Rechercher dans ce blog

Sunday, June 27, 2021

"ยิ่งใช้ยิ่งได้" เปลี่ยนเป็น "คนละครึ่ง เฟส3" ทางแอปฯ "เป๋าตัง" วันนี้วันเดียวเท่านั้น - ฐานเศรษฐกิจ

วันนี้วันเดียว โครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" เปลี่ยนเป็น "คนละครึ่ง เฟส3" กระทรวงการคลัง เปิดให้เปลี่ยนทางแอปพลิเคชั่น "เป๋าตัง" ตรวจสอบได้ที่นี่

วันที่ 28 มิ.ย.64 เป็นวันเดียวที่เปิดโอกาสให้ผู้ได้รับสิทธิ์ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เปลี่ยนเป็น โครงการ “คนละครึ่ง เฟส3” หรือจะเปลี่ยนจาก "คนละครึ่ง เฟส 3" เป็น โครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" ก็มีเวลาตัดสินใจในวันนี้วันเดียวเท่านั้น

ฐานเศรษฐกิต ตรวจสอบข้อมูลจากกระทรวงการคลังพบว่า ทั้ง 2 โครงการ สามารถเปลี่ยนใจได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หลังกดลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com  ไปแล้วสำหรับผู้ที่ต้องการรับสิทธิ์คนละครึ่งเฟส 3 หรือ ลงทะเบียนไปแล้วทางเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com ไปแล้วเพื่อรับสิทธิ์โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ 

ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com  ซึ่งเป็นเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ระบุอยู่ใน “คุณสมบัติของประชาชนที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้” ซึ่งมีการระบุว่า 

  • ในกรณีที่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3(เฟส3) แล้วประสงค์จะเปลี่ยนแปลงการใช้สิทธิมาใช้โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2564 
  • ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น 
  •  สามารถเปลี่ยนแปลงสิทธิโครงการได้ 1 ครั้ง และจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงการได้อีก

รวมถึงในกรณีที่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษแล้วประสงค์จะเปลี่ยนแปลงการใช้สิทธิมาใช้โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2564 ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น โดยสามารถเปลี่ยนแปลงสิทธิโครงการได้ 1 ครั้ง และจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงการได้อีก”

นอกจากนั้นยังระบุข้อมูลในเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com ในส่วนของ "คำถามที่พบบ่อย" ที่มีคำถามและคำตอบถึงการเปลี่ยนยิ่งใช้ยิ่งได้เป็นคนละครึ่งเฟส3 ดังนี้

คำถาม

  • กรณีได้สิทธิ์โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้แล้ว อยากเปลี่ยนไปรับสิทธิ์ในโครงการคนละครึ่งเฟส3 สามารถทำได้หรือไม่

คำตอบ

  • กรณีต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อไปรับสิทธิในโครงการคนละครึ่งเฟส 3 สามารถเปลี่ยนแปลงได้ 1 ครั้ง ภายในวันที่ 28 มิ.ย. 64 เวลา 22.00 น.

คำถาม

  • กรณีได้สิทธิ์โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้แล้ว แต่ไม่ต้องการรับสิทธิต้องทำอย่างไร

คำตอบ

  • กรณีได้สิทธิในโครงการแล้ว หากประชาชนไม่ประสงค์ที่จะใช้สิทธิ เพียงไม่มีการใช้จ่ายตามเงื่อนไขก็จะไม่ได้รับ E-Voucher ตามที่โครงการกำหนด

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง  ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ยอมรับว่า การเปิดลงทะเบียนโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับโครงการ “คนละครึ่งเฟส3” ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังเร่งประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าเข้าร่วมโครงการมากขึ้น เพื่อจูงใจให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการมากขึ้น

อย่างไรก็ตามหากการลงทะเบียนรับสิทธิ “ยิ่งใช้ยิ่งได้ และ “คนละครึ่งเฟส3” ไม่ครบตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ก็สามารถดึงเงินกลับเข้าไปในวงเงินของพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในโครงการอื่นตามวัตถุประสงค์ต่อได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

Adblock test (Why?)


"ยิ่งใช้ยิ่งได้" เปลี่ยนเป็น "คนละครึ่ง เฟส3" ทางแอปฯ "เป๋าตัง" วันนี้วันเดียวเท่านั้น - ฐานเศรษฐกิจ
Read More

โฆษกเพื่อไทย อัด รัฐบาล "ล็อกดาวน์ลักหลับ" เสนอ ทางแก้ 5 ข้อ - ไทยรัฐ

27 มิ.ย. 2564 13:56 น.

โฆษกเพื่อไทย อัด ล็อกดาวน์ลักหลับ มีแต่สั่งปิด ไร้แผนรับมือ จี้ ใช้ชุดตรวจเชื้อที่บ้าน การรักษาทางไกลออนไลน์ แก้วิกฤติโควิด-19 แขวะ ประชาชนเจ็บมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่เคยจบ

วันที่ 27 มิ.ย. นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการออกประกาศห้ามเดินทางและปิดสถานที่หลายแห่ง ในเวลา 01.00 น. ของเช้าวันนี้ และให้มีผลบังคับใช้ 28 มิ.ย. ว่า เป็นการประกาศล็อกดาวน์ลักหลับ ที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา ขณะนี้สถานการณ์ในประเทศใหญ่เกินกว่าที่จะใช้คำสั่งกราดไม่เจาะจง ดังนั้นการแก้ปัญหาเฉพาะจุดเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤติที่ตามมาจากการบริหารของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ผอ.ศบค.ที่ไร้ประสิทธิภาพ จึงเสนอมาตรการระยะสั้น เพื่อให้ ศบค.นำไปปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์การระบาด ดังนี้

1. ศบค.ต้องหาวิธีการตรวจหาเชื้อปูพรมแบบใหม่ในพื้นที่เสี่ยง ทั้ง กทม.ปริมณฑล และ 4 จังหวัดภาคใต้ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการคัดแยกผู้ติดเชื้อ เช่น ชุดตรวจที่บ้าน (Self test) ส่งตรงถึงที่บ้าน เหมือนหลายประเทศในยุโรป เช่น อังกฤษ และสวีเดน

2. เมื่อพบผู้ติดเชื้อ ควรพิจารณาใช้วิธีการแยกตัวที่บ้าน (Home isolation) เพื่อแบ่งเบาภาระระบบสาธารณสุขในการรองรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงที่จำเป็นต้องพึ่งพาโรงพยาบาล ซึ่งในหลายประเทศใช้มาตรการนี้มาแล้ว เช่น อังกฤษ

3. นำการดูแลรักษาทางไกลออนไลน์ (Telemedicine) มาใช้ในการให้คำปรึกษาผู้มีความเสี่ยงติดโควิด และผู้ติดเชื้อที่มีอาการไม่รุนแรง เพื่อให้การกักตัวอยู่บ้านได้ผล โดยประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่ดำเนินการอยู่แล้ว เช่น เครือโรงพยาบาลธนบุรี

4. ระดมบุคลากรทางการแพทย์ในจังหวัดที่มีความเสี่ยงระบาดตำ่ และเพิ่มเตียงสนามสำหรับการกักตัวในพื้นที่ชุมชนแออัด ก่อนเกิดการแพร่เชื้อในครัวเรือน

5. จัดสรรการฉีดวัคซีนที่มีคุณภาพในพื้นที่ระบาดและกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และ 4 จังหวัดภาคใต้ อย่างรวดเร็วทันที

"การล็อกดาวน์มีต้นทุน ประชาชนเจ็บมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่เคยจบ การประกาศมีเพียงคำสั่งห้ามที่ไร้ข้อเสนอ ไร้แผนปฏิบัติการ ไร้แผนงาน ไร้ทิศทาง ไม่เจาะจง ไม่ล็อกเป้า พลเอกประยุทธ์ควรเปิดใจฟังความคิดเห็นของผู้อื่นบ้าง อย่าเอาตัวตนเป็นที่ตั้ง เพราะประเทศจะพังไปมากกว่านี้" นางสาวอรุณี กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

Adblock test (Why?)


โฆษกเพื่อไทย อัด รัฐบาล "ล็อกดาวน์ลักหลับ" เสนอ ทางแก้ 5 ข้อ - ไทยรัฐ
Read More

สแกน 5 กฎเหล็กเดินทางทางน้ำรับ "ภูเก็ตแซนบ็อกซ์" 1 ก.ค. 64 - ประชาชาติธุรกิจ

ท่าเรือภูเก็ต
Credit ภาพ : ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ภูเก็ต

“อธิรัฐ”สั่ง”เจ้าท่า”ออก 5 กฎเหล็กคุมเข้มเดินทางทางน้ำรับ”ภูเก็ตแซนบ็อกซ์” 1 ก.ค.นี้ ชี้ฉีดแอสตร้า 1 เข็มก็เข้าได้ ส่วนชนิดอื่นต้อง 2 เข็ม ส่วนผู้ที่เคยเป็นโควิดต้องหายก่อนเข้าเมือง 90 วัน และต้องมีผลตรวจโควิดไม่เกิน 7 วันจึงจะเข้าได้ด้วย

วันที่ 27 มิถุนายน 2564 นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้เปิดพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเพื่อเป็นต้นแบบขยายไปสู่เมืองท่องเที่ยวอื่นๆ

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางน้ำเพราะจังหวัดภูเก็ตมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญและมีชื่อเสียงในระดับโลก จึงได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า (จท.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลภาคการคมนาคมทางน้ำเร่งจัดทำแผนการเตรียมความพร้อมเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Phuket Sandbox) ของจังหวัดภูเก็ตในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ในการกำหนดมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้า-ออกทางน้ำโดยบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ดังต่อไปนี้

3 จุดตรวจทางน้ำ

1. กำหนดให้ท่าเทียบเรือโดยสาร จำนวน 3 ท่า เป็นด่านตรวจทางน้ำ ได้แก่
1) ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต
2) ท่าเทียบเรือรัษฎา ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต
3) ท่าเทียบเรืออ่าวปอ ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง

2. ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ และพำนักอยู่ในจังหวัดภูเก็ตตามกำหนด
14 คืน ที่ประสงค์จะเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ตทางเรือ ให้เดินทางผ่านท่าเรือที่กำหนดเป็นด่านตรวจทางน้ำเท่านั้น แต่ในกรณีเดินทางโดยเรือยอร์ชให้เดินทางออกจากท่าเรือที่กำหนด ดังนี้
1) ท่าเทียบเรือยอร์ช เฮเว่น มารีน่า
2) ท่าเทียบเรืออ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า
3) ท่าเทียบเรือภูเก็ต โบ๊ทลากูน
4) ท่าเทียบเรือรอยัล ภูเก็ต มารีน่า
5) ท่าเทียบเรือมารีน่าอ่าวฉลอง

โดยต้องแจ้งสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต หรือศูนย์ปฏิบัติการติดตามและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ต (ศปก.Phuket Sandbox) ก่อนออกเดินทางไม่น้อยกว่า 6 ชม.

3. ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศที่ประสงค์จะเดินทางท่องเที่ยวในน่านน้ำจังหวัดภูเก็ตให้เดินทางผ่านเฉพาะท่าเรือที่กำหนด และต้องปฏิบัติดังนี้
3.1 ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
3.2 ติดตั้งระบบ Tracing Application “Morchana” บนสมาร์ทโฟนและอนุญาตให้เข้าถึงตำแหน่ง (Share Location)
3.3 เรือโดยสารจะต้องติดตั้งระบบแสดงตนอัตโนมัติตามระเบียบของกรมเจ้าท่า และติดตั้งวิทยุสื่อสาร VHF
3.4 เจ้าของเรือหรือผู้ควบคุมเรือหรือตัวแทนเจ้าของเรือต้องแจ้งเรือเข้า-ออกท่าเรือเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนปล่อยเรือออกจากท่าหรือเมื่อเรือเข้าเทียบท่าเสร็จเรียบร้อย
3.5 ให้ผู้ประกอบการท่าเรือหรือผู้บริหารท่าเรือ สรุปรายงานข้อมูลเรือและข้อมูลผู้โดยสารเข้า-ออกทุกวันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ

ฉีดแอสตร้า 1 เข็ม-มีผลตรวจไม่เกิน 7 วันเข้าได้

4. คนไทยจากต่างจังหวัด หรือคนต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยที่ประสงค์เดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตผ่านช่องทางทางน้ำ(ท่าเรือ) ทุกท่าในจังหวัดภูเก็ต ให้ผู้เดินทางยกเว้นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด และต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
4.1 ต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบ 2 เข็ม หรือครบโดสตามจำนวนวัคซีนแต่ละชนิด หรือได้รับวัคซีนชนิด AstraZeneca จำนวน 1 เข็ม มาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 15 วัน หรือ
4.2 เป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยด้วยโรคโควิด-19 มาแล้วไม่เกิน 90 วัน หรือ
4.3 ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT – PCR หรือวิธีการ Antigen Test ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับการตรวจ
4.4 ต้องดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” บนสมาร์ทโฟน และยินยอมเปิดแชร์ตำแหน่งที่ตั้ง (Location) ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต

เข้มมาตรการสาธารณสุข
5. ให้ผู้ประกอบการท่าเรือ นายเรือ ผู้ควบคุมเรือ คนประจำเรือ ลูกเรือ พนักงานในเรือและผู้โดยสารต้องปฏิบัติตามประกาศของกรมเจ้าท่าเรื่องมาตรการควบคุมควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้แก่

5.1 ผู้ประกอบการเรือ เจ้าของเรือ นายเรือ และผู้ควบคุมเรือปฏิบัติ ดังนี้
1) ต้องทำความสะอาดตัวเรือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำทุกครั้งที่ให้บริการเรียบร้อยแล้ว
2) จัดวางแอลกอฮอล์หรือเจลล้างมือไว้บนเรือ
3) นายเรือและผู้ควบคุมเรือต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือสวมหน้ากากผ้าตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่
4) ต้องควบคุมและกำกับให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่บนเรือและผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกคน
5) กำหนดให้มีการจัดที่นั่งหรือที่ยืน เว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อยหนึ่งเมตรเพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัสหรือแพร่เชื้อโรคทางฝอยละอองน้ำลาย
6) ควบคุมจำนวนผู้โดยสารให้บรรทุกผู้โดยสารไม่เกินจำนวนตามที่ใบอนุญาตใช้เรือกำหนด
7) กรณีที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศในเรือโดยสารต้องมีระบบระบายอากาศที่เหมาะสมและต้องมีการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

5.2 ให้ผู้ประกอบการท่าเรือ ปฏิบัติดังนี้
1) ทำความสะอาดท่าเรือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำทุกวัน
2) จัดวางแอลกอฮอส์หรือเจลล้างมือประจำบนท่าเรือ
3) ให้พนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำท่าเรือสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกคน
4) นั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อยหนึ่งเมตรเพื่อป้องกันการติตต่อสัมผัสหรือแพร่เชื้อโรคทางฝอยละอองน้ำลาย
5) ให้คัดกรอง (วัดอุณหภูมิ) คนประจำเรือ และผู้โดยสาร หากพบผู้ที่มีไข้สูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส หรือมีอาการผิดปกติทางเดินหายใจ ให้ติดต่อแจ้งสายด่วน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขทางโทรศัพท์หมายเลข 1422

5.3 ให้ผู้โดยสารปฏิบัติ ดังนี้
1) สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกคน
2) ให้ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ หรือเจลล้างมือ
3) นั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อยหนึ่งเมตรเพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัส หรือแพร่เชื้อโรคทางฝอยละอองน้ำลาย
4) เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามคำแนะนำของนายเรือหรือผู้ควบคุมเรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และพนักงานของผู้ประกอบการเรือ

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติงานด้วยความเข้มงวดมากกว่าในสถานการณ์ปกติ เพื่อให้ผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวได้รับความปลอดภัยสูงสุด รวมทั้งให้ใส่ใจในการดูแลเพื่อให้เกิดความประทับใจในการต้อนรับที่ดีของประเทศไทย

Adblock test (Why?)


สแกน 5 กฎเหล็กเดินทางทางน้ำรับ "ภูเก็ตแซนบ็อกซ์" 1 ก.ค. 64 - ประชาชาติธุรกิจ
Read More

โลกมีวงจรทางธรณีวิทยาคล้ายกับชีพจรของมนุษย์ ขยับเต้นตึกตักทุก 27.5 ล้านปี - บีบีซีไทย

getty

ที่มาของภาพ, Getty Images

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวัฏจักรการเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ และวงจรความเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาครั้งรุนแรงของโลก ซึ่งอุบัติขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดช่วงเวลาอย่างน้อย 260 ล้านปีที่ผ่านมา โดยวงจรนี้มีลักษณะคล้ายกับชีพจรหรือจังหวะการเต้นของหัวใจมนุษย์อย่างมาก

"ชีพจรโลก" ที่ว่านี้ จะเกิดความเคลื่อนไหวเหมือนหัวใจที่ขยับเต้นตึกตักทุก 27.5 ล้านปี ซึ่งตัวเลขนี้มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางธรณีวิทยาที่มองย้อนไปในอดีตหลายร้อยล้านปีด้วยวิธีทางคณิตศาสตร์ จนพบว่าเหตุการณ์รุนแรงขนาดใหญ่เช่นเปลือกโลกเคลื่อนตัว ภูเขาไฟระเบิด ระดับน้ำทะเลเปลี่ยนแปลง หรือการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตครั้งใหญ่ มักจะเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันเป็นระลอก

ศาสตราจารย์ไมเคิล แรมปิโน จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำทีมวิจัยที่ค้นพบวัฏจักรดังกล่าวบอกว่า "ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์บางรายเคยสันนิษฐานไว้นานแล้วว่า โลกมีวงจรทางธรณีวิทยาที่ใช้เวลาหมุนเวียนรอบละประมาณ 30 ล้านปี ซึ่งผลการศึกษาของเราก็ยืนยันเช่นนั้น"

รายงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Geoscience Frontiers ระบุว่า ที่ผ่านมาการตรวจวัดและบันทึกเวลาที่เกิดเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาต่าง ๆ ในอดีต ไม่มีความชัดเจนและแน่นอน ทำให้บรรดานักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่มองว่า เหตุการณ์ทางธรณีวิทยาในประวัติศาสตร์โลกนั้น เกิดขึ้นแบบสุ่มและกระจัดกระจายโดยไม่มีแบบแผนที่แน่ชัด

RAMPINO ET AL. / GEOSCIENCE FRONTIERS

ที่มาของภาพ, RAMPINO ET AL. / GEOSCIENCE FRONTIERS

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทีมวิจัยใช้วิธีการทางคณิตศาสตร์ที่เรียกว่า Fourier analysis วิเคราะห์ลำดับและความถี่ของเหตุการณ์รุนแรงทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้น 89 ครั้ง ตลอดช่วง 260 ล้านปีที่ผ่านมา พวกเขาพบว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกาะกลุ่มกันอุบัติขึ้นเป็นระลอก โดยสามารถแยกเป็นกลุ่ม ๆ ได้ถึง 10 ครั้ง เหตุการณ์แต่ละระลอกจะทิ้งช่วงห่างกันโดยเฉลี่ย 27.5 ล้านปี

งานวิจัยนี้มีค่าความเชื่อมั่นที่ระดับ 96% ซึ่งหมายความว่าผลวิเคราะห์ที่ได้นั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด ส่วนศ. แรมปิโนนั้นเชื่อว่า หากมีข้อมูลที่ย้อนไปในอดีตได้ไกลกว่านี้อีก ก็จะสามารถตรวจพบแบบแผนความเคลื่อนไหวทางธรณีวิทยา ที่คล้ายชีพจรได้อีกเช่นกัน ดังตัวอย่างในกรณีความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล ซึ่งนักวิทยาศาสตร์มีข้อมูลที่ย้อนไปในอดีตได้ไกลถึง 600 ล้านปี แต่ดูเหมือนว่าความเปลี่ยนแปลงนี้จะมีแบบแผนเดียวกันกับชีพจรทางธรณีวิทยาของโลกด้วย

สำหรับโลกยุคปัจจุบันในช่วงชีวิตของเรานั้น ได้ผ่านพ้นการเต้นของชีพจรธรณีวิทยาโลกครั้งล่าสุดไปเมื่อ 7-10 ล้านปีก่อน แต่วัฏจักรนี้กำลังจะเวียนมาครบรอบอีกครั้งในราว 15-20 ล้านปีข้างหน้า

NASA

ที่มาของภาพ, NASA

ทีมผู้วิจัยยังไม่ทราบถึงสาเหตุของการเกิดภัยธรรมชาติเป็นระลอกนี้ แต่ศ. แรมปิโนสันนิษฐานว่า อาจเกิดจากกระบวนการธรณีแปรสัณฐาน (plate tectonics) หรือความเปลี่ยนแปลงในชั้นเนื้อโลก รวมทั้งอาจเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างการโคจรของโลกกับวัฏจักรทางดาราศาสตร์ของระบบที่ใหญ่กว่า อย่างเช่นระบบสุริยะ กาแล็กซีทางช้างเผือก หรือกลุ่มก้อนของสสารมืด ซึ่งอิทธิพลทางดาราศาสตร์เหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาบนโลกเป็นรอบ ๆ ตลอดช่วงเวลาที่ยาวนานหลายล้านปีได้

Adblock test (Why?)


โลกมีวงจรทางธรณีวิทยาคล้ายกับชีพจรของมนุษย์ ขยับเต้นตึกตักทุก 27.5 ล้านปี - บีบีซีไทย
Read More

ป้ายจราจร สัญลักษณ์ต่างๆ ที่คนใช้ทางควรรู้ - ไทยรัฐ

ป้ายบังคับ

หมายถึง เป็นการกำหนดให้ผู้ใช้ทางปฏิบัติตามความหมายของเครื่องหมายจราจรที่ปรากฏในป้ายนั้น กำหนดให้ผู้ใช้ทางต้องกระทำ 

ป้ายบังคับแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1. ป้ายบังคับที่แสดงตามรูป และความหมายที่กำหนด

มักจะมีพื้นสีขาว ขอบสีแดง เป็นป้ายกำหนด ต้องทำตาม เช่น หยุด ให้ทาง ให้รถสวนทางมาก่อน ห้ามแซง ห้ามเข้า ห้ามกลับรถ ห้ามเลี้ยวซ้าย ห้ามเลี้ยวขวา ฯลฯ เป็นต้น

2. ป้ายที่แสดงด้วยข้อความ หรือสัญลักษณ์ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน

จะใช้บังคับเฉพาะบางช่วงบางเวลา หรือบางเขต หรือมีข้อความยกเว้นบางประการ มีลักษณะเป็นป้ายสี่เหลี่ยมพื้นสีขาว เส้นขอบป้ายข้อความและสัญลักษณ์สีดำ 

และมีลักษณะเป็นป้ายสี่เหลี่ยม พื้นสีขาว เส้นขอบป้ายสีแดง ข้อความสัญลักษณ์สีแดง หรือสีดำ

ป้ายเตือน 

หมายถึง บริเวณที่ติดตั้งป้ายเตือนแนวการจราจร ควรขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวัง

ป้ายเตือน มี 3 ประเภท

1. ป้ายเตือนตามรูปแบบลักษณะที่กำหนด

เช่นทางโค้ง ทางแยก ระวังอันตราย ทางแคบทางลอดต่ำ ผิวทางขรุขระ ฯลฯ เป็นต้น

2. ป้ายเตือนแสดงด้วยข้อความ หรือสัญลักษณ์ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน

3. ป้ายเตือนในงานก่อสร้าง 

ป้ายเตือนข้อความจะมีลักษณะเป็นป้ายสี่เหลี่ยมพื้นสีส้ม เส้นขอบป้าย และสัญลักษณ์สีดำ 

ป้ายแนะนำ

เป็นป้ายที่นำผู้ใช้ทางไปสู่จุดหมายปลายทางได้ถูกต้อง ช่วยให้ความรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ เช่นเป็นการบอกจุดปลายทาง บอกสถานที่ บอกระยะทาง หรือตำแหน่งคนเดินข้าม เป็นต้น 

เป็นป้ายที่มีลักษณะ สี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า มี 2 ชนิด

1. เป็นพื้นสีขาว เส้นขอบป้าย และสัญลักษณ์สีดำ

2. เป็นพื้นสีเขียว หรือสีน้ำเงิน หรือสีน้ำตาล เส้นขอบป้าย ข้อความ และสัญลักษณ์จะมีสีขาว สีเหลือง สีแดง หรือสีอื่นๆ ตามความหมายของป้ายนั้น แนะนำการเดินทางต่างๆ อาทิ ทางลัด ป้ายบอกระยะทาง เส้นทแยงห้ามจอดรถ เส้นห้ามหยุดรถหรือจอดรถ เป็นต้น

อย่างไรก็ตามป้ายทั้ง 3 ประเภท บังคับ เตือน และแนะนำ มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน อยากให้ผู้ใช้ทางเคารพและปฏฺบัติร่วมกันอย่างเคร่งครัด เท่านี้ก็จะช่วยลดอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ร่วมใช้ทางอื่นๆ นะคะ 

ภาพและข้อมูล : กระทรวงคมนาคม

ผู้เขียน : Jjby_ชอบใช้รถ

กราฟิก : Varanya Phae-araya

Adblock test (Why?)


ป้ายจราจร สัญลักษณ์ต่างๆ ที่คนใช้ทางควรรู้ - ไทยรัฐ
Read More

Saturday, June 26, 2021

ทางโค้ง..จบแบบสวยหรือสาหัส (ตอนที่ 2) - ไทยรัฐ

ส่วนข้อมูลของสองเข็มนั้นยังไม่ชัดเจนนัก

อย่างไรก็ตาม คนติดเชื้อไวรัสเดลตา หรือสายพันธุ์อินเดีย หลังจากได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มยังมีการติดเชื้อได้หลากหลาย โดยรายงานต่อเนื่องจะเหลือประมาณ 6% แต่ในจำนวนที่ติดเชื้อแล้วมีอาการหนักต้องเข้าโรงพยาบาลคือ 11%

ผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตา ทั้งหมด 42 ราย ในอังกฤษที่ใช้วัคซีนไฟเซอร์และแอสตราฯ มีถึง 12 ราย หรือ 28.5% เป็นผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ถ้ารวมอีก 7 ราย ที่ได้วัคซีน 1 เข็ม ตัวเลขของผู้ป่วยเสียชีวิตที่ได้วัคซีนครบ 1 เข็ม สูงถึง 45.2%

ตัวเลขดังกล่าวนี้จะผันแปรตามปัจจัยต่างๆที่มีอิทธิพลต่อการติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นตัวเชื้อไวรัสเองที่แม้ว่าจะเป็นตัวเดลตา แต่ส่วนของไวรัสที่กำหนดความรุนแรงจะมีอยู่หลายส่วนของไวรัสด้วยกัน

ดังนั้น การประเมินสถานการณ์จำเป็นต้องพิจารณาทั้งความเสี่ยงที่ทำให้ติดง่ายขึ้น แพร่ง่ายขึ้นและความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการหนักรุนแรงจนถึงเสียชีวิต

ซึ่งทั้งสองส่วนต้องพิจารณาควบคู่กันเสมอ และตัวเลขที่ปรากฏจะต้องไม่ถือเป็นตัวเลขตายตัว และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

และนอกจากนั้นยังมีปัจจัยที่ทำให้ติดง่ายและเสียชีวิตง่ายซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของชุมชน การรักษาวินัยระยะห่าง รวมกระทั่งถึงปัจจัยส่วนบุคคลที่กำหนดการตอบสนองต่อการติดเชื้อได้ดีเพียงใด รวมถึงอายุและภาวะโรคประจำตัวที่มีอยู่ การวินิจฉัยได้เร็วเพียงใดและเริ่มการรักษาได้เร็วเพียงใด

ในการฉีดวัคซีน ต้องบุกแหลก บุกหนัก เน้นความสำคัญของการได้ 2 เข็ม แบบไม่รอช้า เข็มสองไม่ต้องห่างนานเกินไป

เร่งหาวัคซีน เร่งฉีดเร็ว

ประการแรก คือ 2 เข็ม ทำให้การป้องกันการติด มีประสิทธิภาพ มากขึ้น ในตำแหน่งจมูก ลำคอ ทางเดินหายใจส่วนบน โดยใช้กลไกภูมิคุ้มกันจากน้ำเหลืองเป็นสำคัญ หรือแอนติบอดี

ประการที่สอง คือ ทำให้การป้องกันอาการหนักและการตายดีขึ้น ในตำแหน่งทางเดินหายใจส่วนล่างและในปอด รวมทั้งอวัยวะต่างๆ ทั้งนี้ อาศัยทั้งกลไกในน้ำเหลืองบวกเซลล์

ประการที่สาม ดังที่กล่าวไปแล้ว สองเข็มทำให้เก่งขึ้น แต่อาจไม่ถึงกับเต็ม 100 (ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา) ต่อสายพันธุ์เดลตา หรือที่มีกำเนิดที่อินเดีย ทั้งในเรื่องการป้องกันการติดและการที่ต้องเข้าโรงพยาบาล แต่อย่างไรช่วยได้แน่ๆ

(ข้อมูลจะไหลมาเรื่อยๆ จาก public health England)

ในประเทศไทยเอง เราเห็นเดลตาตั้งแต่ 13 พฤษภาคม จากคนในชุมชน ก่อนหน้าวันที่ 21 พฤษภาคมที่มีการพบที่แคมป์แรงงานที่หลักสี่

ซึ่งหมายความว่าต้องมีการกระจายเป็นหย่อมแล้ว และในที่สุดมีการกระจายกว้างขวางขึ้นจริง ดังที่ทางการได้ประกาศในวันที่ 16 มิถุนายนว่าพบแล้วใน 20 จังหวัดและอาจจะครองสัดส่วนมากขึ้นตามลำดับ แต่ตัวเลขดังกล่าวนั้น ในความเป็นจริงอาจจะแพร่ในพื้นที่มากกว่านี้เมื่อมีการตรวจเข้มข้นจริงๆ

จากการที่เดลตาติดง่ายขึ้น และเพิ่มจำนวนในเซลล์ได้มากกว่า

และจากการที่รหัสพันธุกรรม ที่ผันแปรไปในหลายตำแหน่ง โดยมีที่ทำให้สามารถหลบเลี่ยงระบบป้องกันของร่างกายได้ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดอาการหนัก และเป็นสายพันธุ์ที่ทั่วโลกต้องให้ความใส่ใจวิตก (variant of global concern)

ในการบุกแหลกนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่วัคซีนยี่ห้อต่างๆมาได้ไม่พร้อมกัน ฉีดเข็มแรกอย่างหนึ่ง ตามด้วยเข็มสองอีกยี่ห้อ
อาจไม่มีความจำเป็นต้องวิตกเพราะการฉีดคนละยี่ห้อ มีการศึกษาทั้งที่สเปนและเยอรมนี และเป็นหัวข้อขององค์การอนามัยโลก

ที่เริ่มด้วยแอสตราฯ ตามด้วยไฟเซอร์หรือโมเดอร์นา

ประโยชน์ ของ mix and match หรือ prime and boost ปนกันคนละขั้วหรือเทคนิค คือ มีภูมิคุ้มกันในน้ำเหลืองสูงขึ้นมากกว่าธรรมดา ตามการศึกษาดังข้างต้น

และในกรณีของแอสตราฯที่ส่วนของโควิดที่ฝากไว้กับไวรัสตัวอื่นคือ อดิโนไวรัส (adenovirus) เข็มถัดมา เกรงว่าร่างกายจะรับรู้และทำลายไวรัสไปก่อน ทำให้ประสิทธิภาพลดลงบ้าง ซึ่งหมายถึงการใช้เข็มที่สามด้วย

นอกจากนั้น หวังว่าวัคซีนคนละเทคนิคดังกล่าวอาจจะช่วยเสริมสร้างภูมิข้ามสายพันธุ์ให้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะเดลตาอินเดีย

ทั้งนี้ ในประเทศไทย แม้จะเป็นเชื้อตาย ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม กับแอสตราฯ ควบรวมกัน ไม่น่ามีปัญหาและอาจได้ประโยชน์เพิ่ม ในด้านผลข้างเคียง ไม่ชัดเจนว่าเกิดผลร้ายมากขึ้นกว่าการใช้ยี่ห้อเดียว

รายงานแรกๆ อาจมีต่อมน้ำเหลืองโตที่รักแร้บ้าง และในประเทศสิงคโปร์ถ้าแพ้รุนแรงจากไฟเซอร์ โมเดอร์นา เข็มสองเป็นซิโนแวคได้

ข้อสำคัญ การมีผลข้างเคียงไม่ใช่เรื่องดี และไม่ทำให้ภูมิสูงขึ้นกว่าธรรมดา

สรุป ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าต่อจากนี้ จงใจเปลี่ยนยี่ห้อ แต่ถ้าคนละยี่ห้อก็ไม่เสียหาย

เป้าหมาย 120 วันทั้งประเทศจะเป็นทางโค้งที่สำคัญ และอาจไม่ได้หมายถึงการที่ต้องได้วัคซีนอย่างเดียว แต่รวมถึงตัวเชื้อว่าจะอ่อนข้อลงหรือไม่ และประการสำคัญคือกระบวนการตรวจต้องแม่นยำไม่หลุด ครอบคลุมถ้วนทั่วทุกคนในพื้นที่ จนสามารถนำมาประเมินได้ว่ามาตรการทั้งหลายเหล่านี้ สัมฤทธิผลจริงหรือไม่ถ้าไม่เช่นนั้นถึงแม้จะฉีดวัคซีนครบ 90% ของคนไทยสองเข็มก็ตาม ในที่สุดก็ต้องเริ่มใหม่ สาหัสกว่าเก่าหรือไม่.

หมอดื้อ

Adblock test (Why?)


ทางโค้ง..จบแบบสวยหรือสาหัส (ตอนที่ 2) - ไทยรัฐ
Read More

สระบุรี ยกระดับสั่งทุกอำเภอตั้งจุดตรวจ สกัดทางเข้า-ออก เคลื่อนย้ายแรงงาน - ประชาชาติธุรกิจ

ผู้ว่าฯสระบุรี สั่งทุกอำเภอตั้งจุดตรวจจุดสกัดชุดเคลื่อนที่เร็วตรวจคัดกรองผู้เข้าออกพื้นที่และการเคลื่อนย้ายแรงงาน

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2564 นายแมนรัตน์  รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่า ด้วยปรากฎสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยยังมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ซึ่งพบว่ามีการแพร่ระบาดแบบกลุ่มก้อนอยู่เป็นระยะในพื้นเสี่ยง อาทิ แคมป์คนงาน โรงงานอุตสาหกรรม ตลาดสดและชุมชนแออัดในขณะที่ระบบสาธารณสุขเริ่มมีข้อจำกัดในการรับมือผู้ป่วยหนักที่เพิ่มมากขึ้น

เพื่อให้การดำเนินการตามมาตรการควบคุมพื้นที่ และกำกับดูแลสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเตรียมการรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานจากพื้นที่เสี่ยง ซึ่งอาจเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสระบุรี จึงได้สั่งการให้ทุกอำเภอดำเนินการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด หรือจัดเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วตามความเหมาะสม 

โดยให้ประสานการปฏิบัติกับตำรวจภูธรในพื้นที่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบคัดกรองการเดินทางเข้าออก และการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวหรือแรงงานภายในประเทศ จากจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่เสี่ยงอื่น ซึ่งเดินทางเข้ามาในพื้นที่ 

สำหรับอำเภอหนองแคและอำเภอแก่งคอยให้บูรณาการกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดในพื้นที่ตามที่กำหนด การปฏิบัติในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครในพื้นที่ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ สำรวจ ตรวจสอบ บุคคลที่เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน/ชุมชน และบุคคลที่เคยอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชน และเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง 

หากพบบุคคลที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว ให้ดำเนินการตามมาตรการที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดสระบุรีกำหนด อย่างเคร่งครัด ต่อไป

Adblock test (Why?)


สระบุรี ยกระดับสั่งทุกอำเภอตั้งจุดตรวจ สกัดทางเข้า-ออก เคลื่อนย้ายแรงงาน - ประชาชาติธุรกิจ
Read More

นักวิชาการ มธ. เสนอกลไกทางเลือกแก้ PM 2.5 - ไทยโพสต์

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ม.ธรรมศาสตร์ แนะ ควรให้ ‘อำนาจสั่งการ’ คกก.อากาศสะอาด ดำเนินมาตรการข้ามหน่วยงาน พร้อม ‘บูรณาการงบประมาณ’ ตามภารกิจ...