Rechercher dans ce blog

Tuesday, January 3, 2023

หนูน้อย 6 ขวบ ปั่นจักรยานกลับบ้าน หลงทางเกือบ 30 กม. โชคดีผู้ใหญ่บ้านช่วยเหลือ - ไทยรัฐ

ปั่นมาได้ไง หนูน้อยวัย 6 ขวบ ปั่นจักรยานหลงทางจะกลับบ้าน ระยะทางเกือบ 30 กม. ร้องไห้หน้าด่านตรวจ โชคดี 2 ผู้ใหญ่บ้านเจอ ช่วยพากลับบ้านหาแม่อย่างปลอดภัย

วันที่ 3 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกลุ่มไลน์ของกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ได้โพสต์เรื่องราวการช่วยเหลือเด็กน้อยวัย 6 ขวบที่ปั่นจักรยานหลงทางมาไกลเกือบ 30 กม. ร้องไห้อยู่หน้าด่านตรวจ บริการ 7 วันแห่งความปลอดภัย ช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่จุดตรวจสามแยกวัดโพธิ์ศรีใน บ้านเชียง หมู่ 11 ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เมื่อวานนี้ (2 มกราคม) ซึ่งหนูน้อยได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านพาไปส่งที่บ้านอย่างปลอดภัยแล้ว ขณะที่ชาวบ้านยังสงสัยว่าหนูน้อยปั่นจักรยานไกลได้อย่างไร

หนูน้อย 6 ขวบ ปั่นจักรยานกลับบ้าน หลงทางเกือบ 30 กม. โชคดีผู้ใหญ่บ้านช่วยเหลือ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ นางดารุณี วงศ์คำพระ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 และนายพงษ์เทพ สิทธิพรหม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ที่บริเวณจุดตรวจบริการ 7 วันแห่งความปลอดภัย สี่แยกวัดโพธิ์ศรีในอีกครั้ง เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น

นายพงษ์เทพ เปิดเผยว่า วานนี้เวลาประมาณ 09.30 น. ตนเองได้เดินทางมาร่วมประจำจุดตรวจบริการ 7 วันแห่งความปลอดภัยร่วมกับผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 และ ผช.ผู้ใหญ่บ้าน จู่ๆ ก็เห็นเด็กชายอายุ 6 ขวบปั่นจักรยานผ่านไป จากนั้นก็วกกลับมาร้องไห้หนักมาก บอกว่า หนูหลงทางอยากไปหาแม่

เมื่อสอบถามเบื้องต้นทราบว่า อยู่บ้านหันน้อย ต.บ้านยา จึงอาสาไปส่ง โดยเอาจักรยานขึ้นปิกอัพแล้วพาหนูไปส่งที่บ้านหันน้อยทันที แต่เมื่อดูระยะทางจากบ้านคำผักกูดถึงบ้านหันน้อยระยะทางเกือบ 30 กม.เลยทีเดียว ไม่รู้น้องปั่นมาได้อย่างไร

หนูน้อย 6 ขวบ ปั่นจักรยานกลับบ้าน หลงทางเกือบ 30 กม. โชคดีผู้ใหญ่บ้านช่วยเหลือ

ส่วนนางนางดารุณี วงศ์คำพระ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 บอกว่า ขณะที่ประจำจุดตรวจความปลอดภัยอยู่นั้นก็เห็นหนูน้อยคนนี้ปั่นจักรยานมาหาและร้องไห้หนักมากบอกว่าตนเองหลงทาง หาทางกลับบ้านไม่เจอ ถามอะไรก็ไม่ตอบ ได้แต่ร้องไห้ รู้แต่ว่าอยู่บ้านหันน้อย พวกเราจึงอาสาไปส่งถึงบ้านโดยปลอดภัย ซึ่งจุดตรวจบริการ 7 วันอันตรายช่วงปีใหม่ก็จะมีเวรยามกำนัน ผู้ใหญ่บ้านคอยดูแลให้บริการแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนตลอด 24 ชม.

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ นางสุภาพร อุดชุมนารี อายุ 32 ปีแม่ของน้องไนท์ อายุ 6 ขวบ ที่ปั่นจักรยานหลงทางกลับบ้าน โดยผู้เป็นแม่เปิดเผยว่า ช่วงปีใหม่ลูกชายคือน้องไนท์ได้ไปอยู่กับตาและยายที่บ้านคำผักกูด ต.หนองเม็ก ระยะทางห่างจากบ้านไปประมาณ 30 กม. ส่วนตนเองอยู่บ้านหัน ไม่รู้ว่าลูกชายจะปั่นจักรยานมาหาที่บ้าน จนรู้ข่าวว่ามีผู้ใหญ่บ้านใจดีอาสามาส่งถึงบ้าน ก็ดีใจขอบคุณน้ำใจของผู้ใหญ่ใจดีที่ช่วยเหลือน้องกลับมาถึงบ้าน

ตอนนั้นก็พากันตามหาน้องตั้งแต่เช้า หลังจากที่ยายโทรมาบอกว่าน้องไนท์หายไป ตกใจมากกลัวลูกถูกคนไม่ดีล่อลวงไปทำมิดีมิร้าย ก็ขอขอบคุณผู้ใหญ่บ้านทั้ง 2 ท่านที่มาส่งน้องไนท์ถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย.

Adblock test (Why?)


หนูน้อย 6 ขวบ ปั่นจักรยานกลับบ้าน หลงทางเกือบ 30 กม. โชคดีผู้ใหญ่บ้านช่วยเหลือ - ไทยรัฐ
Read More

Sunday, January 1, 2023

เลือกตั้ง 2566 : ทางเดินของนายกฯ “คนดี” ที่รวมไทยสร้างชาติ หลัง “2 ป.” แยกทาง - บีบีซีไทย

2 ป.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ในปี 2566 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีอายุครบ 69 ปี และยังไม่หยุดเดินต่อทางการเมือง โดยให้เหตุผลว่าต้องการ “สานต่อในสิ่งที่ค้างคา”

เขานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีมาแล้ว 8 ปี เป็นผู้นำรัฐบาลตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2557 และหลังเลือกตั้ง 2562 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

แม้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ส่งชื่อ พล.อ. ประยุทธ์เข้าประกวดในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีของพรรค มีคะแนนเสียงเป็นอันดับ 2 ของสภาผู้แทนราษฎร แต่ด้วยกลไกของ “รัฐธรรมนูญฉบับดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” ทำให้ พล.อ. ประยุทธ์หวนคืนทำเนียบรัฐบาลได้เป็นสมัยที่ 2

ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปในศึกเลือกตั้ง 2566 คือ กติกาใหม่ที่ถูกมองว่าเอื้อต่อพรรคใหญ่มากกว่า, การมีสถานะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองครั้งแรกในชีวิตที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และที่สำคัญคือทางที่ต้องเดินไม่มี “พี่ใหญ่” ที่ชื่อ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ คอยเคียงข้าง

ตรงกันข้าม ต่างคนต่างเป็นแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีของพรรคตัวเอง จึงถือเป็นคู่แข่งขันทางการเมืองอย่างไม่อาจปฏิเสธ

บีบีซีไทยชวน รศ.ดร. สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ทิศทางการเมืองไทยในช่วงนับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง และอนาคตของผู้นำคนที่ 29 หลัง “2 ป.” แยกทาง

ใครทิ้งใคร

“ทั้งคู่ดูเหมือนคนที่ไม่มีใจให้กันแล้ว” รศ.ดร. สิริพรรณตอบคำถามของกับบีบีซีไทยที่ว่าใครทิ้งใคร ก่อนอธิบายเพิ่มเติมว่า ในขณะที่แกนนำ พปชร. เชิญชวนให้ พล.อ. ประยุทธ์อยู่ต่อ แต่กลับประกาศหลายกรรม-หลายวาระว่าจะเสนอชื่อ พล.อ. ประวิตรเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 ในบัญชีของพรรค ซึ่งเหมือนเป็นการ “ไล่ทางอ้อม” ถึงแม้ยังมีเยื่อใย แต่ พล.อ. ประยุทธ์ก็กลับไปไม่ได้แล้ว

มิ่ง ป้อม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

จุดแตกหักระหว่าง พรรค กับ  นายกฯ คนนอก ในทัศนะของอาจารย์สิริพรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพรรคการเมืองและระบบการเลือกตั้ง มาจากประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้

  • “กบฏการเมืองล้มนายกฯ” ในระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรี เมื่อ ส.ค.-ก.ย. 2564 ก่อนที่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการ พปชร. จะแยกตัวออกไปทำพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.)
  • แนวทางการทำพรรค และความสัมพันธ์ระหว่างนายกฯ กับสมาชิก พปชร. ที่เป็น ส.ส. และ ครม.
  • ผลการสำรวจของโพลสำนักต่าง ๆ ชี้ว่า คะแนนนิยมในตัว พล.อ. ประยุทธ์ เหนือกว่าพรรค พปชร. โดยอยู่ที่ 15% ต่อ 10% ณ เดือน ธ.ค. 2565 “จุดนี้น่าจะเป็นจุดที่ พล.อ. ประยุทธ์ตัดสินใจได้ง่ายว่าถ้าเดินออกจาก พปชร. ก็มีคะแนนในกระเป๋าตัวเอง”

ทว่าหากประเมินจากมุมของพรรค นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ชี้ว่า พล.อ. ประยุทธ์ กลายเป็น “liability ทางการเมือง” หรือสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้และผลประโยชน์มากเท่ากับการเลือกตั้ง 2562 สะท้อนผ่านคะแนนนิยมทั่วไปที่ลดลง, การเหลือวาระดำรงตำแหน่งเพียง 2 ปี ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญคดี “นายกฯ 8 ปี” นอกจากนี้ถ้าพูดถึงการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังเลือกตั้งทั่วไป พปชร. ที่ไม่มี พล.อ. ประยุทธ์ มีโอกาสจับมือกับทั้ง 2 ขั้วการเมืองได้ง่ายกว่า

ทั้งหมดนี้กลายเป็นเงื่อนไขบังคับให้ “ป.ผู้น้อง” ต้องแยกทางจาก “ป.ผู้พี่” และทำให้มีพรรคการเมืองที่อาจารย์สิริพรรณเรียกว่า “พรรคชูทหาร” ลงสู้ศึกเลือกตั้งพร้อมกัน 2 พรรค

โจทย์ใหญ่ใน “เรือ ป.ประยุทธ์”

จากจงใจเล่นบท “อยู่เหนือการเมือง” ไม่เอาตัวไปผูกพันใกล้ชิดกับบรรดานักเลือกตั้งอาชีพ แต่เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ตัดสินใจทิ้งสถานะเก่า-ลงมา “คลุกการเมือง” เต็มตัว-เตรียมสมัครสมาชิกพรรค รทสช. มีหลายสิ่งที่เขาไม่เคยพบ แล้วต้องเจอ

ลุงป้อม

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

“ตอนอยู่พลังประชารัฐ พล.อ. ประยุทธ์แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย... พลังประชารัฐ กับ พล.อ. ประวิตรเป็นคนพายเรือให้นั่ง แต่ถ้า พล.อ. ประยุทธ์มารวมไทยสร้างชาติ แล้วมาลงแข่งขันครั้งนี้ ต้องบอกเลยว่า พล.อ. ประยุทธ์จะต้องพายเรือด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่พายเรือเองเท่านั้น แต่ต้องแบกผู้สมัครจำนวนหนึ่งที่มีข่าวว่าจะย้ายมาร่วมด้วย เพราะผู้สมัครเหล่านี้เกินครึ่งเลยที่ไม่ได้เป็น ส.ส. ในพื้นที่ ณ ปัจจุบัน แล้วก็อาศัยแสงของ พล.อ. ประยุทธ์มาช่วย” รศ.ดร. สิริพรรณกล่าว

นักรัฐศาสตร์แห่งจุฬาฯ ชี้ว่า 3 โจทยสำคัญใน “เรือ ป.ประยุทธ์” ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ในฐานะ “ต้นเรือ” ต้องนำพาพรรค รทสช. ไป มีดังนี้

การบริหารจัดการพรรค: ต้องเกลี่ยพื้นที่ทับซ้อนของ ส.ส. ที่ย้ายมาร่วมงาน และทำหน้าที่ “กาวใจ” เป็นตัวกลางประสานเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งภายใน

นโยบาย: แม้ พล.อ. ประยุทธ์อาจไม่ใช่คนคิด แต่ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ จะขายนโยบายให้พรรคได้อย่างไร และจะขึ้นเวทีดีเบตหรือไม่ หรือนโยบายที่โดดเด่นของรัฐบาล “ประยุทธ์ 1-2” เช่น โครงการ “คนละครึ่ง” หรือโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” นายกฯ จะอ้างเป็นผลงานของตัวเองได้หรือไม่ “เชื่อว่าจะถูกยื้อแย่งและรุมทึ้งโดยพรรคพลังประชารัฐ พรรคสร้างอนาคตไทย และ พล.อ. ประยุทธ์เองด้วยที่จะต้องเทคเครดิต”

ลุงตู่

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ทุนในการหาเสียงเลือกตั้ง: กลุ่มทุนทั้งหลายต้องคำนวณว่า รทสช. มีโอกาสชนะทางการเมืองหรือไม่ และคุ้มหรือไม่กับรัฐบาล “ประยุทธ์ 3” (ถ้ามี) ที่บริหารประเทศได้เพียง 2 ปี

“อันนี้คือโจทย์ใหญ่ว่าทุนที่ไหนจะสนับสนุน เรากำลังตั้งสมมติฐานบนความคิดที่ว่า ชนชั้นนำอนุรักษนิยมกลุ่มหนึ่งมองว่า พล.อ. ประยุทธ์ยังเป็นทางเลือกที่มีโอกาสไปต่อได้ อันนี้คือมุมของเขา แต่ในทางเศรษฐศาสตร์ ในทางเศรษฐกิจ กลุ่มทุนยังคิดแบบนี้อยู่หรือเปล่า เพราะว่าการบริหารประเทศที่เศรษฐกิจเงียบฉี่ แต่เราก็เชื่อว่าด้วยบารมี ด้วยสายสัมพันธ์บางอย่างที่ค่อนข้างพิเศษของ พล.อ. ประยุทธ์ อาจทำให้กลุ่มทุนให้เงินอุดหนุนบ้าง แต่แน่นอนเวลาเขาให้เงินอุดหนุนเขาไม่ได้อุดหนุนแค่ พล.อ. ประยุทธ์ หรือรวมไทยสร้างชาติ เขาอุดหนุนพรรคอื่นด้วย สัดส่วนที่จะให้รวมไทยสร้างชาติคงไม่เยอะมากถ้าเทียบกับพรรคอื่น ๆ”

หากถามว่า พล.อ. ประยุทธ์อยู่มา 8 ปี มีคุณูปการอะไรกับการเมืองไทยบ้าง

“คุณูปการสำคัญนะคะ คือทำให้การรัฐประหารไม่พึงประสงค์อีกต่อไป” รศ.ดร. สิริพรรณตอบเพียงสั้น ๆ

ทางเลือกของ “ตัวช่วยเก่า”

ความท้าทายของ พล.อ. ประยุทธ์ ในวัยย่าง 69 ปี คงไม่ได้หยุดอยู่ที่การแยกทางจาก “พี่ชายต่างสายเลือด” ไปทำงานการเมืองกับพรรคใหม่เท่านั้น

นักวิเคราะห์และผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองเริ่มตั้งสมมติฐานแล้วว่า หาก รทสช. หรือ พปชร. มีคะแนนเสียงเป็นรองพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ความชอบธรรมในการชิงเสียงจัดตั้งรัฐบาลจะอยู่ตรงไหน

ชาว ปชป.

ที่มาของภาพ, กองโฆษก รทสช.

รศ.ดร. สิริพรรณมองว่า ประเด็นนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของ รทสช. และ พปชร. พร้อมยกสถิติในการเลือกตั้ง 2562 มาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในสนามเลือกตั้ง 2566 โดยเชื่อว่าทั้ง 2 พรรคนี้ไม่น่าจะเป็นพรรคอันดับ 2 ของสภาได้ เนื่องจากผู้เล่นหลักของ รทสช. ย้ายมาจาก ปชป.  จนดูเหมือน “ประชาธิปัตย์ร่างสอง” และอีกบางส่วนมาจาก พปชร. ที่เตรียมเก็บเก็บกระเป๋า-ย้ายเข้าบ้านใหม่พร้อม พล.อ. ประยุทธ์

จากการคาดการณ์ของอาจารย์สิริพรรณ 3 พรรคการเมือง - พปชร. (เดิม 116 เสียง) ปชป. (เดิม 53 เสียง) และ รทสช. (เพิ่งก่อตั้งพรรค ไม่มีเสียง) - น่าจะได้ที่นั่งรวมกันไม่เกิน 160 เสียง ภายใต้การประเมินบนฐานที่ว่าทุกคน-ทุกพรรคมีคะแนนนิยมเท่าเดิม ทว่าโดยข้อเท็จจริง คะแนนของทั้ง พปชร. และ ปชป. ได้ย้ายไปเติมให้พรรคอื่น ๆ ด้วยหลังผู้แทนราษฎรหลายคนย้ายไปสังกัดทั้ง ภท. และ พท.

จึงไม่แปลกหากสังคมจะเริ่มจับจ้อง-ดักคอ “ตัวช่วยเก่า” ของพี่น้อง 2 ป. นั่นคือ 250 ส.ว. ที่มาจากกระบวนการคัดเลือกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่ง  ส.ว. ชุดนี้เคยลงมติเป็นเอกฉันท์สนับสนุนให้ พล.อ. ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกฯ ภายหลังการเลือกตั้งปี 2562 มาแล้ว และยังมีอำนาจโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 30 ร่วม ส.ส. ภายหลังการเลือกตั้ง 2566 อีกครั้ง

“ทั้งสองท่านยังหวังพึ่ง ส.ว. แน่นอน ซึ่งบางทีเราก็คิดว่าเอ๊ะ ท่านได้เข้าใจอุณหภูมิทางการเมือง หรือการเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์จักรวาลทัศน์ของคนในสังคมนี้มากน้อยแค่ไหน” รองศาสตราจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ระบุ

เลือกนายกฯ

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

อย่างไรก็ตามเมื่อ 2 ป. แยกพรรค ทำให้เกิดคำถามว่า “พลพรรค ส.ว.” จะเลือก ป. ไหน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.ดร. สิริพรรณเห็นว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และคะแนนเสียงที่แต่ละพรรคได้รับในสนามเลือกตั้ง โดยมีแกนนำฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นตัวแปรสำคัญ

กรณีแรก พท. ได้ต่ำกว่า 220 ที่นั่ง >> โอกาสจัดตั้งรัฐบาลยากขึ้น

หากพรรคฝั่งอนุรักษนิยม ไม่ว่านำโดย ภท. พปชร. หรือ รทสช. สามารถรวมเสียง ส.ส. ได้ใกล้เคียงกับ 250 ที่นั่ง >> คาดว่า ส.ว. พร้อมโหวตให้ และอาจไม่แตกแถว

กรณีที่สอง พท. ได้มากกว่า 220 ที่นั่ง และสามารถรวมเสียงพรรคพันธมิตรฝ่ายค้านเดิมได้ราว 280-300 ที่นั่ง >> อาจเห็น พปชร. พลิกมาร่วมกับ พท. และอาจเห็น “ส.ว. แตกแถว” โดยมี ส.ว. บางส่วนย้ายตาม พล.อ. ประวิตรมาด้วย

“ถ้าเราประเมิน พล.อ. ประยุทธ์ อาจมี ส.ว. ราว 150 คน พล.อ. ประวิตรมีราว 100 คน อันนี้ประเมินคร่าว ๆ จากการนั่งดูการโหวตในกรณีหนึ่งแล้ว พล.อ. ประยุทธ์ กับ พล.อ. ประวิตรเห็นไม่ตรงกัน พบว่า พล.อ. ประยุทธ์มี ส.ว. ที่โหวตด้วย 150 คน ดังนั้นในแง่นี้การที่พลังประชารัฐจะชู พล.อ. ประวิตร แล้วมี ส.ว. อยู่ 100 คน มันก็เป็นช่องทางที่ทำให้พรรคไปจับมือกับพรรคอื่น ๆ ได้ด้วย” รศ.ดร. สิริพรรณกล่าว

ปรีชา

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

สำหรับปรากฏการณ์ “ส.ว. เสียงแตก” เคยเกิดขึ้นในระหว่างการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในวาระ 2 และ 3 เมื่อ ก.ค. 2565 ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องการคำนวณหายอด ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ว่าจะใช้สูตรหารด้วย 100 หรือ 500 โดย พล.อ. ประยุทธ์ส่งสัญญาณสนับสนุนสูตรหลัง ขณะที่ พล.อ. ประวิตรบอกว่า “เอาหาร 100” ก่อนปรับท่าทีใหม่

ผลปรากฏว่า สมาชิกสภาสูง 154 คน ร่วมโหวตคว่ำสูตรหาร 100 เพื่อให้กลับไปใช้สูตร 500 ตามเสียงเชียร์ของ พล.อ. ประยุทธ์ ขณะที่อีก 7 คนโหวตหนุนสูตรหาร 100 และอีก 88 คน ของดออกเสียง ไม่ลงคะแนน และลาประชุม

“นายกฯ คนละครึ่ง”

อย่างไรก็ตาม ส.ว. 250 คนจะอยู่ในตำแหน่งถึงปี 2567 เท่านั้น การยืดระยะเวลาครองอำนาจของ พล.อ. ประยุทธ์ ซึ่งเหลืออายุขัยทางการเมืองเพียง 2 ปี จึงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสูตร “นายกฯ คนละครึ่ง” ที่นักการเมืองผู้ประกาศตัวเป็น “กองหนุน” ของ พล.อ. ประยุทธ์ ออกมาโยนหินถามทางเอาไว้

ไม่ว่าจะสูตร “ลุงตู่ครึ่ง  ลุงป้อมครึ่ง” ที่อาจารย์สิริพรรณ “มองไม่เห็นว่า พล.อ. ประยุทธ์จะขึ้นมาได้ในจังหวะไหน” เนื่องจาก พปชร. ย้ำชัดเจนหลายรอบว่า พล.อ. ประวิตรจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพียงหนึ่งเดียวของพรรค และสมมติ พล.อ. ประวิตรได้รับเลือกให้เป็นนายกฯ จริง จะยอมลงจากอำนาจในปี 2568 หรือไม่ ถ้าเกิดไม่ยอม พล.อ. ประยุทธ์จะขึ้นมาได้อย่างไร

“หลังจากสองปี จะไม่มี ส.ว. 250 คนร่วมโหวตแล้ว จะมีแค่การเลือกในสภาผู้แทนฯ เท่านั้น ถ้าเราวิเคราะห์กันตอนนี้ ทั้งพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ อาจจะเป็นพรรคประมาณ 40 ที่นั่ง คุณจะเอาเสียงที่ไหนในสภาอย่างเดียวมาโหวตให้อีกคนสลับขึ้นมา”

เสี่ยหนู

ที่มาของภาพ, กองโฆษก ภท.

เช่นเดียวกับสูตร “ลุงตู่ครึ่ง เสี่ยหนูครึ่ง” ที่อาจารย์สิริพรรณเห็นว่า “โอกาสริบหรี่” หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ประกาศความพร้อมในการเป็นนายกฯ คนต่อไป และไม่ประสงค์จะรับไม้ต่อจากใครทั้งสิ้น

“โอกาสของการส่งไม้ต่อคนละครึ่ง มันเหมือนกับจินตนาการในความฝัน มากกว่าที่เป็นจริงได้ในเงื่อนไขปัจจุบัน ด้วยเหตุผลทางการเมืองของคนรอบข้างที่จะดัน พล.อ. ประยุทธ์ และยังไม่พร้อมจะเห็นความเปลี่ยนแปลง” รศ.ดร. สิริพรรณให้ความเห็น

“คนดี” ใน “สมรภูมิสุดท้ายของฝ่ายขวา”

ในขณะที่ชาวพลังประชารัฐมองว่าการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศได้ถึงปี 2568  เป็นอุปสรรค แต่ชาวรวมไทยสร้างชาติเห็นต่าง

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค รทสช. บอกว่า เงื่อนไข 2 ปี บอกเพียงห้ามเป็นนายกฯ แต่ไม่ได้ห้ามทำงานการเมือง หรืออยู่กับพรรคการเมือง หรือรับตำแหน่งใด ๆ ทั้งสิ้น “ที่สำคัญคิดว่า คนดี ๆ อย่างท่าน หนึ่งวันก็อยู่ได้”

รทสช.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ในการเลือกตั้งครั้งแรกหลังรัฐประหารปี 2557 และเป็นการเลือกตั้งหนแรกภายหลังยุค “เปลี่ยนผ่าน” พล.อ. ประยุทธ์ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของชนชั้นนำฝ่ายอนุรักษนิยม 4 ปีผ่านไป อาจารย์สิริพรรณเชื่อว่า พล.อ. ประยุทธ์ก็ยังเป็นตัวเลือกเดียวของชนชั้นนำฝ่ายอนุรักษนิยมที่เรียกว่า “ขวาค่อนข้างสุดโต่ง”

ถึงขณะนี้ รศ.ดร.สิริพรรณบอกว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินทิศทางการเมืองไทยหลัง “ระบอบประยุทธ์” (Post-Prayuth) แต่ชี้ว่าโลกทัศน์ในพื้นที่การเมืองไทยในเวลานี้แตกต่างจากช่วงก่อนรัฐประหารโดย คสช. ค่อนข้างมาก จากเคยมี พท. พรรคเดียวที่เป็น “กลางซ้าย” ปัจจุบันมีหลายพรรคที่อยู่เฉดเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่แม้เป็นเฉดซ้ายสุด แต่ก็ยังอยู่ตรงกลาง, พรรคประชาชาติ (ปช.) ที่มีฐานเสียงเฉพาะ หรือพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ที่เป็นพรรคอนุรักษนิยมก้าวหน้า

ส่วนฝั่งขวา เดิมมี ปชป. และ ภท. ต่อมาได้เกิด พปชร., พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช. ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น พรรครวมพลัง), พรรคไทยภักดี (ทภด.) และ รทสช.

“มันเหมือนดึงชักเย่อทางการเมือง พอขยับซ้ายหน่อย เขาก็อยากดึงกลับมาให้สมดุล จึงเกิดพรรคขวาและขวาสุดโต่งอย่างไทยภักดี หรือรวมไทยสร้างชาติเองก็เป็นภาพสะท้อนของการดึงกลับ เพราะมองว่าพลังประชารัฐขวาไม่พอ แถมอาจจะเป็นขวาที่ทรยศจุดยืนเดิมทางการเมืองด้วย มีโอกาสไปรวมกับเพื่อไทยได้ ดังนั้นการเกิดขึ้นของพรรครวมไทยสร้างชาติจึงเป็นเหมือนสมรภูมิสุดท้ายที่จะดึงสังคมกลับ และรองรับกลุ่มคนที่ขวากว่าพลังประชารัฐให้มาอยู่รวมกัน ขอตั้งไว้ก่อน ส่วนจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร จะสำเร็จหรือไม่ ก็ไปตายเอาดาบหน้า แต่ถ้าไม่สู้ตอนนี้ก็เท่ากับแพ้ ถ้าไม่ส่ง พล.อ. ประยุทธ์ตอนนี้ คุณก็จะไม่มีตัวแทนที่จะสู้ได้เลย” รศ.ดร. สิริพรรณวิเคราะห์

อ.สิริพรรณ

ที่มาของภาพ, NAPASIN SAMKAEWCHAM/BBC THAI

การเลือกตั้งหนที่ 2 หลังยุค “เปลี่ยนผ่าน”

เมื่อให้นักรัฐศาสตร์วิเคราะห์การเลือกตั้งครั้งที่ 2 ภายหลังยุค “เปลี่ยนผ่าน” ว่าการต่อสู้ในเชิงอุดมการณ์จะเข้มข้นมากน้อยแค่ไหน หลังผ่านการชุมนุมของฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม “ราษฎร” เมื่อปี 2563-2564 และมีพรรคการเมืองที่เดินเข้าสู่สนามเลือกตั้ง 2566 ด้วยนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

รศ.ดร. สิริพรรณเชื่อว่า บทเรียนจากพรรค รปช. ที่ได้ ส.ส. เพียง 5 ที่นั่ง เมื่อ 4 ปีก่อน ทำให้เกิดพรรค รทสช. ในปีนี้ ซึ่งเป็นการประกอบร่างใหม่ของ 3 ส่วนคือ พรรคอนุรักษนิยมที่ขวากว่า พปชร., สมาชิก ปชป. ที่สนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ และตัว พล.อ. ประยุทธ์เอง

“รวมไทยสร้างชาติคงไม่ได้หวังพื้นที่ตรงกลางแม้เป็นพื้นที่ใหญ่สุด แต่เขาก็อยากจะหวังว่ามันมีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่เป็นขวาค่อนข้างมาก ขวาสุดโต่งอยู่พอสมควร แล้ว พล.อ. ประยุทธ์ก็ยังมีคะแนนนิยมอยู่บางส่วน มี ส.ว. ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการเลือกนายกฯ อยู่บ้าง ดังนั้นถ้ามองในมุมของเขาก็เป็นตรรกที่น่าจะลงทุนสำหรับเขา เพราะถ้าไม่ลงทุนตั้ง รทสช. ขึ้นมา และถ้ามันไม่สำเร็จ ก็เท่ากับพลังของอนุรักษนิยมขวาจะเหือดหายไปจากสังคมไทยและถูกกลืน” นักรัฐศาสตร์หญิงวิเคราะห์

กราฟิค

ขณะเดียวกัน “ภัยคุกคาม” ในสายตาของชนชั้นนำฝ่ายอนุรักษนิยม ได้เคลื่อนจาก “ระบอบทักษิณ” มาเป็นพรรคอนาคตใหม่/ก้าวไกล ทว่าจากการวิเคราะห์ล่าสุดของ รศ.ดร. สิริพรรณคือ ก.ก. ตระหนักถึงจุดยืนที่ค่อนข้างแข็งกร้าวของตัวเอง และมีท่าทีจะลดโทนลงมา เช่น ม.112 อาจไม่ถูกนำมาชูในเรื่องการหาเสียง และพร้อมจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่แน่นอนว่า ก.ก. จะไม่สามารถรวมกับ รทสช. พรรคที่มี พล.อ. ประยุทธ์ได้

“แล้วถ้าเพื่อไทยรวมกับพลังประชารัฐ ก้าวไกลจะรับได้หรือเปล่า” เธอโยนคำถามทิ้งไว้

ท้ายที่สุดถ้าคนไทยได้ “นายกฯ หน้าเดิม” เป็นสมัยที่ 3 หลังเลือกตั้ง 2566 ความผิดหวังของผู้คนที่สั่งสมมาตั้งแต่รัฐประหาร 2557 จะทบทวีหรือไม่

“ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่ไม่ได้มาจากเสียงข้างมากของประชาชน และไม่สามารถร่วมกันเกินครึ่งของสภาผู้แทนฯ โอกาสของการยอมรับให้จัดตั้งรัฐบาลจะเป็นไปได้ยาก และจุดสำคัญที่สุดคือ ส.ว. จะมีท่าทีไง เชื่อจริง ๆ ว่าก่อนเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีข้อเรียกร้องให้ ส.ว. ออกมาบอกว่าจะเคารพเสียงประชาชน” รศ.ดร. สิริพรรณกล่าวทิ้งท้าย

Adblock test (Why?)


เลือกตั้ง 2566 : ทางเดินของนายกฯ “คนดี” ที่รวมไทยสร้างชาติ หลัง “2 ป.” แยกทาง - บีบีซีไทย
Read More

เห็นแล้วใจฟู ลูกบ้านวางของขวัญเป็นทางยาว ให้รปภ. ขอบคุณที่คอยดูแลช่วยเหลือตลอดปี - ไทยรัฐ

แทนคำขอบคุณ คลิปไวรัลเหล่าลูกบ้านมอบของขวัญวันปีใหม่ให้รปภ. เรียงเป็นทางยาวหน้าประตูเข้าหมู่บ้าน หลังจากทำหน้าที่ตลอดปีได้ดีเยี่ยม จนได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็นให้ทุกอย่าง

วันที่ 1 มกราคม 2566 กลายเป็นคลิปไวรัลที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์เมื่อผู้ใช้บัญชี TikTok@_aemmisara20 ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่ถ่ายขึ้นที่หน้าทางเข้าของหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ก่อนกล้องจะค่อยๆ ถ่ายไปที่กล่องของขวัญหลายชิ้นที่วางเรียงจนกันเป็นทางยาวตั้งแต่ป้ายหน้าหมู่บ้านไปจึนถึงรั้วกั้นเข้าหมู่บ้าน

เห็นแล้วใจฟู ลูกบ้านวางของขวัญเป็นทางยาว ให้รปภ. ขอบคุณที่คอยดูแลช่วยเหลือตลอดปี

ซึ่งเป็นของขวัญวันปีใหม่ที่เหล่าลูกบ้านแต่ละหลังนำมามอบให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัยที่คอยดูแลช่วยเหลืองานในหมู่บ้านตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์น้ำท่วม ไฟไหม้ หาสัตว์หาย จับงู เป็นต้น

เห็นแล้วใจฟู ลูกบ้านวางของขวัญเป็นทางยาว ให้รปภ. ขอบคุณที่คอยดูแลช่วยเหลือตลอดปี

หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิ แสดงว่าเค้าต้องดูแลดีมากๆ ดูได้จากของขวัญ, ลูกบ้าน น่ารักมากแน่ๆ เค้าถึงได้มีกำลังใจดูแลได้ดีจนแลกใจกัน, ดีใจแทนเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ทำดีดีกันต่อไป ฯลฯ ทั้งนี้บางส่วนยังได้สอบถามว่ามีบ้านไหนไม่ให้ของขวัญหรือไม่ ทางเจ้าของคลิปก็ตอบว่า มีเพียงคนที่ไม่ได้อยู่บ้านเท่านั้นที่ยังไม่ได้มอบให้.

เห็นแล้วใจฟู ลูกบ้านวางของขวัญเป็นทางยาว ให้รปภ. ขอบคุณที่คอยดูแลช่วยเหลือตลอดปี

ข้อมูลจาก TikTok@_aemmisara20

Adblock test (Why?)


เห็นแล้วใจฟู ลูกบ้านวางของขวัญเป็นทางยาว ให้รปภ. ขอบคุณที่คอยดูแลช่วยเหลือตลอดปี - ไทยรัฐ
Read More

‘เดียงสา’ เซ่นพิษสุญญากาศ กัญชา...คลำทางไร้เชือก - เดลินิวส์ออนไลน์

บรรยากาศผู้ประกอบการ ไปจนถึงรถเร่ ย่านสถานบันเทิงที่ผุดขึ้นคึกคัก อาจไม่ได้สะท้อนแง่มุมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ แต่ “อาศัย” ประโยชน์จากการปลดล็อก ประกอบกับ “กฎหมายหลัก” พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … ที่ชะงักกลางอากาศ แม้มี ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2565 ขึ้นมาปิดช่องคุมใช้ “ช่อดอก” แต่มองแล้วยังไร้อนาคต เพราะแนวโน้มสุญญากาศข้ามปีแล้วแน่นอน

“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถาม ศ.นพ.ชวนันท์ ชาญศิลป์ นายกสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย เพื่อขอให้วิเคราะห์สถานการณ์กัญชาที่มีต่อเด็กและเยาวชน ตลอดจนผลพวงการควบคุมที่ยังมีช่องโหว่ โดยเริ่มต้นมองว่าการปลดล็อกกัญชาจากบัญชียาเสพติดโดยขาดมาตรการป้องกันการใช้ในทางผิดแต่แรก แม้กระทรวงสาธารณสุขจะพยายามไล่ออกประกาศตามหลังก็ยังไม่ครอบคลุม

มีแต่ ‘คันเร่ง’ ไร้เบรก-ไร้พวงมาลัย

สถานการณ์กัญชาที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนจึงเปรียบเหมือนการขับรถที่มีแต่ “คันเร่ง” ไม่มี “เบรก” และ “พวงมาลัย” ทำให้เกิดอุบัติเหตุ (ผลกระทบทางลบ) อย่างที่ปรากฏเป็นข่าว คือการใช้กัญชาที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายหลักทางการแพทย์ แต่กลับใช้เพื่อสันทนาการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งการใช้เพื่อเสพหรือสูบ รวมถึงการเข้าถึงได้ง่ายกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพราะการปลดล็อกให้ปลูกในบ้านได้ เป็นสิ่งที่เด็กไม่ต้องฝ่าข้อควบคุมเรื่องอายุเมื่อต้องซื้อขาย เพราะปลูกอยู่ในบ้านเรียบร้อยแล้ว

ศ.นพ.ชวนันท์ ชี้ข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) ว่าจากข่าวที่ปรากฏต่อเนื่อง อาทิ เด็กนั่งสูบกัญชาอยู่ข้างทางสาธารณะที่พื้นที่พัทยา, เด็กวัย 16 ปี ในพื้นที่สัตหีบทำร้ายร่างกายแม่เพราะขอเงินไปใช้หนี้กัญชา สรุปแล้วประกาศควบคุมที่ออกมาสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ จุดนี้ต้องน้อมรับไปพิจารณาและหาวิธีบรรเทาให้เร็วที่สุด

ผลพวงเลวร้ายสู่อาชญากรรม-โรคจิตเภท

ทั้งนี้ ระบุถึงผลกระทบจากการใช้ในวัยนี้ว่าทำให้การยับยั้งชั่งใจ และสติสัมปชัญญะลดลง ผลตอบสนองทันทีหลังการใช้กัญชา 30 นาที คือ อาการเมากัญชา รู้สึกเคลิบเคลิ้ม การตอบสนองสิ่งรอบข้าง ความระแวดระวังจะช้าลง  บางรายเกิดภาพหลอน และบางรายนำไปสู่การใช้สารเสพติดอื่น ๆ และยังทำให้หัวใจเต้นเร็ว เต้นผิดจังหวะคล้าย “แพนิค” หากเป็นโรคหัวใจอยู่เดิมอาจอันตรายถึงชีวิต

ดังนั้น หากต้องใช้สติในการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน จึงเสี่ยงอุบัติเหตุหรือเป็นอันตราย โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง ความสามารถระมัดระวังตัวจะลดลง อาจก่อให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศ แย่ที่สุดคือนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรม เพราะไม่มีทางรู้ได้ว่าเด็กที่ใช้กัญชาอยู่นั้น เมื่ออยู่ในสภาวะเห็น “ภาพหลอน” ภาพที่เด็กเห็นคือภาพอะไร

ในระยะยาว การเสพที่ส่งผลต่อสติปัญญา ความสามารถเรียนรู้-ยับยั้งชั่งใจ ขาดแรงจูงใจในชีวิต ขาดความกระตือรือร้น ความอยากอาหารลดลง อาจก่อให้เกิด “โรคจิตเภท” อันเป็นโรคจิตที่เรื้อรังได้

“ผลกระทบระยะยาวนี้ เมื่อเกิดขึ้นแม้ว่าจะหยุดเสพแต่ปัญหาจะยังคงอยู่ กรณีพิเศษที่ต้องเน้นย้ำคือแม้เด็กไม่ได้สูบแต่บุคคลรอบข้างใช้ เด็กก็จะได้รับสาร THC ที่ฟุ้งกระจายออกมาได้ด้วย คล้ายลักษณะคำว่า Secondhand Smoke หรือ ควันบุหรี่มือสอง”

เด็กชาย ม.ต้น-ม.ปลาย เข้าระบบบำบัดเยอะสุด ประถมก็มี  

สำหรับแนวทางประเมินและการรักษาในวัยนี้ หากเข้ารับการบำบัดในระยะแรกจะเป็นการล้างพิษ ลักษณะให้เด็กพ้นจากสภาวะเมากัญชา เพื่อให้กัญชาในร่างกายหมดฤทธิ์ก่อน ระยะถัดไปคือดูว่ามีอาการ “ถอนยา” หรือไม่ มีความอยากยาหรือไม่ (ระยะนี้อาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้กัญชาที่ผ่านมา)

และระยะสุดท้ายคือทำอย่างไรไม่กลับไปใช้อีก ส่วนการรักษาโดยทั่วไปจะดูแลตามอาการ เช่น ในระยะที่เด็กกำลังเมากัญชา มีความเคลิบเคลิ้ม ต้องให้อยู่ในสถานที่สงบเพื่อลดสิ่งเร้าสิ่งกระตุ้น ส่วนการใช้ยาจะใช้ในกรณีที่เด็กมีอาการประสาทหลอน หรือมีพฤติกรรมกระสับกระส่าย

ขณะที่ระยะถอนยา หากเด็กมีความอยาก ต้องพิจารณาเป็นรายไป เพราะบางรายทนได้ก็จะไม่จ่ายยา อย่างไรก็ตาม  ในจำนวนที่เข้ารับการบำบัดรักษา ส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้ชาย มีตั้งแต่ระดับ ม.ต้น-ม.ปลาย และบางส่วนเป็นเด็กประถม ปัจจัยการทดลองมาจากสังคมเพื่อน และหากมีคนที่บ้านใช้ก็ใช้ตาม

พร้อมวิเคราะห์การใช้กัญชาในวัยนี้จะเพิ่มมากขึ้น และจะส่งผลลบมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงปิดเทอมที่เด็กไม่ได้อยู่ในสายตาครูและครอบครัว แต่อยู่ในสังคมของพวกเขาเอง กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการต้องเตรียมพร้อม รวมถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ต้องติดตาม สอดส่องปัญหา ครอบครัวใดที่มีสมาชิกใช้กัญชาแล้วใช้ความรุนแรงในบ้าน พม. ต้องเร่งบทบาทช่วยเหลือ

A high angle shot of a female rolling a joint

“ตนไม่อยากให้หน่วยงานภาครัฐประเมินผลพวงสถานการณ์อันตรายจากกัญชาต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะปัจจุบันแม้ยังไม่ข้ามไปปีหน้า เราก็มีจำนวนเคสทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากปลดล็อกจำนวนมาก ต้องยอมรับว่าจำนวนที่เพิ่มขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่งานตึงมือ กำลังของบุคลากรก็ไม่เพียงพอสำหรับช่วยเหลือเคสอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แค่กัญชา”

คาดการณ์ 6 ปัญหา ห้วงสุญญากาศ

ทั้งนี้ ระบุ 6 แนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นช่วงสุญญากาศกัญชา ได้แก่ 

1.จำนวนผู้ใช้กัญชาทั้งเด็กและผู้ใหญ่พุ่งสูง 2.ปัญหายาเสพติดเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ปัญหากัญชา เนื่องจากกัญชาอาจนำไปสู่การทดลองสารเสพติดอื่น ๆ 3.ปัญหาอาชญากรรมและปัญหาสังคมเรื้อรัง 4.ปัญหาสุขภาพจิตล้นระบบ 5.ปัญหาเศรษฐกิจหยุดชะงัก 6.ปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา

พร้อมเสนอว่าหากเป็นไปได้ควรนำกัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติดเพื่อให้ควบคุมได้ การกลับไปเป็นยาเสพติดจะไม่มีผลต่อการใช้ทางการแพทย์ เพราะทุกวันนี้สามารถใช้สารเสพติดในทางการแพทย์ได้โดยไม่ต้องปลดล็อก ยกตัวอย่าง มอร์ฟีน แต่การปลดล็อกกัญชาที่ผ่านมาเห็นชัดว่าควบคุมยาก

ท้ายนี้ ได้แต่หวังว่าสถานการณ์ระหว่างทางนี้จะไม่สูญเสียเด็กและเยาวชนให้กับการปลดล็อกที่คล้ายกับคลำทางไปเรื่อย ๆ โดยไร้เชือกจับ.

Adblock test (Why?)


‘เดียงสา’ เซ่นพิษสุญญากาศ กัญชา...คลำทางไร้เชือก - เดลินิวส์ออนไลน์
Read More

สงครามยูเครนจะดำเนินไปทางไหน? ส่อง 5 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023 - ไทยรัฐ

  • สงครามในยูเครนยืดเยื้อมาจนถึงปี 2023 แล้ว นักวิเคราะห์หลายคนต่างออกมาคาดเดาสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับความขัดแย้งนี้ ว่ามันจะดำเนินไปทางไหน
  • นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า ศึกตัดสินอาจเกิดขึ้นในดูใบไม้ร่วง หลังจากรัสเซียรวบรวมสรรพกำลังเสร็จสิ้นแล้ว ขณะที่บางคนก็คาดว่า ยูเครนอาจสามารถชิงดินแดนที่เสียไปกลับมาได้ทั้งหมด
  • นอกจากนั้นยังมีความเป็นไปได้ที่ วลาดิเมียร์ ปูติน จะประกาศหยุดยิงและประกาศชัยชนะ เพราะการเลือกตั้งสำคัญกำลังใกล้เข้ามา แต่สิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเลยคือ การที่สงครามลากยาวสู่ปี 2024

สงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียกำลังจะเข้าสู่ปีปฏิทินที่ 2 รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครนชนิดช็อกคนทั้งโลกเมื่อ 24 ก.พ. 2022 แต่การโจมตีที่ใครๆ ก็คาดว่าจะไม่นานกลับยืดเยื้อถึงทุกวันนี้ เพราะยูเครนตอบโต้อย่างหนัก ด้วยความสนับสนุนทางการเงินและอาวุธจากยุโรปกับสหรัฐฯ

การต่อสู้ที่เกิดขึ้นทำให้พลเรือนเสียชีวิตไปแล้ว 6,826 ศพ บาดเจ็บอีกว่า 10,769 ราย ตามการประเมินของสหประชาชาติ และเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤติผู้อพยพครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 100 ปี เกิดสงครามพลังงานระหว่างสหภาพยุโรปกับรัสเซียส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งสูงไปทั่วโลก

แล้วสงครามครั้งนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไร มันจะไปจบที่ตรงไหน หรือว่าสุดท้ายแล้ว มันจะยืดเยื้อออกไปอีกจนถึงปี 2024?

สงครามยูเครนจะดำเนินไปทางไหน? ส่อง 5 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023
รถถังของกองทัพยูเครนจอดอยู่ที่เมือง บัคห์มุต ทางตะวันออกของปประเทศ

รัสเซียทุ่มกำลังโจมตีรอบใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ

ฤดูหนาวที่มาถึงทำให้กองทัพของทั้งรัสเซียและยูเครนต้องชะลอปฏิบัติการของตัวเองลง แต่ฝ่ายยูเครนที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มในการต่อสู้ใกล้เมืองเครมินนา และสวาตอฟ ซึ่งอาจทำให้กองทัพรัสเซียต้องถอยร่นถึง 40 ไมล์ ไปยังแนวป้องกันตามธรรมชาติแห่งต่อไป ซึ่งใกล้กับจุดที่พวกเขาเพิ่มการรุกรานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ลังเลที่จุดหยุด

นายไมเคิล คลาร์ก ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันศึกษายุทธศาสตร์ ในเมืองเอ็กซิเตอร์ ในสหราชอาณาจักร คาดว่า ยูเครนอาจต้องจำยอมหยุดปฏิบัติการในภาคตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อฟื้นฟูเมืองเคอร์ซอน แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะข้ามไปทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำดนีโปรเพื่อโจมตีรัสเซียทีเผลอ มุ่งเป้าไปยังถนนและทางรถไฟสายสำคัญที่เชื่อมกับไครเมีย

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2023 คือ ปฏิบัติการโจมตีในดูใบไม้ผลิของรัสเซีย โดยปูตินเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า มีทหารเกณฑ์ใหม่ราว 50,000 คนเท่านั้นที่ถูกส่งมาอยู่ในแนวหน้าแล้ว ขณะที่อีกว่า 250,000 นายกำลังอยู่ในระหว่างการฝึกเพื่อเข้าร่วมสงครามในปีนี้

เมื่อกำลังเสริมของรัสเซียมาถึง สงครามใหญ่อาจจะอุบัติขึ้นอีกครั้ง และอาจเป็นศึกชี้ชะตาว่า ใครจะเป็นผู้ชนะในสงครามครั้งนี้

สงครามยูเครนจะดำเนินไปทางไหน? ส่อง 5 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023

ยูเครนชิงดินแดนกลับคืนได้

ถ้าหากว่า กำลังเสริมของรัสเซียไม่ได้สงผลกระทบขนาดนั้น สิ่งที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023 อีกอย่างหนึ่งคือ ยูเครนอาจสามารถยึดดินแดนที่ถูกรัสเซียยกครองไปนอกจากแคว้นไครเมีย กลับคืนมาได้ทั้งหมด โดยในตอนนี้พวกเขาสามารถชิงคืนพื้นที่ที่เสียไปกลับมาได้มากกว่าครึ่งแล้ว นับตั้งแต่โดนโจมตีสายฟ้าแลบเมื่อ 24 ก.พ.

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังคงถกเถียงกันว่า ยูเครนจะสามารถยึดดินแดนกลับคืนมาได้หรือไม่ แต่ยูเครนแสดงให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่าพวกเขามีความมุ่งมั่นขนาดไหน ทั้งในศึกป้องกันเมืองมาริอูโปล ที่ทหารจำนวนไม่มากสามารถต้านทานการปิดล้อมของรัสเซียได้นานถึง 82 วัน ซื้อเวลาล้ำค่าให้กองทัพอื่นๆ กลับไปรวมตัวกันและรับอาวุธจากชาติตะวันตก

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กองทัพยูเครนก็เพิ่งมีการโจมตีโต้กลับอันน่าทึ่งในภาคตะวันออกละภาคใต้ จนทหารรัสเซียต้องล่าถอยออกจากเมืองคาร์คิฟ และเมืองเคอร์ซอน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ นายฟิลิป อินแกรม อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของกองทัพเชื่อว่า การปลดปล่อยเมือง เซเวโรโดเนตสก์, เมลิโตโปล หรือแม้แต่เมืองมาริอูโปล ก็สามารถเป็นไปได้

แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือยูเครนของชาติตะวันตก เพราะหากขาดการสนับสนุนด้านอาวุธไป คงเป็นเรื่องยากที่ยูเครนจะชิงดินแดนกลับมา หรือแม้แต่ต้านทานการโจมตีจากรัสเซีย

สงครามยืดเยื้อไม่รู้จบ

นางบาร์บารา ซานเชตตา จากคณะศึกษาสงครามของวิทยาลัย คิงส์ คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่า วลาดิเมียร์ ปูติน คาดว่ายูเครนจะรับความพ่ายแพ้ไปเอง โดยไม่คาดคิดว่าจะมีประเทศอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมมากขนาดนี้ ซึ่งนั้นเป็นการคำนวณผิดมหันต์ ทำให้สงครามยืดเยื้อ และไม่รู้ว่ามันจะไปจบที่ตรงไหน

รัสเซียพยายามใช้ฤดูหนาวเป็นอาวุธ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของยูเครน เพื่อทำลายขวัญกำลังใจ แต่ฝ่ายยูเครนก็พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาจะสู้ไม่ถอย ทำให้สงครามลากยาวออกไปเรื่อยๆ ในขณะที่ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเจรจาก็แทบไม่มี เพราะต้องมีอย่างน้อยหนึ่งฝ่ายที่ต้องยอมเสียข้อเรียกร้องสำคัญของตัวเอง ซึ่งไม่น่าเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

จุดจบของสงครามแบบนี้มักจะมาถึงก็ต่อเมื่อ ความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน มากจนทำลายความมุ่งมั่นของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ผู้นำระดับสูงของรัสเซียอาจหมดกำลังใจก่อน จนเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายใน หรืออาจเป็นฝ่ายชาติตะวันตก ที่ทนแรงกดดันภายในประเทศเรื่องค่าใช้จ่ายในสงครามไม่ไหว และลดการสนับสนุนยูเครนลง

สงครามยูเครนอาจกลายเป็นการต่อสู้ทั้งในสนามรบ, สนามเศรษฐกิจ และสนามการเมืองอันยาวนาน ซึ่งอาจยังคงดำเนินต่อไปแม้ปี 2023 จะผ่านพ้นไปแล้ว

สงครามยูเครนจะดำเนินไปทางไหน? ส่อง 5 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023

ปูตินประกาศชัยชนะ

อย่างที่ระบุไปข้างต้น รัสเซียไม่คาดคิดว่าสงครามในยูเครนจะยืดเยื้อ และปี 2023 ถือเป็นปีสำคัญมากสำหรับรัสเซีย โดยเฉพาะสำหรับ วลาดิเมียร์ ปูติน เพราะรัฐบาลของเขาต้องเตรียมตัวเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งใหญ่ปี 2024 หากเขาจัดการสงครามยูเครนได้ไม่ดี หรือยอมให้สหรัฐฯ และยูเครนมากเกินไป การหาเสียงของเขาอาจจะมีปัญหา

เหตุผลนี้อาจเพียงพอให้ปูตินมีการตัดสินใจครั้งใหญ่ คือประกาศหยุดยิงด้วยตัวเอง และประกาศชัยชนะ อ้างว่าพวกเขาประสบความสำเร็จในการปกป้องกลุ่มผู้พูดภาษารัสเซียในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในสงครามนี้ และสามารถยึดเส้นทางภาคพื้นดินที่เชื่อมต่อรัสเซียกับแคว้นไครเมียได้สำเร็จ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของผู้ชนะ

แต่การหยุดยิงนี้อาจอยู่ได้ไม่นาน โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนประกาศกร้าวไว้แล้วว่า พวกเขาจะยึดคืนดินแดนกลับมาทั้งหมด ขณะที่สหรัฐฯ กับนาโต ก็อาจไม่ยอมรามือ เพราะพวกเขายอมรับไม่ได้ที่จะปล่อยให้ผู้นำเผด็จการได้รับชัยชนะในสงคราม

เยนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการใหญ่ของนาโตเคยกล่าวเอาไว้ว่า “ราคาที่เราจ่ายคือเงิน ขณะที่ราคาที่ชาวยูเครนจ่ายคือเลือด หากรัฐบาลเผด็จการเห็นว่า การใช้กำลังนั้นได้สิ่งตอบแทน เราทั้งหมดจะต้องจ่ายเยอะกว่านี้อีกมาก และโลกจะกลายเป็นโลกที่อันตรายมากขึ้นสำหรับพวกเราทุกคน”

สงครามยูเครนจะดำเนินไปทางไหน? ส่อง 5 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023
โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเคียฟได้รับความเสียหาย หลังรัสเซียยิงมิสไซล์โจมตีเมื่อ 31 ธ.ค. 2565

ยูเครนได้รับชัยชนะ

นิยามคำว่าชัยชนะของยูเครนคือ การขับไล่กองทัพรัสเซียออกจากประเทศและชิงดินแดนกลับคืนมาทั้งหมด รวมถึงแคว้นไครเมีย ที่รัสเซียผนวกรวมเป็นของตัวเองเมื่อปี 2014 ซึ่งโมเมนตัมที่ยูเครนสร้างมา ทำให้เกิดความหวังว่า พวกเขาอาจทำได้สำเร็จ แม้ตอนนี้จะยังเร็วเกินไปก็ตาม

นายเบน ฮอดจ์ส อดีตผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคยุโรป กล่าวว่า เขาเชื่อเหลือเกินว่ายูเครนจะทำได้ ความเคลื่อนไหวอาจช้าลงในฤดูหนาว แต่ยูเครนจะรับมือได้ดีกว่ารัสเซีย เพราะได้รับอุปกรณ์สำหรับใช้ในฤดูหนาวจากทั้ง สหราชอาณาจักร, แคนาดา และเยอรมนี

ภายในเดือนมกราคม ยูเครนอาจอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเริ่มปฏิบัติการขั้นสุดท้ายในการปลดปล่อยไครเมียแล้ว หากพวกเขาสามารถยึดเมืองเมลิโทโปลกลับมาได้สำเร็จ เพราะมันจะทำให้กองทัพยูเครนสามารถย้ายไปยังทะเลอะซอฟ ตัดเสบียงและการสื่อสารของไครเมียได้อย่างมีประสิทธิผล

แต่ฝ่ายรัสเซียจะไม่ยอมเสียไครเมีย นั่นเป็นเหตุผลที่ตอนนี้พวกเขาเสริมกำลังที่เมืองเมลิโทโปล และหากถึงที่สุดจริงๆ ปูตินอาจตัดสินใจใช้อาวุธต้องห้ามอย่าง อาวุธเคมี หรือกระทั่งอาวุธนิวเคลียร์ ตามคำพูดของเขาในวันขึ้นปีใหม่ที่ว่า นี่เป็นการต่อสู้ที่มีอนาคตของชาติเป็นเดิมพัน

ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : sky , bbc , globaltimes

Adblock test (Why?)


สงครามยูเครนจะดำเนินไปทางไหน? ส่อง 5 เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2023 - ไทยรัฐ
Read More

ยอดทัวร์ต่างชาติพุ่ง 15 เท่าตัว ทางเครื่องบินเยอะสุด 97.17% คมนาคมมั่นใจพร้อมรับมือ - Sanook

"ศักดิ์สยาม" เผยยอดทัวร์ต่างชาติพุ่ง 15 เท่าตัว ทางอากาศมีสัดส่วนปริมาณผู้โดยสารสูงสุด 97.17%  คมนาคมมั่นใจพร้อมรับมือ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เผยสถิติปริมาณผู้โดยสารในระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ ปี 2565 ณ วันที่ 1 ม.ค.66 มีปริมาณผู้โดยสารเดินทางเข้า-ออกประเทศในทุกมิติการขนส่งรวม 22,577,983 คน โดยเมื่อพิจารณาปริมาณผู้โดยสารรายมิติการขนส่ง พบว่า ทางอากาศมีสัดส่วนปริมาณผู้โดยสารสูงสุด 97.17% รองลงมา คือ ทางถนน 1.30% ทางน้ำ 1.18% และทางราง 0.35%

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบปริมาณผู้โดยสารในปี 65 กับปี 64 พบว่า ปริมาณผู้โดยสารปี 65 เพิ่มขึ้น 1,543.44% จากปี 64 โดยทางน้ำเพิ่มขึ้นมากที่สุด 10,642.85% รองลงมา คือ ทางอากาศ 1,499.67% ส่วนทางถนนและทางรางไม่มีการเดินทางในปี 64

เมื่อพิจารณาปริมาณผู้โดยสารปี 65 พบว่า ในเดือน ธ.ค.65 มีปริมาณผู้โดยสารรวม 4,474,834 คน เพิ่มขึ้น 23.06% จากเดือน พ.ย.65 และเพิ่มขึ้น 171.90% จากค่าเฉลี่ยเดือน ม.ค.-พ.ย.65 โดยเป็นผู้โดยสารขาเข้ารวม 2,325,093 คน จากค่าเฉลี่ยเดือน ม.ค.-พ.ย.65 ซึ่งมีผู้โดยสารเฉลี่ยเดือนละ 835,054 คน เพิ่มขึ้น 178.44

ทั้งนี้สรุปปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารในระบบขนส่งสาธารณะมีดังนี้

1.ทางถนนมีปริมาณผู้โดยสารเดือน ธ.ค.65 รวม 50,492 คน เพิ่มขึ้น 27.90% จากค่าเฉลี่ยเดือน มิ.ย.-พ.ย.65 ซึ่งมีผู้โดยสารเฉลี่ยเดือนละ 39,477 คน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน พ.ย.65 ซึ่งมีผู้โดยสาร 42,683 คน พบว่า มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 18.30% เมื่อพิจารณาสัดส่วนการเดินทางขาเข้าและขาออกประเทศในเดือน ธ.ค.พบว่า มีผู้โดยสารขาเข้า 16,223 คน (32%) และมีผู้โดยสารขาออก 34,269 คน (68%)

2.ทางรางมีปริมาณผู้โดยสารเดือน ธ.ค.65 รวม 5,881 คน ลดลง 66.02% จากค่าเฉลี่ยเดือน ส.ค.-พ.ย.65 ซึ่งมีผู้โดยสารเฉลี่ยเดือนละ 17,306 คน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน พ.ย.65 ซึ่งมีผู้โดยสาร 16,091 คน พบว่า มีจำนวนผู้โดยสารลดลง 63.45% เมื่อพิจารณาสัดส่วนการเดินทางขาเข้าและขาออกประเทศในเดือน ธ.ค.พบว่า มีผู้โดยสารขาเข้า 2,842 คน (48%) และมีผู้โดยสารขาออก 3,039 คน (52%)

3.ทางน้ำมีปริมาณผู้โดยสารเดือน ธ.ค.65 รวม 78,774 คน เพิ่มขึ้น 359.14% จากค่าเฉลี่ยเดือน ม.ค.-พ.ย.65 ซึ่งมีผู้โดยสารเฉลี่ยเดือนละ 17,157 คน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน พ.ย.65 ซึ่งมีผู้โดยสาร 71,118 คน พบว่า มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 10.77% เมื่อพิจารณาสัดส่วนการเดินทางขาเข้าและขาออกประเทศในเดือน ธ.ค.พบว่า มีผู้โดยสารขาเข้า 40,453 คน (51%) และมีผู้โดยสารขาออก 38,321 คน (49%) และเมื่อพิจารณาสัดส่วนการเดินทางขาเข้าระหว่างท่าเรือชายแดนและเรือยอร์ช พบว่า มีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าเรือชายแดน 39,767 คน (98%) และมีปริมาณผู้โดยสารเดินทางด้วยเรือยอร์ช 686 คน (2%)

4.ทางอากาศมีปริมาณผู้โดยสารเดือน ธ.ค.65 รวม 4,339,687 คน เพิ่มขึ้น 171.27% จากค่าเฉลี่ยเดือน ม.ค.-พ.ย.65 ซึ่งมีผู้โดยสารเฉลี่ยเดือนละ 1,599,745 คน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน พ.ย.65 ซึ่งมีผู้โดยสาร 3,506,318 คน พบว่า มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 23.77% โดยในเดือน ธ.ค. เป็นการเดินทางขาเข้าประเทศจำนวน 2,265,575 คน เพิ่มขึ้น 178.21% จากค่าเฉลี่ยเดือน ม.ค.-พ.ย.65 ซึ่งมีผู้โดยสารขาเข้าเฉลี่ยเดือนละ 814,335 คน เมื่อพิจารณาสัดส่วนการเดินทางรายท่าอากาศยานในเดือน ธ.ค. พบว่า มีปริมาณการเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 3,062,226 คน คิดเป็น 71% มีปริมาณการเดินทางผ่านท่าอากาศยานดอนเมือง 559,555 คน คิดเป็น 13% และมีปริมาณการเดินทางผ่านท่าอากาศยานภูมิภาค 717,906 คน คิดเป็น 16% หรือ สัดส่วนการเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานภูมิภาค คิดเป็น 71:13:16

Adblock test (Why?)


ยอดทัวร์ต่างชาติพุ่ง 15 เท่าตัว ทางเครื่องบินเยอะสุด 97.17% คมนาคมมั่นใจพร้อมรับมือ - Sanook
Read More

Saturday, December 31, 2022

6หนุ่มวงดังจับมือพร้อมใจแยกทาง YG Ent. ลือสะพัดซบค่ายนี้...? - TeeNee.com

6หนุ่มวงดังจับมือพร้อมใจแยกทาง YG Ent. ลือสะพัดซบค่ายนี้...?
ทำเอาแฟนๆ ชาวไทย และทั่วเอเชียช็อกไม่น้อย หลังมีรายงานว่า 6 หนุ่มหล่อมากความสามารถ 'iKON' (คิมจินฮวาน, บ็อบบี้, ซงยุนฮยอง, กูจุนฮเว, คิมดงฮยอก และจองชานอู) ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง YG Entertainment
โดยเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม YG Entertainment ได้ออกแถลงการณ์ระบุข้อความโดยสรุปว่า.

"สวัสดี เรา YG Entertainment

เราอยากขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่าหลังจากการหารือกันมาอย่างยาวนานกับสมาชิกวง iKON (คิมจินฮวาน, บ็อบบี้, ซงยุนฮยอง, กูจุนฮเว, คิมดงฮยอก และจองชานอู) ได้ตัดสินใจที่จะเคารพความคิดเห็นของกันและกัน และตกลงที่จะสิ้นสุดสัญญา หลังระยะเวลาสัญญาหมดอายุลง

เราอยากขอแสดงความรู้สึกขอบคุณ iKON อย่างจริงใจที่อยู่ร่วมกันกับเราในฐานะศิลปิน และจะรอคอยและสนับสนุนกิจกรรมของพวกเขาในด้านต่าง ๆ หลังจากนี้ ขอให้ทุกท่านให้กำลังใจสมาชิกที่กำลังเตรียมตัวสำหรับการเริ่มต้นใหม่ด้วยนะ"

ล่าสุดแหล่งข่าววงในอุตสาหกรรมเพลง รายงานว่า เมมเบอร์ของ iKON กำลังจะเซ็นสัญญากับ 143 Entertainment เพื่อทำกิจกรรมกลุ่มต่อไป

หลังจากมีรายงานข่าวออกมา ทางตัวแทนจาก 143 Entertainment ชี้แจงว่า "ยังไม่มีการยืนยันที่เฉพาะเจาะจง เรากำลังอยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับแง่มุมต่างๆ"


6หนุ่มวงดังจับมือพร้อมใจแยกทาง YG Ent. ลือสะพัดซบค่ายนี้...?
6หนุ่มวงดังจับมือพร้อมใจแยกทาง YG Ent. ลือสะพัดซบค่ายนี้...?
6หนุ่มวงดังจับมือพร้อมใจแยกทาง YG Ent. ลือสะพัดซบค่ายนี้...?
6หนุ่มวงดังจับมือพร้อมใจแยกทาง YG Ent. ลือสะพัดซบค่ายนี้...?
6หนุ่มวงดังจับมือพร้อมใจแยกทาง YG Ent. ลือสะพัดซบค่ายนี้...?
6หนุ่มวงดังจับมือพร้อมใจแยกทาง YG Ent. ลือสะพัดซบค่ายนี้...?
6หนุ่มวงดังจับมือพร้อมใจแยกทาง YG Ent. ลือสะพัดซบค่ายนี้...?
6หนุ่มวงดังจับมือพร้อมใจแยกทาง YG Ent. ลือสะพัดซบค่ายนี้...?
6หนุ่มวงดังจับมือพร้อมใจแยกทาง YG Ent. ลือสะพัดซบค่ายนี้...?


Adblock test (Why?)


6หนุ่มวงดังจับมือพร้อมใจแยกทาง YG Ent. ลือสะพัดซบค่ายนี้...? - TeeNee.com
Read More

นักวิชาการ มธ. เสนอกลไกทางเลือกแก้ PM 2.5 - ไทยโพสต์

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ม.ธรรมศาสตร์ แนะ ควรให้ ‘อำนาจสั่งการ’ คกก.อากาศสะอาด ดำเนินมาตรการข้ามหน่วยงาน พร้อม ‘บูรณาการงบประมาณ’ ตามภารกิจ...