คณะกรรมการกำกับประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการร่วม

ซึ่งการกำหนดนิยามดังกล่าว มุ่งที่จะให้มีความแตกต่างจากแนวคิด การจัดการมลพิษทางอากาศที่มีอยู่เดิมในกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะการมุ่งที่จะให้มีการกำหนดมาตรการบริหารจัดการเพื่อนำไปสู่สภาวะ “อากาศสะอาด”

รศ.ดร.สุรศักดิ์ ได้ให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรการในร่างกฎหมายเรื่องดังกล่าวว่า ควรมีการพิจารณาว่าจะเชื่อมโยง มาตรการในร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดกับกฎหมายอื่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน ตลอดจนหน่วยงานและภารกิจเดิมที่อยู่ภายใต้หน่วยงานต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างไร จึงจะช่วยให้เกิดความคล่องตัว และไม่ตัดภารกิจหรือบทบาทของหน่วยงานเดิมทั้งหมด ในขณะเดียวกันก็จะทำให้ สามารถแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนโดยอาศัยสรรพกำลังของหลายหน่วยงาน เพราะคงไม่สามารถที่จะตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่โดยไม่ให้หน่วยงานเดิมทำภารกิจ

นอกจากนี้ ควรมีการร่างกฎหมายบนแนวคิดที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (No one left behind.) โดยจะต้องตระหนักว่าสาเหตุส่วนหนึ่งของปัญหามลพิษทางอากาศมาจากการที่ต้นทางของแหล่งกำเนิดมีทางเลือกในการจัดการทรัพยากรค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรและการจัดการพื้นที่เพาะปลูก กฎหมายฉบับนี้จะต้องตระหนักว่าจะมีการวางหลักการอย่างไรให้กลุ่มคนที่เป็นผู้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศจากภาคการเกษตรไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นจำเลย และเป็นต้นเหตุของการออกกฎหมายฉบับนี้ โดยอาจจำเป็นต้องสร้างเครื่องมือหรือกลไกการมีส่วนร่วม เช่น การสนับสนุนให้มีการจัดตั้งหรือการรวมกลุ่มสมาชิกในระดับพื้นที่ชุมชนและมีมาตรการส่งเสริมหรือสนับสนุน ทั้งในด้านเงินทุน หรือในด้านเทคนิคความรู้ความสามารถในการเข้าไปจัดการ เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทัศนคติในการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร

ในส่วนของมาตรการส่งเสริมและมาตรการทางเศรษฐศาสตร์นั้น ควรมุ่งไปที่การแก้สาเหตุของปัญหาซึ่งส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการเผาในที่โล่งจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งเห็นว่านอกเหนือจากการหามาตรการส่งเสริมให้มีการลดหรือเปลี่ยนวิธีการในการจัดการกับเศษวัสดุทางการเกษตรแล้ว อาจจำเป็นต้องหาแนวทางที่เปลี่ยนการประกอบอาชีพ จากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวไปเป็นการประกอบอาชีพเกษตรอินทรีย์และเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น เช่น สนับสนุนให้มีการปลูกไม้ยืนต้น โดยมีมาตรการส่งเสริมที่ให้สิทธิประโยชน์โดยใช้เครื่องมือเชิงสมัครใจเช่นข้อตกลงเชิงอนุรักษ์

ในแง่ของการดำเนินการภาครัฐอาจจำเป็นต้องให้หน่วยงานภาครัฐเริ่มใช้กระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีส่วนลดการกรองฝุ่นละออง เช่น การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีมติคณะรัฐมนตรีที่ได้ส่งเสริมให้มีการจัดซื้อจัดจ้างยานพาหนะที่ใช้สำหรับหน่วยราชการโดยใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดการใช้ยานยนต์ที่มีระบบสันดาบโดยอาจจะต้องมีการมองในบริบทที่กว้างมากขึ้นเช่นกันว่าจะมีกลไกอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องสนับสนุนอย่างไร

“กฎหมายว่าด้วยอากาศสะอาดเพียงฉบับเดียวอาจไม่ใช่เครื่องมือที่จะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด อาจจะต้องมีการทบทวนด้วยว่าจะมีการปรับปรุงกลไกทางกฎหมายและนโยบายที่อยู่ในกฎหมายอื่นให้ผสานเชื่อมโยงและตอบรับกับการบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศให้มากขึ้นได้หรือไม่เพียงใด เช่น มีโจทย์ที่จะต้องพิจารณาว่าควรปรับปรุงมาตรการเกี่ยวกับการประกาศกำหนดเขตควบคุมมลพิษตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถควบคุมการก่อมลพิษได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงแต่การกำหนดเขตควบคุมมลพิษเพื่อจัดทำนโยบายและแผนลดและจัดการมลพิษเพียงอย่างเดียว โดยอาจจำเป็นต้องมีมาตรการกำหนดให้มีการรายงานข้อมูล จากผู้ก่อมลพิษและมาตรการเชิงลงโทษหรือดำเนินการอย่างอื่นตามความเหมาะสมด้วย” รศ.ดร.สุรศักดิ์ กล่าว

Adblock test (Why?)


นักวิชาการ มธ. เสนอกลไกทางเลือกแก้ PM 2.5 - ไทยโพสต์
Read More

Wednesday, January 31, 2024

ชี้ช่องทางออมเงิน ผ่านแอปฯ แถมรัฐสมทบ สูงสุดถึง 100 % - PPTVHD36

ชี้ช่องทางออมเงิน ผ่านแอปฯ แถมรัฐสมทบ สูงสุดถึง 100 % แต่ไม่เกิน 1,800 บาท เริ่มออมได้ตั้งแต่ 50 บาท

ในปัจจุบันที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประชากรกลุ่มคนวัยทำงานก็มีจำนวนลดน้อยลง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุวัยเกษียณในอนาคต โดยกระทรวงการคลังตั้งระบบการออมเงินภาคสมัครใจสำหรับแรงงานนอกระบบและผู้ประกอบอาชีพอิสระผ่านกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช.

ธ.ไทยเครดิต เคาะ IPO 29.00 บาท/หุ้น เปิดขายสถาบันแล้ววันนี้

อุ้มผู้มีรายได้น้อย ธอส.เตรียมกระตุ้นอสังหาฯ หลังแบงก์ปฏิเสธกู้บ้านต่ำกว่า 5 ล้าน

โดยเปิดช่องทางการออมเพิ่ม ผ่านแอปพลิชันในโทรศัพท์มือถือ โดยสามารถเริ่มออมตั้งแต่ 50 บาท แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

กองทุนการออมแห่งชาติ
กอช.รัฐสมทบสูงสุด 100% แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี

และรัฐสมทบสูงสุด 100% แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี

  • อายุ 15 - 30 ปี รัฐสบทบ 50% ของเงินสะสม สูงสุดไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี*
  • อายุ 30 - 50 ปี รัฐสบทบ 80% ของเงินสะสม สูงสุดไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี*
  • อายุ 50 - 60 ปี รัฐสบทบ 100% ของเงินสะสม สูงสุดไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี% แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ ระบุว่า ปัจจุบันมีฐานสมาชิกกว่า 2.58 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงใช้บริการในรูปแบบผ่านหน่วยงานในพื้นที่สูงถึง 85% กอช. จึงมุ่งพัฒนาเพื่อยกระดับการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเข้าถึงบริการในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม การออมผ่านแอปพลิเคชัน ล่าสุด ผ่าน ทรูมันนี่ โดยภายหลังเปิดทดลองให้บริการไม่ถึงสองเดือน มียอดออม กอช. ผ่านแอปทรูมันนี่แล้วประมาณ 4 ล้านบาท และเราคาดการณ์ว่ายอดออมดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านบาท และมีผู้ใช้รวม 1 ล้านบัญชีภายในสิ้นปี 2567

TOP เศรษฐกิจ

วิดีโอยอดนิยม

เรื่องที่คุณอาจพลาด

Adblock test (Why?)


ชี้ช่องทางออมเงิน ผ่านแอปฯ แถมรัฐสมทบ สูงสุดถึง 100 % - PPTVHD36
Read More

6 เหตุผล ทำไมราชวิถีควรมีทางเดินลอยฟ้า (Skywalk) - Post Today

เหตุผล 6 ข้อ ทำไมราชวิถีควรมี Skywalk 


1. คนเดินเยอะ ทางเท้าแคบ แต่ไม่สามารถขยายเพิ่มได้

แม้ทางเท้าราชวิถีในบางช่วงจะมีความกว้าง 3-3.5 เมตร แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อผู้ใช้งานกว่า 120,000 คนต่อวัน สำคัญคือทางเท้าเส้นนี้ยังมีความกว้างที่ไม่สม่ำเสมอกัน โดยเฉพาะทางเท้าหน้ารพ.พระมงกุฎ และมูลนิธิคนตาบอดที่มีความกว้างน้อยกว่า 1.5 เมตร ทั้งยังมีต้นไม้อยู่บนทางเท้าในหลายช่วง ถือเป็นอุปสรรคต่อการเดินเท้าของผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วย และผู้พิการทางสายตา ทั้งนี้ทางเท้าราชวิถีกลับไม่สามารถขยายเพิ่มได้ เนื่องจากถนนราชวิถีเป็นหนึ่งในถนนของเมืองที่มีค่าดัชนีรถติดมากในแต่ละวัน ความสามารถในการรองรับปริมาณรถของถนนเส้นนี้จึงถึงขีดจำกัด การขยายทางเท้าจะทำให้พื้นที่ถนนลดลงจนส่งผลให้มีรถติดมากขึ้น Skywalk จึงเป็นแนวทางที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่ทางเดินเท้าที่ส่งผลกระทบต่อพื้นผิวถนนราชวิถีน้อยที่สุด

2. รองรับผู้ใช้งานที่เข้ามาในอนาคต จากโครงการพัฒนาต่าง ๆ 

จากข้อมูลของหน่วยงานในพื้นที่ ถนนราชวิถีมีจํานวนผู้ใช้งานริม 2 ฝั่งถนน ประมาณ 120,000 คนต่อวัน อีกทั้งในอนาคตยังมีแนวโน้มผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้น จากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่กําลังจะมาถึง อย่างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีใหม่ที่สามารถให้บริการผู้ป่วยนอกได้ 2.5 ล้านคนต่อปี และผู้ป่วยใน 55,000 รายต่อปี ประกอบกับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มที่เป็นส่วนหนึ่งของรถไฟความเร็วสูง เชื่อมต่อ 3 สนามบิน ได้แก่ ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา Skywalk จึงเป็นยุทธศาสตร์สําคัญในการรับมือกับปริมาณผู้คนที่จะเดินทางเข้ามาในย่านเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ พร้อมทั้งตอบโจทย์อนาคตของย่านที่กำลังจะกลายเป็นสังคมผู้สูงวัย ตลอดจนรองรับการใช้งานของกลุ่มเปราะบาง อย่างผู้ป่วย คนใช้รถเข็น และผู้พิการทางสายตาอีกด้วย

3. มีอุปสรรคบนพื้นผิวทางเท้าจำนวนมาก

ทางเดินเท้าแนวถนนราชวิถีเต็มไปด้วยอุปสรรคจากสาธารณูปโภคกว่า 204 จุด อาทิ ป้ายสัญญาณจราจร ป้ายประกาศ เสาไฟฟ้า ตู้ไปรษณีย์ เป็นต้น โดยเฉพาะบริเวณทางเท้าที่มีขนาดแคบกว่า 1.7 เมตร มีต้นไม้ใหญ่อยู่บนผิวทางเท้า ทำให้มีพื้นที่ไม่เพียงพอสำหรับคนเดินเท้า ซึ่งเป็นปัญหาหลักสำหรับกลุ่มผู้ป่วย ผู้ใช้รถเข็น และผู้พิการทางสายตา การทำ Skywalk จะช่วยส่งเสริมให้การเดินเท้าของคนทุกกลุ่มสะดวกมากยิ่งขึ้น

เครดิตภาพ: the Urbanis.com

4. เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเดินเท้า

นอกจากมีสิ่งกีดขวางแล้ว ทางเท้าราชวิถียังไม่มีเบรลล์บล็อกสำหรับผู้พิการทางสายตา และไม่มีทางลาดสำหรับผู้ใช้งานรถเข็น อีกทั้งกลุ่มผู้สูงวัยและนักเรียนคนตาบอดยังต้องเสี่ยงอันตรายจากรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ในทุกวัน เพราะต้องเดินเท้าผ่านทางเข้า-ออกรถหน้าหน่วยงานถึง 19 จุด การมี Skywalk จะช่วยส่งเสริมให้สามารถเดินเท้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องหยุดเดินระวังรถเข้า-ออก พร้อมเป็นทางเดินที่ส่งเสริมปลอดภัยสำหรับทุกคน

5. เชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะได้ในหลายระดับ

Skywalk เป็นการพัฒนาพื้นที่ทางกายภาพอย่างไร้รอยต่อ เชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ รถประจำทางสาธารณะ ทั้งรถเมล์ รถสองแถว รถตู้ และระบบรถไฟฟ้า BTS ตลอดจนโครงการในอนาคตอย่างรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มที่เชื่อมต่อกับสนามบิน พร้อมทั้งมีโครงสร้างป้องกันแดดและฝน ส่งเสริมการเดินเท้าถึงจุดหมายปลายทางได้ในทุกสภาพอากาศ เสริมสร้างความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเดินทางเพื่อคนทั้งมวล ทั้งผู้ป่วย ผู้มีข้อจํากัดด้านการเคลื่อนที่ ผู้สูงอายุ บุคลากร และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งประชาชนทั่วไปอย่างเท่าเทียม

6. เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาฟื้นฟูย่านโยธี-ราชวิถีอย่างบูรณาการ

Skywalk ช่วยเชื่อมต่อ แลกเปลี่ยน แบ่งปันทรัพยากรอย่างเครื่องมือ และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล สถาบัน และโรงเรียนการแพทย์ 12 หน่วยงานในย่าน ถือเป็นต้นแบบความร่วมมือของ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และหน่วยงานโดยรอบ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาให้ย่านแห่งนี้ กลายเป็นย่านนวัตกรรมทางการแพทย์และบริการสาธารณะสุขระดับโลก

ด้วยเหตุผลทั้ง 6 ข้อที่กล่าวมา “การศึกษาความเหมาะสมและออกแบบทางเดินลอยฟ้า (Skywalk) บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถึงแยกตึกชัย” จึงเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ส่งเสริมให้ผู้คนทุกกลุ่มสามารถเดินเท้าได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเดินทางได้ในทุกสภาพอากาศ ตลอดจนเชื่อมต่อและแบ่งบันทรัพยากรการแพทย์ของหน่วยงานโดยรอบ สอดคล้องกับนโยบาย 9 ด้าน 9 ดี ของผู้ว่าฯ กทม. ที่มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนการพัฒนาให้มหานครแห่งนี้ เป็นเมืองเดินได้-เดินดีสำหรับทุกคน

Adblock test (Why?)


6 เหตุผล ทำไมราชวิถีควรมีทางเดินลอยฟ้า (Skywalk) - Post Today
Read More

Tuesday, January 30, 2024

“นารากะ” = ”นรก“ 2 แก๊ง แดง-เหลือง เลือกเดินคนละทาง - ผู้จัดการออนไลน์



รายการ “ถอนหมุดข่าว” เผยแพร่ทางแอปพลิเคชั่น SONDHI APPสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ช่องยูทูปNEWS1 และเฟซบุ๊กแฟนเพจNEWS1 วันอังคารที่ 30 มกราคม 2567 นำเสนอรายงานพิเศษ “นารากะ” = ”นรก“ 2 แก๊ง แดง-เหลือง เลือกเดินคนละทาง

ต้นตอเหตุการตายของ “โยโกะ” น.ส.พราวรวี สหัสธัชพงศ์ พริตตี้สาวสวย จากพิษไซยาไนด์ ทุกสายตาเพ่งเล็งไปที่ นายวันเผด็จ แซ่เฮ้ง เจ้าของสมญา “โป้ง นารากะ” ที่ถูกระบุว่า คบหาอยู่กับผู้ตาย

โดยสาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับ “ธุรกิจสีเทา” ที่ “โป้ง นารากะ“ เข้าไปพัวพัน ซึ่งเคยฉายภาพให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ของ “โป้ง” กับบรรดาหัวโจกของแก๊งนี้ไปแล้ว

สำหรับแก๊ง “นารากะ” ที่แผลงมาจากคำว่า “นรก” ก่อนเติมเสียงสระเข้าไปเพื่อให้ชื่อมีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น

ริเริ่มขึ้นมาจากการรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่น-วัยฉกรรจ์ ที่มีรสนิยมในความเร็ว แต่งรถซิ่งแข่งกันทั้งในสนามอย่างเป็นกิจลักษณะ หรือท้าดวลกันตามถนนสาธารณะ

อย่างไรก็ดี แก๊ง “นารากะ” ที่เดิมใช้โลโก้ตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นสีขาว ก็มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนอยู่พอสมควร หลังแนวทางของบรรดาหัวโจกรุ่นบุกเบิกไม่ตรงกัน ก็มีการแยกวงออกเป็น 2 กลุ่ม

แบ่งกันเป็น 2 สี “แดง-เหลือง” โดยยังใช้คำว่า “Naraka” อยู่เหมือนกัน เพิ่มเติมคือคำสร้อยห้อยท้ายที่ต่างกัน
แก๊งสีแดง จะใช้ชื่อ Naraka Kenzen หรือ “นารากะ เคนเซ็น”

ส่วนแก๊งสีเหลือง จะเป็น Naraka Original King หรือ “นารากะ ออริจินัล คิง”

แม้ชื่อดั้งเดิมจะเหมือนกัน แต่คนในวงการรู้ดีว่า 2 แก๊งไม่ใช่พวกเดียวกัน และไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ภายนอกแบ่งแยกกันชัดเจน จากเสื้อแก๊ง หรือสติกเกอร์สัญลักษณ์ ที่ติดตามรถซิ่งในสังกัด

ขณะที่ภายในลึกๆแล้ว ขณะที่ ”แก๊งแดง“ เอนเอียงไปในทาง ”สีเทา“ อันเป็นสาเหตุสำคัญที่มีการแยกกลุ่มก๊วน กับทาง ”แก๊งเหลือง“ ที่ยังเป็นกลุ่มที่รถซิ่งเป็นจุดศูนย์กลางเช่นเดิม

และในขณะที่ “แก๊งเหลือง” โดยมากจะเป็นพวกที่มาจากครอบครัวมีอันจะกิน หรือทำธุรกิจประสบความสำเร็จ มีที่มาที่ไปของเงินที่นำมาซื้อรถซิ่ง หรือแต่งรถ รวมทั้งร่วมกิจกรรมอื่นๆ ยังไม่มีประวัติข้องแวะกับ “ธุรกิจสีเทา” ให้เห็น

แต่สำหรับ “แก๊งแดง” ที่อาจจะดูอู้ฟู่กว่า ถูกเคลือบแคลงว่า มีสตุ้งสตังค์มาจาก “ธุรกิจสีเทา” โดยเฉพาะการค้ายาเสพติด

อย่าง “โป้ง นารากะ” ที่ทั้งซื้อรถเบนซ์-คอนโดฯ ตลอดจนดูแล “สาวโยโกะ” ได้เดือนละ 3 แสนบาท ทั้งที่ไม่มีหลักแหล่งธุรกิจที่ชัดเจน ก็อยู่ในแก๊งสีแดง มีหัวโจกตัวเป้งคือ “เคน นารากะ” คู่ซี้ “เสี่ยโป้ อานนท์” ที่มีคดีติดตัวเพียบ และมีชื่อเสียงในฐานะเอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ระดับประเทศ ติดในแบล็กลิสต์ของ ป.ป.ส.

ชื่อแก๊งสีแดง ”นารากะ เคนเซ็น“ ก็มาจากชื่อลูกพี่ใหญ่ “เคน” นี่เอง

หรือก่อนนี้ก็มี “ตูน นารากะ” และ “กอล์ฟ นารากะ” ลูกสมุนคนสำคัญของ “ลูกพี่เคน” ถูกล่อซื้อจับกุมพร้อมของกลางยาไอซ์จำนวนมากมาแล้ว

--------------------------------
**หมายเหตุ
แอป Sondhi App ดาวโหลดได้แล้ว
ระบบ iOS ไปที่ AppStore :https://apps.apple.com/th/app/sondhi-app/id1588046647
ระบบ android ไปที่ Google Play :https://play.google.com/store/apps/details?id=com.sondhitalk.asia.android

Adblock test (Why?)


“นารากะ” = ”นรก“ 2 แก๊ง แดง-เหลือง เลือกเดินคนละทาง - ผู้จัดการออนไลน์
Read More

ข้าวหมูแดงนครปฐม ข้าวแคบ แกงหัวตาล ขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม - Sanook

ข้าวหมูแดงนครปฐม ข้าวแคบ แกงหัวตาล อาหาร 3 รายการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประเภท ตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พร้อมวัฒนธรรมไทยอีกหลายรายการ

ข้าวหมูแดงiStockข้าวหมูแดงข้าวแคบmuseumthailandข้าวแคบ
แกงหัวตาลkasettambon แกงหัวตาล

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2567 ที่ผ่านมา เรื่อง การขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2566 ประกาศให้ ข้าวหมูแดงนครปฐม ข้าวแคบ แกงหัวตาล อาหาร 3 รายการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประเภท ตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พร้อมวัฒนธรรมไทยอีกหลายรายการ ดังความในประกาศ ดังนี้

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 18(5) และมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ.2559 อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2566 จึงประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จำนวน 18 รายการ ดังต่อไปนี้

๑. ประเภท รายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ต้องได้รับการส่งเสริมและรักษาอย่างเร่งด่วน

๑.๑ วรรณกรรมพื้นบ้านและภาษา
๑.๑.๑ ภาษาโส้

๑.๒ ศิลปะการแสดง
๑.๒.๑ ตุ๊บเก่ง
๑.๒.๒ โนราควน

๑.๓ งานช่างฝีมือดั้งเดิม
๑.๓.๑ ผ้ามุกนครพนม
๑.๓.๒ ขุดเรือยาว
๑.๓.๓ ผ้าทอใยกัญชงมัง

๒. ประเภท รายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

๒.๑ ศิลปะการแสดง
๒.๑.๑ เพลงพวงมาลัย

๒.๒ แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล
๒.๒.๑ ชุดไทยพระราชนิยม
๒.๒.๒ ประเพณีแห่พระศรีอริยเมตไตรย วัดไลย์
๒.๒.๓ งานปีผีมด
๒.๒.๔ ประเพณีลอยเรืออูรักลาโว้ย
๒.๒.๕ ประเพณีจุดไฟตูมกา ออกพรรษายโสธร

๒.๓ ความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล
๒.๓.๑ ข้าวแคบ
๒.๓.๒ ข้าวหมูแดงนครปฐม
๒.๓.๓ แกงหัวตาล

๒.๔ งานช่างฝีมือดั้งเดิม
๒.๔.๑ ปลาตะเพียนใบลาน
๒.๔.๒ เครื่องถมนคร

๒.๕ การเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว
๒.๕.๑ ว่าวแอก
๒.๓.๓ แกงหัวตาล

๒.๔ งานช่างฝีมือตั้งเดิม
๒.๔.๑ ปลาตะเพียนใบลาน
๒.๔.๒ เครื่องถมนคร

๒.๕ การเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว
๒.๕.๑ ว่าวแอก

ประกาศกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
ประกาศกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

Adblock test (Why?)


ข้าวหมูแดงนครปฐม ข้าวแคบ แกงหัวตาล ขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม - Sanook
Read More

ช่องทางชมฟุตบอลไทยสด "ทีมชาติอุซเบกิสถาน" VS "ทีมชาติไทย" ศึก "เอเชียนคัพ 2023" - ไทยรัฐ

ช่องทางชมถ่ายทอดสด "ทีมชาติอุซเบกิสถาน" พบกับ "ทีมชาติไทย" ในศึก "เอเชียนคัพ 2023" รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันที่ 30 ม.ค. 67

ช่องทางชมสด ทีมชาติอุซเบกิสถาน ที่มีคิวจะลงสนามพบกับ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ภายใต้การนำทีม มาซาทาดะ อิชิอิ ในศึก "เอเชียนคัพ 2023" รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันที่ 30 มกราคม นี้ เวลา 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง พีพีทีวี เอชดี 36

ผลงานการพบกัน 5 ครั้งหลังสุด

08/11/2003 : ทีมชาติอุซเบกิสถาน 3-0 ทีมชาติไทย

21/11/2003 : ทีมชาติไทย 4-1 ทีมชาติอุซเบกิสถาน

22/12/2007 : ทีมชาติไทย 3-2 ทีมชาติอุซเบกิสถาน

06/06/2017 : ทีมชาติอุซเบกิสถาน 2-0 ทีมชาติไทย

14/06/2023 : ทีมชาติอุซเบกิสถาน 2-0 ทีมชาติไทย

Adblock test (Why?)


ช่องทางชมฟุตบอลไทยสด "ทีมชาติอุซเบกิสถาน" VS "ทีมชาติไทย" ศึก "เอเชียนคัพ 2023" - ไทยรัฐ
Read More

Monday, January 29, 2024

เช็กง่ายๆ 5 อาการ (ทางอ้อม) ของผู้หญิงที่บ่งบอกว่ากำลังมีอารมณ์ - Sanook

เมื่อพูดถึงความต้องการทางเพศ ทั้งชายและหญิงสามารถสัมผัสได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้หญิงเลือกที่จะแสดงออกอย่างไร โดยทั่วไปผู้ชายมักจะแสดงและคิดเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้มากกว่าผู้หญิง จึงอาจเป็นเรื่องท้าทายสำหรับผู้ชาย ที่จะรับรู้ความต้องการทางเพศของผู้หญิง จึงขอแนะนำข้อสังเกตเกี่ยวกับความต้องการทางเพศของผู้หญิง ซึ่งมักแสดงออกทางอ้อม ดังนี้

1. มีความสุข สบายใจ หรือได้ของที่ต้องการ

เมื่อผู้หญิงมีความสุขความสุข สบายใจ ไม่ว่าจะมาจากความสำเร็จในอาชีพการงานหรือได้รับของขวัญต่าง ๆ ที่ต้องการ ในโอกาสพิเศษ หรือเทศกาลต่าง ๆ ผู้หญิงก็มักจะมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น

2. เมื่ออยู่ในที่บรรยากาศดี โดนใจ

เมื่ออยู่ในบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์ อยู่ในความโรแมนติก มีแสงสลัว ๆ ที่ทำให้ผ่อนคลาย ความต้องการทางเพศของผู้หญิงก็จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในโอกาสสำคัญ เช่น วันวาเลนไทน์ วันปีใหม่ วันลอยกระทง และอื่น ๆ ในบรรยากาศโรแมนติก สามารถช่วยสร้างอารมณ์เชิงบวกได้ดีมาก

3. เมื่อเริ่มดื่มได้ที่และส่งสายตาหวาน

เมื่อดื่มไวน์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณเล็กน้อย ไปจนถึงดื่มแบบได้ที่ เชื่อกันว่าจะเพิ่มความต้องการทางเพศทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย แต่หากใครปล่อยอารมณ์จนมึนเมา ความต้องการทางเพศก็จะลดน้อยลง

manwoman

4. มีการเข้ามาคลอเคลียมากขึ้น

หากเธอเข้ามาหาคุณและกอดคุณโดยไม่ลังเล มีความคลอดเคลียตลอดเวลา คุณสามารถสรุปได้ว่าเธอต้องการสนิทสนมและมีเซ็กส์กับคุณ รับประกันว่าเธอจะไม่ปฏิเสธคุณเลยแม้แต่น้อย ยิ่งถ้าเธอเริ่มสัมผัสคุณหรือเข้าใกล้มากขึ้น แม้กระทั่งแตะตัวคุณ หรือนั่งใกล้จนขาของเธอแทบจะทับคุณ เธออาจแอบแตะหน้าอกของเธอกับแขนของคุณ ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเธอมีอารมณ์ต้องการอย่างชัดเจน

5. แต่งตัวเซ็กซี่ยั่วยวน

ถ้าเมื่อใดที่ผู้หญิงเริ่มแต่งตัวยั่วยวน เพื่อหลอกล่อคุณผู้ชาย เนื่องจากเธอต้องการทำให้คุณรู้สึกเป็นที่ต้องกา ปฏิเสธไม่ได้ว่าในฐานะผู้ชายการเห็นคู่รักของตัวเองในชุดเซ็กซี่ ทำให้ปรารถนาที่จะมีเซ็กส์ นอกจากนี้ถ้ามีการสัมผัสแก้ม หรืออาจจะจูบอย่างอ่อนโยน ราวกับล้อเล่น และคาดหวังการตอบรับที่ดีจากคุณ ยิ่งแสดงออกชัดเจนว่าเธอมีอารมณ์แบบสุด ๆ เลยทีเดียว

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีแสดงออกด้านความต้องการของผู้หญิง ซึ่งคุณจะสังเกตได้ง่าย ดังนั้นจะดีกว่าสำหรับคุณที่จะตอบสนองต่อความปรารถนาของคนรัก ผู้หญิงบางคนอาจมีความต้องการทางเพศที่แตกต่างออกไป บทความนี้จะช่วยให้คุณเรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับอารมณ์ทางเพศของผู้หญิง และช่วยให้คุณสามารถตอบสนองต่อความปรารถนาของเธอได้ดีที่สุด ดังนั้นจึงไม่มีอะไรต้องกังวล

Adblock test (Why?)


เช็กง่ายๆ 5 อาการ (ทางอ้อม) ของผู้หญิงที่บ่งบอกว่ากำลังมีอารมณ์ - Sanook
Read More

หญิงไม่ชินทาง ขับรถเปิด GPS โผล่อีกทีบนสะพานไม้ ล้อตกร่องหวิดร่วงแม่น้ำยม - Kapook.com

          หญิงเปิด GPS ขับรถไปบ้านเพื่อน เชื่อเส้นทางขึ้นไปข้ามบนสะพานเก่าไม่ได้ใช้งานแล้ว พลาดล้อตกร่องหวิดร่วงลงแม่น้ำยม

          วันที่ 29 มกราคม 2567 ข่าวช่อง 3 รายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (28 มกราคม) เกิดเหตุคนขับรถเก๋งไปติดบนสะพานสลิงเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วในพื้นที่ ต.เวียงทอง อ.สูงเม่น จ.แพร่ จนทำให้ไม้พื้นสะพานหัก ล้อรถติดอยู่กลางสะพานแม่น้ำยมน่าหวาดเสียว ผู้พบเห็นจึงประสานตำรวจและหน่วยกู้ภัยสูงเม่น ออกตรวจสอบและช่วยเหลือ

          ที่เกิดเหตุเป็นสะพานสลิงโบราณ ยาวประมาณ 120 เมตร ข้ามแม่น้ำยม ระหว่างพื้นที่ ม.2 และ ม.9 ต.เวียงทอง โดยที่ฝั่ง ม.9 ห่างจากเสาสะพานมาประมาณ 15 เมตร พบรถเก๋งสีขาว ทะเบียน จ.เชียงราย จอดอยู่ระหว่างสะพาน ล้อหน้าด้านซ้ายหลุดลงไม้พื้นสะพานที่หัก ทำให้รถติดค้างบนสะพาน ไม่สามารถขับออกมาได้ เบื้องต้นทราบว่าคนขับเป็นคนต่างอำเภอ ไม่เคยเข้าพื้นที่มาก่อน เป็นผู้หญิงอายุ 38 ปี เจ้าตัวได้ลงจากรถมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน


          สอบถามคนขับทราบว่า เป็นคน อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่ เพิ่งเข้าพื้นที่ ต.เวียงทอง เป็นครั้งแรกเพื่อจะมาหาเพื่อน โดยเพื่อนปักหมุดบ้านให้แถวหัวสะพานเวียงทอง จึงขับรถมาตาม GPS ซึ่งขึ้นว่า หากข้ามสะพานแล้วจะถึงจุดหมาย จึงขับข้ามสะพานมาตาม GPS แต่เมื่อข้ามมาถึงพบว่า เป็นสวนเป็นป่า ไม่มีทางขึ้น จึงกลับรถหัวสะพาน แล้วขับจะข้ามกลับมาจุดเดิม แต่เมื่อมาได้ 15 เมตร ไม้บนสะพานหัก ล้อรถตกสะพานดังกล่าว

          เจ้าตัวยอมรับว่า ขณะขับรถมัวแต่มอง GPS โดยไม่เห็นว่ายังมีสะพานปูนอยู่ข้าง ๆ ห่างไป 30-40 เมตร ตอนข้ามก็เห็นว่ามันแข็งแรงและน่าจะมีคนข้าม จนกระทั่งมาประสบเหตุก็ตกใจ เพราะจุดที่เกิดเหตุอยู่กลางน้ำยม กลัวรถตกลงไป จึงออกจากรถมาขอความช่วยเหลือ ไม่รู้ว่าสะพานเส้นนี้ห้ามไม่ให้รถใหญ่ข้าม จึงอยากให้มีการเขียนป้ายติดไว้ เพราะกลัวคนอื่นจะเป็นแบบตนเอง


          ต่อมา ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกับพลเมืองดี นำรถไถ จำนวน 2 คัน เข้าทำการช่วยเหลือ โดยการชักลากให้ถอยกลับมายังฝั่งตลิ่ง ม.9 ก่อนจะลากจูงรถผ่านสวนของชาวบ้านขึ้นมาบนถนนได้สำเร็จ ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ท่ามกลางกองเชียร์ที่ดูเหตุการณ์อยู่เต็มสะพานและบริเวณตลิ่ง

          ด้านชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เผยว่า เห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับไปอย่างหวาดเสียว จะเตือนก็ไม่ทัน มาเห็นอีกทีก็ข้ามไปกลางสะพานแล้ว เมื่อเห็นว่ารถจะข้ามกลับมาก็ตั้งใจจะขี่รถไปห้าม แต่ก็ไม่ทัน รถคันนี้ก็ขับตกร่องไม้พื้นสะพานแล้ว จึงไปตามคนเข้าช่วยเหลือ ตามปกติสะพานแห่งนี้จะไม่ให้ใครผ่าน เพราะสร้างมาเกือบ 40 ปีแล้ว จะมีแค่รถซาเล้งเท่านั้นที่ข้ามไป จนวันนี้มีรถเก๋งข้ามก็ตกใจ โชคดีที่ไม่เกิดเหตุบานปลาย จากนี้จะช่วยประสานให้ท้องที่ทำป้ายเตือน เผื่อว่ามีคนอื่นไม่รู้ขับตาม GPS มาแล้วเกิดเหตุขึ้นอีก

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่อง 3

Adblock test (Why?)


หญิงไม่ชินทาง ขับรถเปิด GPS โผล่อีกทีบนสะพานไม้ ล้อตกร่องหวิดร่วงแม่น้ำยม - Kapook.com
Read More

รู้ก่อนซื้อ! PTTEP-TOP ดักทางปันผลเริด? ราคาน้ำมันดันไกลแค่ไหน - Post Today

     ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น "บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP" เปิดการซื้อขายเช้านี้(29 ม.ค.67) ล่าสุด เวลา 10.39 น. อยู่ที่ 149.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท คิดเป็น +0.34% โดยราคาขึ้นไปสูงสุด 151 บาท และลงต่ำสุด 149 บาท 

     ราคาหุ้น "บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP" อยู่ที่ 54.25 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท คิดเป็น +1.88% ราคาขึ้นไปสูงสุด 54.50 บาท และลดลงต่ำสุด 53.75 บาท

     ฝ่ายวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดวันศุกร์ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย +1% DoD ทำระดับสูงสุดของปี 2567 หรือสูงสุดรอบ 2 เดือน หนุนจากตัวเลข GDP 4Q66 ของสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ขยายตัว +3.3% YoY ดีกว่าที่ตลาดคาด +2%, มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน (ปรับลด RRR), ความเสี่ยง Geopolitical Risk เพิ่มขึ้นจากข่าวเรือขนส่งน้ำมัน Marlin Luanda ของอังกฤษ ขนส่ง Naphtha วัตถุดิบปิโตรเคมีของรัสเซียถูกโจมตีช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการโจมตีเรือขนส่งน้ำมันครั้งแรกของกลุ่มฮูตี ทำให้ Risk Premium ของราคาน้ำมันสูงขึ้น

     อีกทั้ง เปิดตลาดเช้านี้ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นต่อ หนุนจากกระแสข่าวว่าฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนถูกโจมตีด้วยโดรน ทำให้ทหาร 3 นายเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ทำให้ Geopolitical Risk เพิ่มขึ้น

     นอกจากนี้ ในช่วงสั้นราคาน้ำมันยังมีปัจจัยช่วยจำกัด Downside จากการประชุม JMMC หารือโควต้าการผลิตน้ำมันในวันที่ 1 ก.พ.67

Adblock test (Why?)


รู้ก่อนซื้อ! PTTEP-TOP ดักทางปันผลเริด? ราคาน้ำมันดันไกลแค่ไหน - Post Today
Read More

เลขา ป.ป.ช. ชี้ “เจ๋ง ดอกจิก” รับตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ถือเป็น จนท.รัฐ - ไทยรัฐ

เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยืนยัน “ศรีสุวรรณ” ยื่นเรื่อง ป.ป.ช. ไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวที่ถูกแฉเรียกรับเงิน เพราะ ป.ป.ช. ตรวจสอบตามหลักฐานความจริง แนะสื่อนำเสนอข่าวพอดี อย่าให้พื้นที่บุคคลมาก ชี้ “เจ๋ง ดอกจิก” รับตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ถือเป็น จนท.รัฐ

วันที่ 29 มกราคม 2567 นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ตกเป็นผู้ต้องหาเรียกรับเงินภรรยาอธิบดีกรมการข้าว ว่า เรื่องของนายศรีสุวรรณต้องแยกเรื่อง 2 เรื่อง คือ 1. เรื่องส่วนตัว ที่ถูกแฉว่าไปเรียกรับเงิน ก็เป็นเรื่องที่นายศรีสุวรรณต้องไปจัดการชี้แจงเอง

2. เรื่องที่นายศรีสุวรรณยื่นกับคำร้องให้ ป.ป.ช. ไปตรวจสอบ เรื่องมีหลายเรื่อง รับไว้ตรวจสอบ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับนายศรีสุวรรณ เพราะนายศรีสุวรรณมีสิทธิ์ร้องเรียนในฐานะประชาชนทั่วไป แต่มูลจะมีจริงหรือเปล่า คือหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบความผิด นายศรีสุวรรณจึงไม่มีผลใดๆ ไม่สามารถแทรกแซงได้

แม้คนติดคุก มีคดี หรือประชาชนทั่วไป ก็สามารถยื่นเรื่องมาได้ตลอด โดยพบว่าเรื่องที่ยื่นมานั้นกลั่นแกล้งก็มี สกัดขาตำแหน่งกันก็มี และ 70% พบว่าไม่มีมูลความจริงตามที่ผู้ร้องยื่น ส่วนอีก 30% พบว่ามีมูลและไต่สวนได้ จึงอยากฝากสื่อและสังคม อย่าไปให้ค่าน้ำหนักการนำเสนอข่าวคนพวกนี้เยอะ โดยเฉพาะคนที่ยื่นเพื่อกลั่นแกล้งคนอื่น พวกรับเงินมา อย่าไปนำเสนอพื้นที่สื่อให้ เพราะคู่กรณีที่ถูกร้องตรวจสอบ จะตกเป็นจำเลยสังคม แม้ยังไม่มีการตรวจสอบว่าเขาผิดจริง แต่สายตาและคำพูดในสังคมย่อมเกิดขึ้น เหมือนมีข้อครหา ทั้งที่ยังไม่ถูกตรวจสอบใดๆ และอธิบดีกรมการข้าวก็เหมือนกัน ได้รับความเสียหายถึงครอบครัว ทั้งที่ยังไม่มีการตรวจสอบความจริงแต่ตกเป็นจำเลยสังคม เนื่องจากว่ามีคนเอาเรื่องมาร้องเรียนและสื่อให้น้ำหนักการนำเสนอข่าวที่บุคคล 

เมื่อถามว่าในอนาคตจะมีการตรวจสอบสแกนคนอย่างไรบ้าง นายนิวัติไชย กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่สามารถที่จะสแกนได้ เพราะว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่ยื่นเรื่องร้องเรียนแต่ให้เชื่อมั่นว่าทาง ป.ป.ช.จะมีการตรวจสอบข้อมูลความจริงอย่างแน่นอน และบุคคลที่เคยถูกเรื่องร้องเรียน โดยมีนายศรีสุวรรณยื่นมานั้น ไม่จำเป็นต้องเข้ามาติดต่ออะไร เพราะการตรวจสอบจาก ป.ป.ช มีความยุติธรรมและโปร่งใสอย่างแน่นอน ส่วน นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ “เจ๋ง ดอกจิก” เมื่อได้รับแต่งตั้งในฐานะทางการเมืองแล้ว ในบทบาทของ ป.ป.ช. ก็ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถ้าหากไปเรียกรับเงินจริงก็มีความผิด ต้องมีการไต่สวนตรวจสอบ

Adblock test (Why?)


เลขา ป.ป.ช. ชี้ “เจ๋ง ดอกจิก” รับตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ถือเป็น จนท.รัฐ - ไทยรัฐ
Read More

Sunday, January 28, 2024

เวนิสเปิดงานพาเหรดคาร์นิวัลทางเรือ สีสันสุดตระการตา - ไทยรัฐ

เปิดงานพาเหรดคาร์นิวัลทางน้ำ สีสันแห่งนครเวนิส ของอิตาลี พร้อมไฮไลต์การแสดงทั่วเมืองเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดช่วงกว่า 2 สัปดาห์

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2567 ทางการเมืองเวนิส เปิดงานพาเหรดคาร์นิวัลทางน้ำ โดยมีเรือคาร์นิวัลที่เรียกว่า "เรือแพนเทกานา" หรือเรือหนู จำนวนหลายสิบลำที่ประดับประดาอย่างสวยงาม พร้อมนักแสดงสวมชุดวิจิตรตระการตา ล่องไปตามลำคลองแกรนด์คาแนล

นายลุยจิ บรูญญาโร นายกเทศมนตรีเมืองเวนิส กล่าวว่างานพาเหรดคาร์นิวัลทางน้ำของเมืองเวนิสจะมีไปจนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ โดยบอกว่าเวนิสเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความสุขและอิสระ ขณะเดียวกันผู้คนที่นี่ก็ต่างต้องการความสนุกสนาน และใครที่รักเวนิสก็ถือเป็นชาวเวนิสเช่นกัน

ทางด้านผู้จัดงานกล่าวว่า คาร์นิวัลทางน้ำปีนี้มาในธีม "สู่ตะวันออก การเดินทางที่น่าตื่นตาตื่นใจของมาร์โค โปโล" เพื่อแสดงความเคารพต่อนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองเวนิสในโอกาสครบรอบ 700 ปีการเสียชีวิตของเขา ขณะที่ในปีนี้จะมีการจัดแสดงทั่วทั้งเมือง ไม่ใช่แค่ในจัตุรัสเซนต์มาร์กเท่านั้น.

Adblock test (Why?)


เวนิสเปิดงานพาเหรดคาร์นิวัลทางเรือ สีสันสุดตระการตา - ไทยรัฐ
Read More

ซาอุดีอาระเบียสู่เสรีทางสังคม - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโลก..นั่นคือ “การเปิดเสรีทางสังคม” ในราชอาณาจักรอันเป็นที่ตั้งของสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม ด้วยเปิด “ร้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” แห่งแรกในรอบกว่า 70 ปี สอดคล้องแผนของ “มกุฎราชกุมารมุฮัมมัด บิน ซัลมาน” ที่ต้องการเปลี่ยนซาอุดีอาระเบีย กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว และเพื่อให้เศรษฐกิจมีความหลากหลายมากขึ้น

ทำให้ซาอุดีอาระเบีย มีโครงสร้างเศรษฐกิจหลากหลาย ลดความเสี่ยงการพึ่งพาน้ำมันดิบเพียงอย่างเดียว.!?

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่า ประเทศซาอุดีอาระเบีย เตรียมเปิดร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งแรกของประเทศ ที่ย่านอาส-ซาฟารัต (As-Safarat) ย่านการทูตในเมืองริยาด (Riyadh) เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย โดยร้านดังกล่าวถือเป็นร้านจำหน่ายแอลกอฮอล์แห่งแรกรอบกว่า 70 ปี นับตั้งแต่มีกฎหมายห้ามครอบครอง หรือจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในซาอุดีอาระเบีย เมื่อปี ค.ศ. 1952

การบริการร้านจำหน่ายแอลกอฮอล์แห่งนี้ จะเปิดให้บริการเฉพาะนักการทูต ที่ไม่ได้เป็นชาวมุสลิมเท่านั้น และมีการกำหนดเงื่อนไขการใช้บริการ เช่น ต้องเป็นผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 21 ปี ต้องมีการลงทะเบียนกับกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนเข้าใช้บริการ ต้องแต่งตัวให้เหมาะสมและไม่สามารถส่งตัวแทนมาใช้บริการแทนได้

โดยมีการจำกัดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละเดือน อยู่ที่ 240 คะแนนต่อเดือน ซึ่งเครื่องดื่มแต่ละชนิดจะคิดเป็นคะแนนไม่เท่ากัน คือ สุรา (เหล้า) 1 ลิตร คิดเป็น 6 คะแนน ไวน์ 1 ลิตร คิดเป็น 3 คะแนน และเบียร์ 1 ลิตร คิดเป็น 1 คะแนน

ส่วนบรรดาชาวต่างชาติ ที่ไม่ใช่นักการทูต..ยังไม่มีคำยืนยันจะเป็นลำดับถัดไปหรือไม่..!? 

ในอดีต “ซาอุดีอาระเบีย” มีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เป็นไปตามศาสนาอิสลาม และมีการประนีประนอมให้สามารถจำหน่ายได้บ้าง

แต่พอเกิดเหตุการณ์ “เจ้าชายมิชารี บิน อับดุลอาซิซ อัล-ซาอูด” มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย (ขณะนั้น) ยิงนายซีริล อุสมาน รองกงสุลอังกฤษ จนเสียชีวิต เมื่อปี ค.ศ. 1951 เนื่องจากรองกงสุลอังกฤษคนดังกล่าว ปฏิเสธที่จะเทเครื่องดื่มให้พระองค์ในงานเลี้ยง..!!

จึงทำให้ “กษัตริย์อับดุลอาซิซ” ทรงสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยสิ้นเชิง หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ต่อมา “เจ้าชายมิชารี” ถูกตัดสินว่ามี “ความผิดฐานฆาตกรรม”

สำหรับบทลงโทษเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  เมื่ออยู่ในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ทั้งบริโภคหรือครอบครองเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เริ่มตั้งแต่การถูกสั่งปรับ จำคุก เฆี่ยนในที่สาธารณะและเนรเทศ

จุดเริ่มต้นการเปิดร้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แห่งแรกครั้งนี้ เริ่มจากเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ที่ต้องการเปิดประเทศ ที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมแบบเข้มข้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและธุรกิจ และเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาประเทศ ภายใต้ Saudi Vision 2030

ที่ผ่านมา..เริ่มทยอยผ่อนคลายกฎระเบียบบางอย่าง อาทิ การเปิดประเทศสำหรับการท่องเที่ยว ที่ไม่ใช่ศาสนา การจัดคอนเสิร์ต การอนุญาตให้ผู้หญิงขับรถ การแยกชายและหญิงในที่สาธารณะ การกำหนดให้ผู้หญิงสวมเสื้อคลุมสีดำ หรืออาบายา และการปราบปรามผู้เห็นต่างและคู่แข่งทางการเมือง..

โดยแผน Saudi Vision 2030 รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมท้องถิ่น และการเป็นศูนย์กลาง ด้านโลจิสติกส์ และมีเป้าหมายจะเพิ่มการจ้างงานให้คนในประเทศมากขึ้น

นี่คือปฐมบทการเจือจางแนวคิด “อนุรักษ์นิยมแบบเข้มข้น” เพื่อสร้างพัฒนาการทางเศรษฐกิจ ที่มีพลวัตการเปลี่ยนแปลงรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา

Adblock test (Why?)


ซาอุดีอาระเบียสู่เสรีทางสังคม - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์
Read More

BRICS รับสมาชิกใหม่ หยุดอิทธิพล สหรัฐ - ชาติตะวันตก ทางภูมิรัฐศาสตร์ได้จริง? - กรุงเทพธุรกิจ

Key Points : 

  • หลังบริกส์รับสมาชิกใหม่ 5 ประเทศ หากคาดการณ์ถูกต้อง จะได้เห็นขนาดและความสำคัญทางเศรษฐกิจ G7 ค่อยๆ ลดลงในช่วงหลายทศวรรษข้างหน้า ขณะที่เศรษฐกิจกลุ่มบริกส์จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
  • สิ่งที่สำคัญพอๆกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ นั่นคือ บริกส์เป็นการรวมตัวที่เป็นมากกว่าเวทีทางเศรษฐกิจ โดยพวกเขามุ่งมั่นสร้าง “ระเบียบระหว่างประเทศ” ให้มียุติธรรมมากขึ้น รวมทั้ง “การฟื้นฟูและปฏิรูประบบพหุภาคี” ขึ้นใหม่

  • การรับสมาชิกใหม่ หวังสร้างน้ำหนักทางการเมือง ด้วยความเชื่อที่ว่า ความก้าวหน้าและการพัฒนาของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ถูกชาติตะวันตกสกัดดาวรุ่งไว้ โดยการอ้างระเบียบโลก เศรษฐกิจ และการเมืองที่มีชาติตะวันตกเป็นศูนย์กลาง

  • การขยายอำนาจทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงเชิงกลยุทธ์ทางภูมิศาสตร์ของบริกส์ กำลังเผชิญความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์หลายประการ ในท้ายที่สุดบริกส์จะปรับสมดุลอำนาจโลกให้เป็นไปตามที่พวกเขาพอใจได้มากน้อยเพียงใด

กลุ่มบริกส์ หรือประเทศกำลังพัฒนาและเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว (BRICS) เดินหน้าตามแผนรับสมาชิกใหม่เพิ่ม ในเดือน ม.ค. 2567 ตามที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ประชุมผู้นำบริกส์ ที่นครโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ปีที่แล้ว

เหตุการณ์สำคัญนี้ จะต้องจารึกไว้ใน “ประวัติศาสตร์บริกส์"  ถึงการรับสมาชิกใหม่ 5 ประเทศได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่าน อียิปต์ และเอธิโอเปีย (อาร์เจนตินาได้รับเชิญเข้าร่วมบริกส์ แต่ฆาบิเอร์ มิลเลอิ ประธานาธิบดีใหม่ปฏิเสธข้อเสนอ ตามที่รัฐบาลอาร์เจนตินาชุดก่อนหน้าดำเนินการตกลงไว้)

ขณะนี้บริกส์ได้รับการยืนยันว่า ประเทศสมาชิกใหม่ จะส่งเจ้าหน้าที่ร่วมประชุมเตรียมการประชุมบริกส์ครั้งต่อไป ที่จะจัดขึ้น ณ กรุงมอสโก ในวันที่ 30 ม.ค. 2567 นี่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของพันธมิตรกลุ่มบริกส์

เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว สมาชิกบริกส์ปัจจุบัน ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ได้เชิญ 6 ประเทศเข้าร่วม ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมาย เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ของโลก กับผู้บริโภครายใหญ่ของประเทศกำลังพัฒนา เข้าด้วยกัน 

ปัจจุบัน บริกส์ในฐานะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีการเติบโตสูง คิดเป็น 26% ของ GDP โลก และมีประชากรรวมกัน 40.8% ของประชากรโลก

ผู้นำบริกส์ ส่งสัญญาณ  G7

มุมมองทางการทูต เกี่ยวกับการประชุมผู้นำบริกส์ เป็นเวทีให้สมาชิกพบปะหารือในประเด็นที่เชื่อว่า มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ ขณะเดียวกันก็แสดงในเชิง “สัญลักษณ์” และ “สัญญาณ” ไปยังชาติตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้นำ G7 ว่า พวกเขาไม่อาจควบคุมระเบียบโลก และความเป็นไปทางเศรษฐกิจ เพียงผู้เดียวอีกต่อไป

สิ่งสำคัญพอๆกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจของบริกส์ นั่นคือ บริกส์เป็นการรวมตัวที่เป็นมากกว่า "เวทีทางเศรษฐกิจ" โดยพวกเขามุ่งมั่นสร้าง “ระเบียบระหว่างประเทศ” ที่มียุติธรรมมากขึ้น รวมทั้ง “การฟื้นฟูและปฏิรูประบบพหุภาคี” ขึ้นใหม่

แม้แนวทางการสร้างความยุติธรรม และจะปฏิรูปในด้านใดบ้างยังไม่ชัดเจน แต่ภาพรวมจะเห็นว่า บริกส์มุ่งหวังทำหน้าที่ถ่วงดุลอำนาจ และหยุดยั้งการครอบงำทางเศรษฐกิจและการเมืองจากชาติตะวันตก บนสนามการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์

เทียบไซต์ ศก. บริกส์ กับ G7

มุมมองทางเศรษฐกิจ หลังบริกส์รับสมาชิกใหม่ในปีนี้ จะเพิ่มมูลค่า GDP สูงขึ้น 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าทางเศรษฐกิจของกลุ่มบริกส์ รวมกันอยู่ที่ 28.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 28.1% ของผลผลิตทั่วโลก เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศ G7 ยังคงถือครองผลผลิตทั่วโลก คิดเป็น 43.2% ของโลก

หากคาดการณ์ถูกต้อง จะได้เห็นขนาดและความสำคัญทางเศรษฐกิจ G7 ค่อยๆ ลดลงในช่วงหลายทศวรรษข้างหน้า ขณะที่เศรษฐกิจกลุ่มบริกส์จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของสมาชิกใหม่ เช่น อียิปต์และเอธิโอเปีย คาดภายในปี 2593 จะมี GDP เติบโตถึง 635% และ 1,170% ตามลำดับ

โกลแมนแซคคาดการณ์ GDP ของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำในปี 2593 และ 2618 โดยมีหน่วยเป็นล้านล้านดอลลาร์ ดังนี้

BRICS รับสมาชิกใหม่ หยุดอิทธิพล สหรัฐ - ชาติตะวันตก ทางภูมิรัฐศาสตร์ได้จริง?

บริกส์ ต้านระเบียบโลกของชาติตะวันตก

บริกส์ไม่ได้จำกัดความมุ่งมั่นในการรวมกลุ่มไว้เพียงวาระทางเศรษฐกิจ แต่ใช้ประโยชน์จากความเป็นกลุ่มที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มน้ำหนักทางการเมือง ด้วยความเชื่อที่ว่า ความก้าวหน้าและการพัฒนาของประเทศเกิดใหม่ ถูกชาติตะวันตกสกัดดาวรุ่งไว้ ด้วยการอ้างระเบียบโลก เศรษฐกิจ และการเมืองที่มีชาติตะวันตกเป็นศูนย์กลาง

"บริกส์อ้างเหตุผลการเพิ่มความมีส่วนร่วม  หวังปรับสมดุล และต่อต้านระเบียบโลกที่ชาติตะวันตกกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ ควบคู่ไปกับบริกส์พยายามสถาปนากลุ่มความร่วมมือตนเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น"

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลดพึ่งพาธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ตลอดจนสถาบันการเงินต่างๆ ของยุโรปและอเมริกาในอดีต  ซึ่งมักถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องขาดความโปร่งใส

ดังนั้นบริกส์จึงได้ก่อตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ขึ้นในปี 2558 เพื่อระดมทรัพยากรสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นที่ 1 แสนล้านดอลลาร์ โดยภายในปี 2565 ธนาคารได้มอบเงินจำนวน 3.28 หมื่นล้านดอลลาร์ให้กับ 96 โครงการที่ได้รับอนุมัติ เพื่อสร้างถนน 15,700 กม. สะพาน 850 แห่ง และเครือข่ายเส้นทางรถไฟ 260 กม.

สกุลเงินบริกส์ บนบัลลังก์เมฆ

แม้ว่า สมาชิกบริกส์บางประเทศกระตือรือร้นจะปฏิรูประบบการเงินระหว่างประเทศ และท้าทายความครอบงำจากเงินดอลลาร์ แต่ก็อีก ยังไม่ชัดเจนว่าจะบรรลุความสำเร็จได้อย่างไร ท่ามกลางความพยายามสร้างสกุลเงินบริกส์

แม้ในทางทฤษฎีจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์ แต่การเปลี่ยนมาใช้สกุลเงินบริกส์ทั้งระบบ จะต้องใช้เวลาหลายปี เนื่องจากระบบเศรษฐกิจมหภาค “ขาดการบรรจบ” เข้าด้วยกัน สิ่งนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อสกุลเงินทั่วไปที่ประสบความสำเร็จ

“ดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลเงินเดียวที่มีการซื้อขายกันมากที่สุด คิดเป็น 90% ของธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทั้งหมด” ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ระบุ ซึ่งทำให้เห็นว่า เส้นทางการแทนที่สกุลเงินดอลลาร์ต้องใช้เวลา และการโค้นดอลลาร์ลงจากบัลลังก์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

วัดอำนาจ ภายในกลุ่มบริกส์

การขยายอำนาจทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงเชิงกลยุทธ์ทางภูมิศาสตร์ของบริกส์ กำลังเผชิญกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์หลายประการ ในท้ายที่สุด สมาชิกบริกส์จะปรับสมดุลอำนาจโลกให้เป็นไปตามที่พวกเขาพอใจได้มากน้อยเพียงใด

ประการแรก ถ้ามองภาพรวมการพึ่งพาทางเศรษฐกิจ อาจไม่ต้องสงสัยเลยว่า อำนาจบริกส์อยู่ที่ประเทศใด ตามรายงานพบว่า เศรษฐกิจจีนที่มีมูลค่า 17.9 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 62.9% ของกลุ่มบริกส์ แต่การพึ่งพาทางเศรษฐกิจประเทศใดประเทศหนึ่งในกลุ่มมากไป อาจสร้างปัญหา และทำให้จีนมีอำนาจเหนือกว่าสมาชิกอื่นๆในกลุ่ม ขณะเดียวกัน การที่เศรษฐกิจอินเดียเติบโตอย่างมีพลวัต ก็กลายเป็นคำถามภายในกลุ่มบริกส์ด้วย

ยกตัวอย่าง อินเดียมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของบริกส์ แต่เศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่กว่า 5 เท่าในแง่ของ GDP ดังนั้นอาจเกิดความสงสัยเกี่ยวกับ “ความเท่าเทียมกัน” ของแต่ละประเทศสมาชิกและ “การเคารพซึ่งกันและกัน” ภายในกลุ่มบริกส์

แต่ท้ายที่สุดแล้ว การเจรจาทางการเงิน จะทำให้จีนมีขอบเขตอำนาจมากขึ้น ในการแสดงความเป็นผู้นำต่อมุมมองของโลก และตีความระบบธรรมาภิบาลระดับโลก ที่จะต้องได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่

BRICS รับสมาชิกใหม่ หยุดอิทธิพล สหรัฐ - ชาติตะวันตก ทางภูมิรัฐศาสตร์ได้จริง?

บริกส์ เผชิญสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ประกอบกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ระหว่างจีนและสหรัฐ เป็นผลจากบริษัทชั้นนำได้ลดการลงทุนในจีน ดังที่เห็นในรายงานของ FDI ระบุว่า การลงทุนลดลงอย่างมากจาก 1.89 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบเป็นรายปี เหลืออยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2566

ยิ่งไปกว่านั้น หนี้สินจากการลงทุนโดยตรงแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนต่างชาติกำลังนำเงินกำไรส่งกลับประเทศอย่างรวดเร็ว และย้านฐานออกจากตลาดจีน ซึ่งยังเป็นแนวโน้มให้เห็นในระยะยาวหรือไม่นั้นต้องติดตามต่อไป

สรุปแล้ว ในระยะสองสามปีนี้จะได้เห็นกลุ่มบริกส์ขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็ง แต่การดำเนินกลยุทธ์ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอ่อนแอ ท่ามกลางความพยายามของบริกส์ที่ต้องการปรับสมดุลระเบียบโลกใหม่

หากแต่ความแตกต่างทางระบบการเมือง วัฒนธรรม การปกครองที่หลากหลาย ทั้งระบอบประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์ และระบบกษัตริย์ เผยให้เห็นถึงความยากลำบากเพื่อให้บรรลุจุดร่วมกัน ในการสร้างธรรมาภิบาลใหม่ระดับโลก

ทางตรงกันข้าม การครอบงำโดยชาติตะวันตกก็ถูกต่อต้านจากกลุ่มบริกส์มากขึ้น แม้ไม่อาจปรับเปลี่ยนได้ทันที แต่การดำเนินการของบริกส์อย่างมียุทธศาสตร์จะค่อยๆ เป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ที่ชาติตะวันตกไม่อาจครอบงำกลุ่มบริกส์ได้

ที่มา : Geopoliticalmonitor , Bloomberg

Adblock test (Why?)


BRICS รับสมาชิกใหม่ หยุดอิทธิพล สหรัฐ - ชาติตะวันตก ทางภูมิรัฐศาสตร์ได้จริง? - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

ทร. เตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค "ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ 27 ต.ค.นี้ - ไทยรัฐ

งานใหญ่ กองทัพเรือ เตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 ก.ค. 67 โดย "ในหลวง-พระราชินี" เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน วัดอรุณฯ 27 ต.ค. นี้ โดยใช้เรือพระราชพิธี 52 ลำ กำลังพลประจำเรือ 2,200 นาย และจะเปิดฝึก 12 ก.พ. นี้


เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 67 ที่อาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ครั้งที่ 1/2567 โดยมี คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคและคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี (คตร.) เข้าร่วมประชุม


ตามที่สำนักพระราชวัง มีหนังสือแจ้งให้ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม การพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567 ในการนี้รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ขึ้น เพื่อกำหนดแนวทางและแผนการดำเนินการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินดังกล่าว ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับการบรรจุไว้ ในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค


สำหรับการประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมครั้งแรกของคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เพื่อเป็นการกำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงานจัดเตรียมความพร้อมของขบวนพยุหยาตราทางชลมารคประจำปี 2567 รวมถึงเป็นไปตามแผนงานที่ได้มีการกำหนดไว้ โดย ผู้บัญชาการทหารเรือ 

ได้มีคำสั่งกองทัพเรือ แต่งตั้งคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี (คตร.) ในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมี พลเรือโท วิจิตร ตันประภา รองเสนาธิการทหารเรือ สายงานกำลังพล เป็นประธานกรรมการ มีหน้าที่ในการวางแผนอำนวยการกำกับการ และดำเนินการเตรียมการ จัดขบวนเรือพระราชพิธีให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย สำหรับรูปแบบ การจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ใช้เรือพระราชพิธีจำนวนทั้งสิ้น 52 ลำจัดขบวนเป็น 5 ริ้วความยาว 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร โดยใช้กำลังพลประจำเรือในขบวนเรือพระราชพิธีจำนวนทั้งสิ้น 2,200 นาย


ในส่วนของแผนปฏิบัติงานการเตรียมความพร้อมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในส่วนของกองทัพเรือ ได้แบ่งการเตรียมความพร้อมออกเป็น 6 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย

1.  การเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลและการฝึกซ้อมฝีพาย จะเริ่มมีการจัดกำลังพลประจำเรือตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา โดยจะจัดให้มีการฝึกครูฝึกฝีพาย ในระหว่างวันที่ 12 กุมภาพันธ์ - 8 มีนาคม 2567 จากนั้นจะจัดให้มีการฝึกฝีพายบนเขียง ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม - 16 พฤษภาคม 2567 และการฝึกฝีพายในหน่วย ในเรือ ในน้ำ ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม - 30 กรกฎาคม 2567


2.  การซ่อมทำเรือพระราชพิธีและการเตรียมท่าเทียบเรือ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ดำเนินการสำรวจและซ่อมทำเรือพระที่นั่ง เรือรูปสัตว์ เพื่อส่งให้กรมศิลปากรตกแต่งตัวเรือ พร้อมทั้งซ่อมทำเรือดั้งเรือแซงให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 เมษายน 2567 รวมทั้งหมดซ่อมทำโป๊ะเรือ ท่าเทียบเรือ ปักเสาผูกเรือพระราชพิธีและวางทุ่นให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย


3.  การแต่งบทเห่เรือจำนวน 4 บท โดย พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย ประกอบด้วย บทเห่เรือพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาจำนวน 1 บท และบทเห่เรือพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินจำนวน 3 บทเพื่อใช้ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาและงานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค


4.  การฝึกซ้อมขบวนเรือในแม่น้ำประกอบด้วยการซ้อมย่อย 10 ครั้ง การซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง และซ้อมเพื่อเก็บความเรียบร้อยอีก 1 ครั้ง


5.  งานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ใน วันที่ 27 ตุลาคม 2567


6.  การสำรวจ จัดเก็บเรือ และสรุปผลการปฏิบัติ


ทั้งนี้การเตรียมการต่างๆ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการ ฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ได้เน้นย้ำคณะกรรมการในส่วนต่างๆ รวมถึงผู้แทนหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมให้ดำเนินการในการเตรียมความพร้อมเพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างามและสมพระเกียรติ รวมถึงขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุนการเตรียมความพร้อมในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในช่วงการฝึกซ้อม 

ทั้งการซ้อมย่อย การซ้อมใหญ่ และงานพระราชพิธีในวันจริง ซึ่งกำหนดไว้ในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567 โดยกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้เป็นอันดับแรก คือการฝึกครูฝึกฝีพายเรือพระราชพิธีซึ่งจะมีการเปิดการฝึก ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 ณ แผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธี

Adblock test (Why?)


ทร. เตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค "ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ 27 ต.ค.นี้ - ไทยรัฐ
Read More

Saturday, January 27, 2024

การเมือง - 'ดร.เสรี'พ้อ! ตอนนี้ไม่มีความหวังอะไร ทางการเมืองทั้งนั้นแล้ว - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

วันเสาร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2567, 09.58 น.

วันที่ 27 มกราคม 2567 ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอเล่าความรู้สึกเวลานี้ จากการติดตามฉากทัศน์ทางการเมืองมาตลอดนะคะ

ตอนนี้ไม่มีความหวังอะไรทางการเมืองทั้งนั้นแล้วค่ะ


อำนาจทางการเมือง อำนาจเงินตรา ทำให้อะไรๆก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ทั้งเรื่องดีและเรื่องเลว

คนไทยหลายคนในเวลานี้ เขาก็ทำมาหากินไปตามสภาพ คนดี คนเลว จะทำอะไร เขามองว่าไม่เกี่ยวอะไรกับเขาทั้งนั้น

คนพวกนี้อาจสบายใจคนที่มีความรู้สึกห่วงใยประเทศชาตินะคะ

หลายคนผิดหวังกับเหตุการณ์ทางการเมืองเวลานี้ เพราะเขาหวังว่าคนทำผิดต้องได้รับโทษ

สิ่งไม่ดีงามทั้งหลายต้องถูกจำกัดให้หมดไป

แต่เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น คนผิดก็ยังลอยนวล สิ่งไม่ดีก็ยังคงดำเนินต่อไป

เมื่อเป็นเช่นนี้ เรายังจะมีความหวังอะไรอีกต่อไปล่ะคะ

Adblock test (Why?)


การเมือง - 'ดร.เสรี'พ้อ! ตอนนี้ไม่มีความหวังอะไร ทางการเมืองทั้งนั้นแล้ว - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
Read More

รวบทันควัน วัยรุ่นสระแก้ว ประกาศศักดา ยิงใส่ป้ายบอกทางท้าทาย - ข่าวสด

รวบทันควัน วัยรุ่นสระแก้ว ประกาศศักดา ยิงใส่ป้ายบอกทางท้าทาย อ้างปืนบีบีกัน สุดท้ายโดนเค้นสอบหนักสารภาพสิ้น

วันที่ 27 ม.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิป วัยรุ่นคนหนึ่งยืนถือปืนอยู่ริมถนน บริเวณป้ายบอกทางด้านขวาเข้าบ้านคลองผักขม ต.หนองบอน อ.เมือง จ.สระแก้ว และป้ายตรงไปบ้านคลองศรีเมือง เป็นชายวัยรุ่นผมยาว สวมเสื้อยืนแขนสั้นสีขาว สวมกางเกงยีนส์สีเข้ม มือขวาถืออาวุธปืนไม่ทราบขนาด ยกเล็งไปที่ป้ายบอกทางบ้านคลองผักขม แล้วลั่นไกยิงไป 1 นัด

จากนั้นไม่นาน พ.ต.อ.เอกฤทธิ์ จีระมณีมัย ผกก.สภ.ปางสีดา ,พ.ต.ท.พิทักษ์ โคกเกษม รอง ผกก.สส.สภ.ปางสีดา สั่งการให้ชุดสืบสวนและชุดปราบปราม สภ.ปางสีดา เข้าตรวจสอบและได้เข้าจับกุมชายรายนี้ และนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ปางสีดา ทราบชื่อต่อมา นายชยานันท์ หรือ เวฟ อายุ 19 ปี นักเรียนโรงเรียนช่างแห่งหนึ่ง จ.สระแก้ว

สอบสวนสารภาพว่า ใช้ปืนบีบีกันยิงโดยบรรจุหัวลูกแก้วยิง แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ และเค้นสอบจนช่วงหลัง รับสารภาพว่า ได้ใช้ปืน .38 ยิงโดยปืนกระบอกดังกล่าวอยู่ที่ สภ.ทับใหม่ เนื่องจากถูกตรวจยึดไปก่อนหน้านี้ คลิปที่เผยแพร่ออกไปดังกล่าวเหตุเกิดในช่วงเคานต์ดาวน์ช่วงปีใหม่ 2567 ซึ่งตนได้ส่งให้เพื่อนไว้ ภายหลังมีเหตุแก๊ง 5 โจ๋ลูกตำรวจ และมีทีมงาน “กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่มาจัดการกับกลุ่มเด็กวัยรุ่น จึงมีการนำคลิปนี้กลับมาโพสต์อีกครั้ง

เบื้องต้น นายชยานันท์ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวน สภ.ปางสีดา อยู่ระหว่างขอหมายศาล จ.สระแก้ว เพื่อเข้าตรวจค้นและขออายัดปืนจาก สภ.บ้านทับใหม่ เพื่อเป็นหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Adblock test (Why?)


รวบทันควัน วัยรุ่นสระแก้ว ประกาศศักดา ยิงใส่ป้ายบอกทางท้าทาย - ข่าวสด
Read More

Friday, January 26, 2024

น้าแต บ้านกกกอก ไลฟ์หลังแม่ชมพู่แยกทางพี่เขย ลั่นพี่สาวโทษตัวเองบ้าง โต้ปมเกรี้ยวกราด สะดิ้ง จนอยู่ไม่ได้ - ข่าวสด

อย่าหาว่าผมเสือก น้าแต บ้านกกกอก ไลฟ์หลังแม่น้องชมพู่ ประกาศแยกทางพี่เขย ลั่นพี่สาวโทษตัวเองบ้าง โต้ปมเกรี้ยวกราด สะดิ้ง จนอยู่ไม่ได้ อย่าโบ้ยว่าน้อง-พ่อแม่

น้าแต บ้านกกกอก น้าของน้องชมพู่ ออกมาพูดผ่านโซเชียล หลังจากแม่น้องชมพู่ ไลฟ์ประกาศแยกทางสามี พร้อมแฉหมดทั้งน้ำตาถูกนอกใจเป็นปี พร้อมข้อความว่า “เรื่องสมมุติยืมปาก/คุณไม่ยอมรับผิดอะไร..เพราะคิดว่าตัวเองถูกเสมอ!”

อ่านข่าว – แม่น้องชมพู่ ร่ำไห้รอหย่า ชีวิตเหลือแค่ สะดิ้ง รับไม่ไหวแฉผัวพาผู้หญิงนอนในบ้านเป็นปี จ่อใช้กม.จัดการน้อง

โดย น้าแต กล่าวว่า ดีเหมือนกันที่เขาออกมาไลฟ์สดอย่างนั้น อย่าหาว่าผมเสือกเลยนะ ในส่วนเรื่องพวกนั้นเราจะไม่ยุ่ง แต่ทุกครั้งเขาชอบพูด ผู้สูญเสียชอบพูด ว่าน้องไม่ดี น้าต่ายไม่ดี ตายายมีปัญหา

อยากบอกให้นะ พี่ต้องจำไว้ พี่เคยโทษตัวเองบ้างไหม มีแต่โทษน้องๆ ไม่ดี น้องมาหาผลประโยชน์ ตายายรักลูกไม่เท่ากัน พี่คิดไปเอง อิจฉาริษยาน้องๆ เขาเข้าไปช่วยก็หาว่าหาผลประโยชน์

พอเขาออกมาก็หาว่าเขาไม่ดี เป็นอย่างนี้มาตลอด ลองโทษตัวเองบ้าง รู้ว่าสักวันพี่ต้องออกมาพร่ำเพ้อยังงี้ แต่ผมจะไม่ยุ่งกับเรื่องครอบครัวพี่

แต่สุดท้ายมาโบ้ยว่าน้องๆ ยายโน่นนั่นนี่ เริ่มเกรี้ยวกราด ต้องให้ สะดิ้ง ขึ้นไปอยู่ที่บ้าน ไม่มี ผมเคยบอกแล้วว่าเรื่องของเราเคลียร์ไปทีละอย่าง สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงนี้ คือ พี่ไม่เคยมองเลย

พี่สาวคนนี้ไม่เคยมองว่าตัวเองผิด ใครไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติเมื่อไหร่จะไม่ยอมทันที เหมือนที่น้าแตโดน ไม่พอใจกูฟ้อง กูแจ้งความ แต่พี่สาวคนโตไม่ เขาคงมองว่าผมเป็นน้องอยู่ จะเกลียดจะชังอะไรก็ช่าง

แต่ผู้สูญเสียเอาแต่ใจ ผมไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ผู้ชาย ไม่ใช่ขี้ข้า ผมเคยพูดหลายครั้ง คนหนึ่งชอบบังคับผู้ชาย ไม่ได้ดั่งใจก็มาร้องไห้

เรื่องพวกนี้ต้องไปคุยกันต่างหาก ไม่ควรเอามาพูดในโลกออนไลน์ คนในครอบครัวเขารู้หมดอยู่แล้ว อยากบอกพี่ต้องโทษตัวเองเสียบ้าง ที่มันเป็นแบบนี้ ไม่ได้พูดเข้าข้างใคร แต่อย่ามาโบ้ยว่าคนอื่น (คลิป)

Adblock test (Why?)


น้าแต บ้านกกกอก ไลฟ์หลังแม่ชมพู่แยกทางพี่เขย ลั่นพี่สาวโทษตัวเองบ้าง โต้ปมเกรี้ยวกราด สะดิ้ง จนอยู่ไม่ได้ - ข่าวสด
Read More

รัฐบาล ผลักดัน ตั้งทีมแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศ ส่งเสริมภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย - ไทยรัฐ

รัฐบาล เร่งผลักดันการตั้งทีมแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศ (Sky Doctor) ให้ครอบคลุม เพิ่มการเข้าถึงการรักษาและโอกาสรอดชีวิตอย่างทันท่วงที ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย

วันที่ 26 มกราคม 2567 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน (Sky Doctor) พร้อมระบบรับแจ้งเหตุและสั่งการที่มีมาตรฐานในระดับสากล เพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของผู้ป่วย สร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ป่วย และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลผลักดันนโยบายการจัดตั้งแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศ (Sky Doctor) เพิ่มความรวดเร็วในการขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง ตั้งเป้าจัดตั้งทีมแพทย์ฉุกเฉินตามมาตรฐานระบบการแพทย์ฉุกเฉินในระดับสากล ในเขตสุขภาพทั้งหมด 13 เขต 20 หน่วยทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีการใช้ทีมการแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศในหลากหลายพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งระบบของ Sky Doctor ดำเนินการโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ (Helicopter Emergency Medical Service: HEMS) นำทีมแพทย์ไปรับตัวผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ภูเขาสูง พื้นที่เกาะในทะเล หรือในเมืองที่มีการจราจรติดขัด เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉินไปทำการรักษา ณ โรงพยาบาลเครือข่ายระดับสูง

ทั้งนี้ สถิติการออกปฏิบัติของทีมแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศในช่วง พ.ศ. 2564-2566 ชี้ให้เห็นว่า จากการออกปฏิบัติทั้งสิ้นจำนวน 401 ครั้ง ภายใต้การปฏิบัติการของหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ด้านอากาศยานที่ได้รับการอนุมัติจำนวน 9 หน่วย เป็นการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน จำนวน 398 ครั้ง และลำเลียงอวัยวะ จำนวน 3 ครั้ง โดยเป็นหน่วยที่อยู่ในเขตสุขภาพ 3 เขต คือ เขตสุขภาพที่ 1 ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน พะเยา ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน เขตสุขภาพที่ 2 ได้แก่ ตาก เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สุโขทัย และ เขตสุขภาพที่ 11 ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ พังงา ระนอง ชุมพร ทั้งนี้ ได้มีการวางแผนเพื่อพัฒนาการให้บริการทางทะเลฝั่งอันดามันในพื้นที่ 5 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่พิเศษด้านการท่องเที่ยวและพื้นที่เกาะ ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา สตูล และตรัง เพื่อรองรับฤดูการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ

“การเข้าถึงการรักษาเฉพาะทางได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเท่าเทียม ถือเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาชีวิตผู้ป่วย ระบบ Sky Doctor ที่มีมาตรฐานในระดับสากลจะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้ โดยรัฐบาลผลักดันให้มีจัดตั้งทีมแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้ช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงทีครบทุกเขตทั่วประเทศ” นายชัย กล่าว

Adblock test (Why?)


รัฐบาล ผลักดัน ตั้งทีมแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศ ส่งเสริมภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย - ไทยรัฐ
Read More

สส.วิโรจน์ ปิดทางร่วมงาน "สุทิน" กลางสภา เหน็บนายกฯ เอาแต่อุทาน “อุ๊ย รับไม่ได้” - Sanook

กวาดเรียบ! สส.วิโรจน์ ปิดทางร่วมงาน “สุทิน” กลางสภาฯ แต่ถ้าไปแทนพร้อมแน่นอน ขู่ไม่ปล่อยข้อมูลให้ กมธ. เจอซักฟอกแน่ เหน็บ "เศรษฐา" อย่าทำแค่อุทาน “อุ๊ย รับไม่ได้” ปชช.เขารับไม่ได้มาตั้งนานแล้วท่านนายกฯ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระการพิจารณาญัตติ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนหน้าที่การให้บริการไฟฟ้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการกองทัพไปอยู่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ว่า ธุรกิจกองทัพไม่ใช่หน้าที่ของทหาร และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศแต่อย่างใด

แต่เป็นกลไกที่ทำให้กองทัพเข้ามาพัวพันกับการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ ในลักษณะรัฐซ้อนรัฐ และเป็นแหล่งรายได้นอกระบบของนายพล เครือข่ายอุปถัมภ์ที่อยู่หลังม่านการเมือง กลายเป็นวัฒนธรรมสกปรกที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ขาดความโปร่งใส แม้แต่องค์กรอิสระก็น้ำท่วมปาก กองทัพระบุว่าตรวจสอบตัวเอง ซึ่งแท้จริงแล้วคำว่าตรวจสอบตัวเองมัน ก็คือการทำตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจ โดยไม่มีการตรวจสอบอะไร ทหารมักจะเอาความมั่นคงของประเทศมาเป็นข้ออ้าง ตนยืนยันว่า ประเทศไทยในปัจจุบันเมื่อเทียบกับโลก เราอยู่ในสถานะที่ไม่มั่นคง และธุรกิจกองทัพเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศเสียเอง

นายวิโรจน์ ยกดัชนี Government Defence Integrity Index 2020 หรือดัชนี GDI ซึ่งเป็นดัชนีที่ชี้วักคอร์รัปชันกองทัพและหน่วยงานความมั่นคง แต่ผลการประเมินปี 2020 กลับงามไส้ ประเทศไทยถูกประเมินอยู่ในระดับเสี่ยงมาก ประชาชนเข้าไม่ถึงงบประมาณของกองทัพ สะท้อนว่า กองทัพในปัจจุบันขาดสำนึกว่าเงินที่ใช้จ่ายอยู่ในทุกวันนี้เป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ กองทัพและกระทรวงกลาโหมไม่เคยให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือกรรมาธิการการทหาร ที่ผมเป็นประธาน เดี๋ยวท่านประธานจะรู้ว่าประธานที่ชื่อวิโรจน์ จะจัดการกับรัฐมนตรีที่ชื่อสุทินอย่างไร” นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า หลายครั้งที่หน่วยงานกองทัพไม่ให้ข้อมูลกับกรรมาธิการการทหาร หน้าดื้อตาใส ซึ่งเราไม่ยอม มีการทำหนังสือทวงถามกับกระทรวง 3 ครั้ง

“จะมีหนังสือจากนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ประธานคณะกรรมาธิการการทหาร ส่งโดยตรงถึงนายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ขอให้ท่านเร่งสั่งการให้ส่งข้อมูลมาโดยพลัน และมีเส้นตายสุดท้ายจริงๆ เพื่อยืนยันว่าถ้ายังไม่ส่งมา ก็ไม่ใช่แค่หน่วยงานในสังกัดเท่านั้นที่ไม่ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการ แต่แม้แต่รัฐมนตรีที่ชื่อสุทิน คลังแสง ก็มีเจตนาไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ต้องห่วงครับท่านประธาน เจอผมอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน”

นายวิโรจน์ ระบุว่า งบกลาโหมถูกยกเว้นการรายงานอย่างที่ควรจะเป็นตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ต่างจากกระทรวงอื่น “โอ้โฮ ได้อภิสิทธิ์อีก” ซึ่งประชาชนไม่รู้ว่าธุรกิจกองทัพมีรายได้เท่าไหร่ และเรื่องนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานนโยบายการเงินการคลังของรัฐ เคยทราบหรือเคยใส่ใจหรือไม่

“หรือพอทราบแล้วก็อุทานว่า อุ๊ย ผมรับไม่ได้ ประชาชนเขารับไม่ได้มาตั้งนานแล้วท่านนายกฯ ฝากท่านประธานไปด้วย”

Adblock test (Why?)


สส.วิโรจน์ ปิดทางร่วมงาน "สุทิน" กลางสภา เหน็บนายกฯ เอาแต่อุทาน “อุ๊ย รับไม่ได้” - Sanook
Read More

Thursday, January 25, 2024

ฝนตกรถไถลลงข้างทาง วินาศสันตะโร 3 ชม. กว่า 20 คัน เหตุลื่นน้ำยางพารา - มติชน

ฝนตกรถไถลลงข้างทาง วินาศสันตะโร 3 ชม. กว่า 20 คัน เหตุลื่นน้ำยางพารา

เมื่อวันที่ 26 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นของวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา หน่วยกู้ภัยจังหวัดเลย ทั้งศูนย์วิทยุมูลนิธิสว่างคีรีธรรม สมาคมกู้ชีพกู้ภัย จ.เลย ร่วมใจกู้ภัยเมืองเลย ได้แจ้งเหตุว่าเกิดอุบัติเหตุตามถนนต่างๆ ในเขตจังหวัดเลย ทั้งถนนเลย-เชียงคาน ถนนเลย-วังสะพุง ถนนเลย-นาด้วง ต่างขอความช่วยเหลือเนื่องจากรถไถลลงถนน และชนกัน ท่ามกลางฝนตกลงมาปรอยๆ ภายใน 3 ชม.มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนถนนต่างๆ กว่า 20 ครั้ง

โดยในช่วงชั่วโมงแรกของฝนที่เริ่มตก อาสากู้ภัยได้รับแจ้งว่า ถนนเลย-เชียงคาน ในช่วงเลยค่ายทหารศรีสองรัก มีรถกระบะชนกันได้รับบาดเจ็บ มีคนเจ็บติดภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงได้นำชุดตัดถ่าง พร้อมกับอุปกรณ์ ช่วยงัดร่างผู้บาดเจ็บออกจากซากรถ นำส่งโรงพยาบาลเลย ในขณะที่กำลังช่วยเหลือ ยังได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายจุด โดยเฉพาะเส้นทางเลย-วังสะพุง มีเหตุเกิดกว่า 10 ครั้ง และถนนเลย-ภูเรือ และเส้นทางเลย-นาด้วง ช่วงเขตรับผิดชอบของเทศบาลตำบลนาดินดำ อ.เมืองเลย ได้เกิดอุบัติเหตุรถลงข้างทาง จนเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลนาดิน ต้องนำรถน้ำและรถดับเพลิงออกมาฉีดถนน ไม่ให้ลื่น รวมเหตุอุบัติเหตุเกิดขึ้นกว่า 20 ครั้ง แต่ยังโชคดีพบผู้บาดเจ็บอาการสาหัสแค่ 1 ราย ส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ต้องสูญเสียทรัพย์สิน รถได้รับความเสียหาย

จากการสอบถามผู้ประสบเหตุ ต่างให้การเหมือนกันว่าเนื่องจากช่วงเกิดเหตุมีฝนตกลงมาปรอยๆ ถนนลื่นมากจนควบคุมรถไม่ได้ ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว จากการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่พบว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้มักเกิดขึ้นทุกปี และเกิดขึ้นหลายๆ ครั้ง เนื่องจากถนนที่เกิดอุบัติเหตุมีร่องรอยน้ำยางพาราจากรถบรรทุกปล่อยน้ำยางรั่วไหลลงพื้นถนนมาเป็นเวลานาน เมื่อถูกแสงแดดจะแห้งและเคลือบติดถนน แต่เมื่อมีฝนตกใหม่ๆ น้ำยางที่เคลือบถนนทำให้ลื่น และเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นประจำเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลกรีดยางพารา

แม้ว่าทางราชการที่เกี่ยวข้อง จะตั้งกฎระเบียบมาบังคับใช้กับรถบรรทุกยางก้อนถ้วย ไม่ให้น้ำยางรั่วลงพื้นถนน แต่ยังพบว่ามีผู้ฝ่าฝืนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะทางโค้งหรือช่วงติดไฟแดง น้ำยางที่อยู่ในถังกักเก็บจะไหลออกมาช่วงรถโค้งตามถนน หรือเบรกติดไฟแดง จึงทำให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นประจำ บางครั้งทำให้สูญเสียถึงชีวิตและทรัพย์สิน

QR Code

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

Line Image

matichon

Adblock test (Why?)


ฝนตกรถไถลลงข้างทาง วินาศสันตะโร 3 ชม. กว่า 20 คัน เหตุลื่นน้ำยางพารา - มติชน
Read More

นักวิชาการ มธ. เสนอกลไกทางเลือกแก้ PM 2.5 - ไทยโพสต์

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ม.ธรรมศาสตร์ แนะ ควรให้ ‘อำนาจสั่งการ’ คกก.อากาศสะอาด ดำเนินมาตรการข้ามหน่วยงาน พร้อม ‘บูรณาการงบประมาณ’ ตามภารกิจ...