บทบรรณาธิการ
สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยยังน่าห่วง เพราะหลังพบผู้ติดเชื้อเกิน 2 หมื่นคนต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. 2564 ถึงตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อรายวันยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องเฉียด 2 หมื่น หรือบางวันเกินกว่า 2 หมื่นคน
ขณะที่ผู้เสียชีวิตอยู่ที่หลักร้อยถึงกว่า 200 คนต่อวัน ทำให้นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าภายในเดือน ส.ค.นี้ ยอดผู้ติดเชื้อโควิดสะสมภายในประเทศจะทะลุ 1 ล้านคน ความเสี่ยงจากการติดเชื้อ แพร่เชื้อจะยิ่ิงเพิ่มขึ้น
มีความเป็นไปได้สูงที่สงครามเชื้อโรคจะอยู่กับเราอีกนาน การต่อสู้กับไวรัสโควิดยังยืดเยื้อไม่สิ้นสุด โอกาสจะหยุดการแพร่ระบาด 100% คงยาก การปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขอนามัย พร้อม ๆ กับให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยเปิดดำเนินการตามปกติได้โดยเร็วเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลในฐานะผู้บริหารประเทศต้องเร่งตัดสินใจ บริหารจัดการทั้งสองด้านให้มีความสมดุลภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดที่มีอยู่ขณะนี้
การผ่อนคลายล็อกในโซนสีแดงเข้มพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร (กทม.) ปริมณฑล ตามมติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เมื่อ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา
ให้ธุรกิจบางประเภทกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติ จากที่ภาคเอกชนเรียกร้องไม่ให้รัฐบาลล็อกดาวน์แบบเหมาเข่ง โดยชี้ว่าการผ่อนคลายมาตรการแม้จะมีความเสี่ยงแต่จำเป็นต้องทำ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เสียหายมากขึ้นทุกวัน
แต่ที่ต้องดำเนินการควบคู่กับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจคือ การควบคุมสถานการณ์โควิด อย่างไรก็ตาม การแก้วิกฤตประเทศยังจมอยู่ในวังวนเดิม การบริหารจัดการวัคซีนติดหล่ม ฉุดประเทศไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า แถมมีสารพัดปมเป็นที่ครหา
อย่างการสวมรอยแย่งสิทธิวัคซีนบุคลากรด่านหน้า การประมูลจัดซื้อชุดตรวจโควิด (ATK) ที่ถูกจับตาว่าอาจไม่ชอบมาพากล เพราะการเมือง กลุ่มผลประโยชน์เข้าแทรก
ประเทศคงไม่ไร้ทางออกเหมือนที่เป็นอยู่ขณะนี้ ถ้าหากแต่ละภาคส่วนทำตามบทบาทหน้าที่และยึดผลประโยชน์ชาติเป็นสำคัญ โดยรัฐบาลมุ่งมั่นและทุ่มเททำงานนำพาประเทศให้รอดพ้นวิกฤต
ขณะที่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐพร้อมปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม โควิดจึงลามไม่หยุด เศรษฐกิจทรุด สังคมเสื่อม ความเหลื่อมล้ำยิ่งถ่างกว้างขึ้น
เสียงสะท้อนจากประชาชนหลากหลายกลุ่ม ข้อเรียกร้องจากองค์กรตัวแทนภาคเอกชนนับครั้งไม่ถ้วนที่กระทุ้งรัฐให้เร่งกู้วิกฤตพลิกสถานการณ์ให้กลับมาเป็นปกติ จึงเป็นสิ่งที่ต้องสดับตรับฟัง และเร่งคลี่คลายสถานการณ์ ผ่าทางตันวัคซีน แก้ปม ATK แก้คำสบประมาท
และข้อครหาว่า ประชาชนถูกลอยแพ เพราะรัฐบาลทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
ผ่าทางตัน ATK-วัคซีนโควิด - ประชาชาติธุรกิจ
Read More
No comments:
Post a Comment