Rechercher dans ce blog

Friday, November 4, 2022

สธ. ให้บริการ 'ตรวจแอลกอฮอล์ในเลือด' ป้องกัน-ลดอุบัติเหตุทางถนน หลังพบปีงบ 2565 เกินกฎหมาย 51% | TheCoverage.info - The Coverage

กรมวิทย์ฯ ให้บริการตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือดให้ ทราบผลภายใน 7-10 วันทำการ ส่วนช่วงเทศกาลรายงานผลภายใน 24 ชั่วโมง สนับสนุนการป้องกัน-ลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน หลังปีงบประมาณ 2565 พบเกินกฎหมายกำหนด 51% 


นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงทางการแพทย์และสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือด เพื่อสนับสนุนการป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน โดยสถานพยาบาลและสถานีตำรวจในพื้นที่สามารถส่งตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดได้ที่ห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 15 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่ง (เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก นครสวรรค์ สระบุรี สมุทรสงคราม ชลบุรี ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี สงขลา และตรัง) โดยจะทำการตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่อง Gas Chromatography (Headspace GC-FID) ซึ่งให้ผลที่เที่ยงตรงและแม่นยำ และได้รับการรับรองความสามารถตามมาตรฐาน ISO 15189 และ ISO/IEC 17025 ทราบผลภายใน 7-10 วันทำการ หรือในกรณีช่วงเทศกาลสามารถดำเนินการตรวจวิเคราะห์และรายงานผลภายใน 24 ชั่วโมง

1

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า จากข้อมูลผลการปฏิบัติงานตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือดของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในปีงบประมาณ 2565 (1 ต.ค. 2564-30 ก.ย. 2565) มีตัวอย่างที่ส่งตรวจจำนวนทั้งสิ้น 8,962 ตัวอย่าง แยกเป็น เพศชาย 7,841 ราย หญิง 1,117 ราย และไม่ระบุเพศ 4 ราย ผลการตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือด พบว่า เกินกฎหมายกำหนด จำนวน 4,615 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 51 โดยผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป มีอายุเฉลี่ยเท่ากับ 42 ปี และผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ที่อายุไม่ถึง 20 ปี มีอายุเฉลี่ยเท่ากับ 17 ปี ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ รองลงมาคือรถปิคอัพและรถเก๋ง ช่วงเวลาที่เกิดเหตุมากที่สุด คือ เวลา 19.00-19.59 น. 

ทั้งนี้ กฎกระทรวงฉบับที่ 21 พ.ศ. 2560 ออกตามความใน พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดไว้ว่า หากพบว่าผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์จากลมหายใจหรือปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่มีค่าเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์หรือผู้ขับขี่ที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี ผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถหรือผู้ขับขี่ ซึ่งได้รับใบอนุญาตขับรถแบบชั่วคราว ถ้ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่าเมาสุราเช่นกัน 

2

“การขับขี่รถขณะเมาสุราเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุจราจรทางบก ซึ่งการตรวจวิเคราะห์ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด เป็นวิธีการอย่างหนึ่งในการทดสอบว่าผู้ขับขี่เมาสุราหรือไม่ ในกรณีผู้ขับขี่ที่รู้สึกตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์โดยเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ แต่บางรายอาจมีอาการบาดเจ็บรุนแรงจนไม่สามารถเป่าผ่านเครื่องวัดฯได้ จะทำการเจาะเลือดส่งตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหนังสือนำส่งตัวผู้ขับขี่ไปยังสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อทำการเจาะเลือดภายใน 6 ชั่วโมง หลังเกิดอุบัติเหตุ หากเกิน 6 ชั่วโมงปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดจะลดต่ำลง” นพ.ศุภกิจ กล่าว

Adblock test (Why?)


สธ. ให้บริการ 'ตรวจแอลกอฮอล์ในเลือด' ป้องกัน-ลดอุบัติเหตุทางถนน หลังพบปีงบ 2565 เกินกฎหมาย 51% | TheCoverage.info - The Coverage
Read More

Thursday, November 3, 2022

สรุปหุ้นเด่นทางเทคนิค (03/11/65) - efinanceThai

ใช้งาน efin StockPickUp ได้เต็มประสิทธิภาพ วิเคราะห์กราฟเทคนิค + ข้อมูลพื้นฐาน แบบจัดเต็ม!! ทำกำไรทุกสภาวะตลาด วิเคราะห์หุ้นได้มากกว่า ดีกว่า และเร็วกว่าเดิม 10 เท่า กับ Platinum user >> ทดลองฟรี 15 วัน!!

Adblock test (Why?)


สรุปหุ้นเด่นทางเทคนิค (03/11/65) - efinanceThai
Read More

Wednesday, November 2, 2022

ปัญหากฎหมายควบคุมมลพิษจากยานพาหนะทางบก | ศิริวรรณ สืบนุการณ์ - กรุงเทพธุรกิจ

เช่น หอบหืด หลอดลมอักเสบ ปอดบวม โรคภูมิแพ้ประเภทต่างๆ การรบกวนของระบบประสาทส่วนกลาง และปัญหาระบบไหลเวียนโลหิต อากาศเสียจากยานพาหนะทางบกเป็นสาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะในเขตเมือง

กว่าร้อยละ 90 ของประชากรโลกได้รับอากาศที่มีคุณภาพต่ำกว่าค่ามาตรฐาน มลพิษทางอากาศที่สำคัญ ได้แก่ ฝุ่นละออง (PM 2.5 และ PM 10) ไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ และโอโซน

ปัญหากฎหมายควบคุมมลพิษจากยานพาหนะทางบก | ศิริวรรณ สืบนุการณ์

ศาสตราจารย์อำนาจ วงศ์บัณฑิต ศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายของสหภาพยุโรปที่ประเทศไทยได้รับแนวความคิดบางส่วนมาใช้ว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด กฎหมายของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมมลพิษทางอากาศจากยานพาหนะทางบกมี 3 กลุ่มคือ 

  1. กฎหมายที่ใช้ควบคุมมาตรฐานการผลิตยานพาหนะ เครื่องยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
  2. กฎหมายที่ใช้กำหนดมาตรฐานคุณภาพของเชื้อเพลิงที่นำไปใช้กับเครื่องยนต์ และ
  3. กฎหมายที่ใช้ควบคุมยานพาหนะที่จะนำมาจดหรือต่อทะเบียนหรือกำลังใช้งานอยู่ในถนน 

ในภาพรวมนั้นประเทศไทยมีกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติเพียงพอในการจัดการกับปัญหาการปล่อยอากาศเสียจากยานพาหนะทางบก แต่ก็มีประเด็นที่ควรจะต้องได้รับการพิจารณาดังต่อไปนี้เพื่อช่วยให้การจัดการปัญหามลพิษทางอากาศจากยานพาหนะทางบกมีประสิทธิภาพมากขึ้น

1. มาตรฐานการควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดยังไม่ครอบคลุมสารบางชนิด

เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายไทยจะตรวจสอบการปล่อยสารที่ทำให้เกิดมลพิษบางตัวเท่านั้น คือ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซไฮโดรคาร์บอนสำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินหรือก๊าซเป็นเชื้อเพลิง และค่าควันดำจากยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ไม่ได้มีการตรวจสอบการปล่อยออกไซด์ของไนโตรเจนและสารมลพิษอนุภาคเช่นในสหภาพยุโรป 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารมลพิษอนุภาคขนาด PM 10 และ PM 2.5 ที่นโยบายและแผนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยให้ความสนใจมากขึ้นในการควบคุม ดังนั้นจึงเสนอให้มีการตรวจสอบการปล่อยสารทั้งสองตัวนี้ด้วย

ปัญหากฎหมายควบคุมมลพิษจากยานพาหนะทางบก | ศิริวรรณ สืบนุการณ์

2. มาตรฐานควบคุมมลพิษที่แตกต่างกันของแต่ละหน่วยงาน

เช่น ในกรณีของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 หากเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก อัตราการปล่อยมลสารจะวัดเป็นหน่วยน้ำหนักต่อระยะทาง คือ กรัมต่อกิโลเมตร (g/km) 

หากเป็นรถยนต์ขนาดใหญ่หน่วยการวัดจะเป็นหน่วยน้ำหนักต่อหน่วยการใช้พลังงาน คือ กรัมต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง (g/kWh) ซึ่งเป็นการนำระบบของสหภาพยุโรปมาใช้  

ในขณะที่การรับจดทะเบียนรถ การตรวจสภาพรถตามกำหนดเวลาและการสุ่มตรวจยานพาหนะข้างถนนใช้หน่วยการวัดเป็นร้อยละของปริมาตร การนำวิธีการตรวจสอบการปล่อยอากาศเสียจากยานพาหนะทั้งสองระบบมาใช้กับรถยนต์คันเดียวกันย่อมทำให้มีความซ้ำซ้อนในการทำงาน เสียงบประมาณและบุคลากรในเรื่องเดียวกันโดยไม่จำเป็น 

ศาสตราจารย์อำนาจ เสนอว่า หากเป็นรถรุ่นใหม่ที่มีการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแล้ว ควรจะตรวจสภาพรถเรื่องการปล่อยอากาศเสียโดยใช้ระบบตามมาตรฐานดังกล่าวเพราะวิธีการดังกล่าวได้คำนึงถึงอัตราการปล่อยอากาศเสียกับระยะทางซึ่งแสดงถึงอัตราการประหยัดพลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

3. มาตรการควบคุมมลพิษที่ซ้ำซ้อนกันตามกฎหมายต่างๆ

เมื่อพิจารณาพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ในขั้นตอนการจดทะเบียนรถแล้ว บทลงโทษตามกฎหมายทั้งสองฉบับนี้ ไม่ซ้ำซ้อนกับบทลงโทษในขั้นตอนการสุ่มตรวจยานพาหนะข้างถนนตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 

นอกจากนี้หากพิจารณาขั้นตอนการสุ่มตรวจยานพาหนะข้างถนนซึ่งกระทำได้ภายใต้กฎหมายทั้งสี่ฉบับและยานพาหนะนั้นไม่ผ่านมาตรฐานของกฎหมายทั้งหมด ก็ไม่ถือว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

ศาสตราจารย์อำนาจ เห็นว่าควรจะลดการบังคับใช้ฐานความผิดในเรื่องนี้ตามกฎหมายต่างๆ ให้เหลือน้อยที่สุด เช่น อาจจะใช้ฐานความผิดเกี่ยวกับการระบายอากาศเสียจากยานพาหนะเกินมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฉบับเดียว

4. ปัญหาการกำหนดให้รถบรรทุกและรถบัสเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ

ภายใต้พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้มาตรการดังกล่าวได้ ศาสตราจารย์อำนาจ เสนอให้แก้ไขนิยามคำว่า “ยานพาหนะ” ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ให้หมายความรวมถึงรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกด้วย

5. มาตรฐานควบคุมมลพิษยังไม่เข้มงวดเพียงพอ

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับการผลิตเครื่องยนต์หลายชนิดในประเทศไทยตรงกับมาตรฐาน Euro 4 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สหภาพยุโรปเลิกใช้แล้วเนื่องจากได้มีการพัฒนามาตรฐานใหม่เป็น Euro 5 และ Euro 6 ที่มีความเข้มงวดกว่ามาตรฐานเดิม มาตรฐานการผลิตของประเทศไทยในเรื่องนี้จึงไม่เท่ากับมาตรฐานสากล \

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทยที่มีการประกาศตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ที่ใช้กับเครื่องยนต์แล้วพบว่ามีมาตรฐานใกล้เคียงกับมาตรฐานของสหภาพยุโรปย

กเว้นปริมาณของกำมะถันในน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทยมีความเข้มงวดน้อยกว่าของสหภาพยุโรปซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

6. การประสานงานระหว่างหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมาย

เกี่ยวกับการปล่อยอากาศเสียจากยานพาหนะทั้งหมดควรมีการทำความตกลงกับกรมการขนส่งทางบกว่า หากยานพาหนะใดฝ่าฝืนกฎหมายฉบับที่เกี่ยวข้องและยังไม่ได้แก้ไขปรับปรุงการปล่อยอากาศเสียให้ได้มาตรฐาน

หรือยังไม่ยอมชำระค่าปรับในการฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว กรมการขนส่งทางบกจะไม่ยอมจดทะเบียนหรือต่อทะเบียนให้แก่ยานพาหนะดังกล่าวเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย

เมื่อพิจารณากฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องจากการศึกษาวิจัยของ ศาสตราจารย์อำนาจ วงศ์บัณฑิตจะเห็นได้ว่า ประเทศไทยมีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติเพียงพอในการจัดการกับปัญหามลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ

แต่ก็อาจจำเป็นต้องมีการปรับปรุงกฎหมายบางเรื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลำดับรองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกฎหมายในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว 

เช่น การกำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะทางบกและมาตรฐานของน้ำมันเชื้อเพลิงให้สูงขึ้นเทียบเท่ามาตรฐานของสหภาพยุโรป การปรับปรุงให้มาตรฐานที่ออกภายใต้กฎหมายแต่ละฉบับเป็นระบบเดียวกัน และมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมาย

(ที่มา: มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมมลพิษทางอากาศจากยานพาหนะทางบก)

Adblock test (Why?)


ปัญหากฎหมายควบคุมมลพิษจากยานพาหนะทางบก | ศิริวรรณ สืบนุการณ์ - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

"โค้ชวัง" แยกทางหนองบัวฯ หวังให้ทีมเดินต่อหน้าไปได้ - สยามกีฬา

โดย อดีตดาวเตะทีมชาติไทย เผยหลังตัดสินใจลาออกเพื่อเป็นการลดกระแสกดดันจากแฟนบอลที่มีตัวผู้หลักผู้ใหญ่ในสโมสร "เพื่อลดกระแสกดดันของแฟนบอลที่มีต่อผู้บริหารและสโมสร จึงขอยุติบทบาท และขอแยกทางกับสโมสร ขอโทษแฟนบอลที่ทำผลงานไม่ได้ตามเป้าโดยเฉพาะ 2 นัดล่าสุดที่เก็บแต้มไม่ได้เลย" "โค้ชวัง" กล่าว

ด้าน สุเทพ ภู่มงคลสุริยา ประธานสโมสรเผยถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งว่า "2 นัดหลังสุดที่เจอกับทีมในระดับเดียวกันแต่เก็บแต้มไม่ได้ ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะเป็นเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อลดกระแสกดดันของแฟนบอล" 

"เรากำลังเล็งหาโค้ชใหม่ โดยมองไปที่โค้ชต่างชาติ ที่มาจะเปลี่ยนโมเม้นตั้มของทีมได้ เชื่อยังมีโอกาสกลับมาได้ ใน 4 เกมสุดท้ายของเลกแรก เชื่อทีมยังมีโครงสร้างทีมผู้เล่นที่ดี เพียงแต่ขาดความมั่นใจ เร้าลูกทีมให้มุ่งมั่นฝึกซ้อม และมีความกระตือรือร้น มีความกระหายมากขึ้น โอกาสยังมีเปิดกว้าง ถึงแม้เป้าหมายกุนซือคนใหม่จะมองไปที่โค้ชต่างชาติ แต่ไม่ปิดโอกาสโค้ชคนไทย ต้องดูโปรไฟล์ และความสามารถที่จะพาทีมอยู่รอดได้" 

หลังจาก 4 เกมที่เหลือในเลกแรกจะประเมินผลว่าจะเดินอย่างไรต่อในเลกที่ 2 องค์กรใหญ่ขึ้นงานเยอะขึ้นอาจมีข้อผิดพลาด ขอแฟนบอลเห็นใจ และอย่าทิ้งสโมสรที่ตั้งใจทำเพราะคนหนองบัวลำภู ให้มีฟุตบอลระดับประเทศได้ดู และกำลังพัฒนาสโมสรเพื่ออนาคตของเด็กๆ อคาเดมี่อีกเป็นร้อยชีวิต ขอกำลังใจเพื่อให้สโมสรเดินหน้าต่อ และขอกำลังใจให้ผู้บริหาร สตาฟโค้ช นักกีฬากลับมามั่นใจอีกครั้ง

นอกจากนี้ทางด้านประธานสโมสรฯ ได้แต่งตั้ง "ผอ.กล่ำ" ธีระเวคิน สีหะวงศ์ ผู้อำนวยการสโมสร กับทีมงานสตาฟฟ์โค้ชที่เหลืออยู่ดูแลทีมชั่วคราว จนกว่าจะหาโค้ชใหม่ได้ แม้จะเป็นตัดสินใจกระทันหัน แต่เชื่อว่า ผอ.สโมสร กุนซือขัตตาทัพจะรับมือได้ เพราะรู้อุปสรรค และปัญหาดี มั่นใจน้องๆ นักกีฬามีสปิริต และเป็นมืออาชีพเพื่อก้าวผ่านปัญหาที่เกิดขึ้นไปด้วยกัน

"ขอบคุณโค้ชวัง ที่ผ่านมาให้เกียรติแก่ผม ทีมงานสตาฟโค้ช และสโมสรมากๆ และปีแรกทำผลงานเกิดคาด จนไม่คิดว่าผลงานปีที่ 2 จะมีข้อผิดพลาด และมาถึงจุดที่จะต้องตัดสินใจแบบนี้

โค้ชวัง เป็นแบบอย่างของโค้ชที่น่าชื่นชม สุขุม และเป็นสุภาพบุรุษ แต่ด้วยสถานการณ์ และผลงานที่ไม่เป็นตามเป้าจึงตัดสินใจจากกันด้วยดี ขอให้โค้ชวังโชคดี และประสบผลสำเร็จในวันข้างหน้า หากมีโอกาสที่ดีคงได้มีโอกาสร่วมงานหรือพบกันใหม่" ประธานพญาไก่ชน กล่าวขอบคุณและชื่นชม "โค้ชวัง" ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล ตลอดเวลาที่ทำหน้าในฐานกุนซือ หนองบัว พิชญ เอฟซี

Adblock test (Why?)


"โค้ชวัง" แยกทางหนองบัวฯ หวังให้ทีมเดินต่อหน้าไปได้ - สยามกีฬา
Read More

ไทย - ออสเตรเลีย ลงนามแผนปฏิบัติการหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ - ฉลองสัมพันธ์ 70 ปี - กรุงเทพธุรกิจ

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ ได้หารือกับ นางสาวเพนนี หว่อง รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศออสเตรเลียถึงแนวทางกระชับความสัมพันธ์ และเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และมิตรประเทศที่มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในภูมิภาค และอนุภูมิภาคมายาวนาน รวมทั้งแสดงความยินดีในโอกาสการครบรอบ 70 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับออสเตรเลียในปีนี้

ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย ปีค.ศ.2022 - 2025 ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญของการเยือนครั้งนี้ 

ภายหลังการลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับออสเตรเลียระหว่างนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 เพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยแผนปฏิบัติการร่วมดังกล่าวเป็นแผนงานทั้ง 2 ประเทศจะร่วมกันขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกมิติทั้งด้านการเมือง และความมั่นคง รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ และความมั่นคงทางไซเบอร์ ด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน รวมถึงการจัดทำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และเศรษฐกิจดิจิทัล 

รวมถึงความร่วมมือรายสาขาอื่นๆ อาทิ พลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  การท่องเที่ยววิถีใหม่ เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และส่งเสริมการเจริญเติบโตของทั้งสองประเทศอย่างครอบคลุม และยั่งยืนต่อไป 

ไทย - ออสเตรเลีย ลงนามแผนปฏิบัติการหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ - ฉลองสัมพันธ์ 70 ปี

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองได้หารือถึงการเสริมสร้างความร่วมมือในกรอบอาเซียน ACMECS และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ตลอดจนแลกเปลี่ยนความเห็นต่อพัฒนาการในโลกที่สำคัญ และการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์

Adblock test (Why?)


ไทย - ออสเตรเลีย ลงนามแผนปฏิบัติการหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ - ฉลองสัมพันธ์ 70 ปี - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

Tuesday, November 1, 2022

"ต้มยำหัวปลีอย่างนกเขา" เมนูทางเลือก "Plant-based" ของคนรักสุขภาพ - PPTVHD36

​เลยอยากชวนมาทำความรู้จักกับ ‘Plant-based food’ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมด้านอาหารโดยมีสารสำคัญที่เรียกว่า สารฮีม (Heme) ซึ่งเป็นโปรตีนที่พบได้ทั้งในพืชและสัตว์ มาช่วยตกแต่งเรื่องสี กลิ่น รสชาติ ให้พืชนั้น ๆ ให้มีความคล้ายกับเนื้อสัตว์มากขึ้น 

จริง ๆ เรื่องอาหารแพลนท์เบสนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่เท่าไรนัก แต่พอมาถึงปีนี้ และปีต่อๆไปในอนาคต เราคงจะได้เห็นเจ้าแพลนท์เบสมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน ดูได้จากฟาสต์ฟู้ดเจ้าใหญ่ ๆ เริ่มมีเมนู แพลนท์เบส มาใส่เป็นเมนูทางเลือก

Plant-based diet การรับประทานพืชเป็นหลัก ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพและอนาคต

“อาหารทะเลจากเห็ดรา” อีกหนึ่งมิติของ “อาหารทางเลือก”

การเกษตรในประเทศที่เน้นเพิ่มผลผลิตเพื่อการส่งออกไปเป็นส่วนประกอบในการทำอาหาร plant based  ใกล้ๆตัว ในซุปเปอร์มาร์เกตและร้านสะดวกซื้อก็มีเมนูสำเร็จรูปพร้อมรับประทานให้เลือกมากมาย แต่ถ้าเราอยากลองทำเองล่ะ จะมีวัตถุดิบอะไรบ้างที่นำไปปรับใช้ปรับทำเองได้บ้าง มาดูกันค่ะ

หลักการง่าย ๆ มันก็คือ อาหารในกลุ่มโปรตีนทางเลือกโดยใช้วัตถุดิบที่ทำมาจากพืชที่ให้โปรตีนสูง เช่น ถั่ว เห็ด สาหร่าย ธัญพืช  ผัก ผลไม้ เป็นต้น (ซึ่ง ถือเป็น 95% ในรายการอาหารนั้น ๆ ) โดยมีการพัฒนารสชาติ กลิ่น และสีสันให้เหมือนกันกับอาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ โดยส่วนผสมมาจากพืชที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ จึงทำให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งนี้ยังมีวิจัยระบุอีกว่าอาหารจากพืชเป็นประโยชน์สำหรับการควบคุมน้ำหนักและโรคเบาหวาน และอาจช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ  เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด

วัตถุดิบที่ใกล้ ๆ ตัวเราและมีอยู่อย่างมากมายในประเทศเราก็เช่น ขนุนที่ถูกนำมาใช้เทียมเนื้อไก่ด้วยความที่มีความ คล้ายคลึงกันในแง่ สีสัน เส้นใย รสชาติ หรือการใช้แตงโมเป็นปลาทูน่า ด้วยลักษณะสีสันอันใกล้เคียงกัน เพื่อใช้ลดการประมงจับล่าปลาทูน่า หรือจะเป็นการเอาดอกกะหล่ำ มาหุงแทนข้าวเป็นต้น อย่างตอนไปเนปาล ก็ได้เจอผลไม้ป่าชนิดหนึ่งที่คนท้องถิ่นบอกว่ารสชาติเหมือนหมู พอได้เอาลองมาฝานทอดทานแล้วก็พบว่ามีความคล้ายคลึงในบางอย่างจริง ๆ

วันนี้เลยขอนำสูตรอาหารแบบไทย ๆ สไตล์ plant based มาฝากกัน

ต้มยำหัวปลีอย่างนกเขา

หัวปลี หนึ่งหัว
กะทิ 300กรัม
ตะไคร้ 1ต้น
ใบมะกรูด 4
มะนาว 2ลูก
หอมแดง 4ลูก
เห็ด ตามชอบ
พริกแห้ง 2เม็ด
ผักชี 1ข่อ
พริกขี้หนู 6เม็ด
น้ำปลาเท่าๆกับมะนาว
น้ำตาลปี๊บ ปลายนิ้ว

วิธีทำ

1. หัวปลีดึงกาบที่แข็งๆออก แล้วเผาไฟให้สีเป็นอย่างนกเขา แล้วหั่นชิ้นพอดีคำ

2. ตั้งหางกะทิใส่ตระไคร้ ใบมะกรูด หอมแดงและหัวปลีที่เตรียมไว้ ใส่เห็ด

3. ปรุงรสด้วย น้ำปลา ตัดรสด้วยน้ำตาลปี๊ป โรยผักชี พริกแห้งทอด

4. ยกลงจากเตาบีบมะนาว


ก็เป็นอีกทางเลือกในการบริโภคนะคะ ถ้าก้าวข้ามเรื่องการเปรียบเทียบว่าเหมือนเนื้อสัตว์หรือไม่ แตกต่างกันขนาดไหนไป (แต่บางตัวก็เหมือนมากจริงๆ) เราอาจจะได้เจอเมนูใหม่ ๆ ที่เราอาจไม่เคยลองไม่เคยรู้จักมาก่อน แล้วอาจจะชอบไปเลยก็ได้ค่ะ^^

มาลองเปิดใจให้โอกาสอะไรใหม่ ๆ จะได้ไม่ตกเทรนด์ และยังอาจได้สุขภาพที่ดีกว่าเดิม จะยังช่วยลดปัญหาโลกร้อนด้วยค่ะ

วิกฤต Food Protectionism ผลกระทบจากสงครามลามทั่วโลก

ปัญหาขอคืนทางเท้ากับ Street Food ที่ถูกลืม
 
ที่มาของข้อมูล
https://ift.tt/cLEAHSu
https://ift.tt/j1y0nQz

ถั่วเหลือง https://ift.tt/KlrXoA3
ข้าวสาลี https://ift.tt/BnkN87T
วัตถุดิบสำคัญที่อยู่ในเนื้อจากพืช ผลิตภัณฑ์อาหารแพลนต์เบสของ Meat Avatar ผ่านกระบวนการผลิตแปรรูปจากธัญพืชหลากหลายชนิด อาทิ ถั่วลันเตา ถั่วเหลือง เห็ด บุก บีทรูท แครอท
https://ift.tt/rQp2cYM

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline

Adblock test (Why?)


"ต้มยำหัวปลีอย่างนกเขา" เมนูทางเลือก "Plant-based" ของคนรักสุขภาพ - PPTVHD36
Read More

เปิด 6 ทางรอดอุตสาหกรรมรับมือวิกฤต VUCA WORLD - ประชาชาติธุรกิจ

[unable to retrieve full-text content]

เปิด 6 ทางรอดอุตสาหกรรมรับมือวิกฤต VUCA WORLD  ประชาชาติธุรกิจ
เปิด 6 ทางรอดอุตสาหกรรมรับมือวิกฤต VUCA WORLD - ประชาชาติธุรกิจ
Read More

นักวิชาการ มธ. เสนอกลไกทางเลือกแก้ PM 2.5 - ไทยโพสต์

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ม.ธรรมศาสตร์ แนะ ควรให้ ‘อำนาจสั่งการ’ คกก.อากาศสะอาด ดำเนินมาตรการข้ามหน่วยงาน พร้อม ‘บูรณาการงบประมาณ’ ตามภารกิจ...