Rechercher dans ce blog

Tuesday, July 5, 2022

บุหรี่คร่าชีวิตคนไทย 72,000 ราย สูญมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละกว่า 2 แสนล้านบาท - กรุงเทพธุรกิจ

วันนี้ (5 ก.ค.2565) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติ เพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ และอธิการบดีมหาวิทยาลัย 160 แห่ง ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ 

  • คนไทยเสียชีวิตจากบุหรี่ 72,000 ราย ก่อมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละ 220,000 ล้านบาท

นพ.ธงชัย เลิศวินัยรัตนพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข สธ. กล่าวว่าการสูบบุหรี่ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดโรคไม่ติดต่อ โดยเฉพาะมะเร็งปอด ปอดเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด และในคนไข้เบาหวาน ความดัน และโรคอื่นๆ  ซึ่งหากสูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดทั่วร่างกาย

แต่ละปี มีประชากรมากกว่า 9 ล้านคนทั่วโลกที่เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่  โดยในจำนวนนี้มากกว่า 8 ล้านคนเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ และอีก 1 ล้านคนไม่ได้สูบบุหรี่ แต่ได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่ หรือที่เรียกว่า ควันบุหรี่มือสอง

สำหรับประเทศไทย จากข้อมูลปี 2560 ประชากรไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ 72,000 ราย ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมปีละ 220,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 20,000 บาท ต่อผู้สูบบุหรี่ 1 คน ต่อปี

  • เยาวชนสูบบุหรี่เกือบ 9 แสนคน ขณะที่ควันบุหรี่มือสองพุ่ง 5 เท่า

ทั้งนี้ จากการสำรวจสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า อัตราการสูบบุหรี่มีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในปี 2557  255กับปี 2560 ลดลงจากร้อยละ 20.7 มาเป็นร้อยละ 19.1 และร้อยละ 17.4 ตามลำดับ

โดยในกลุ่มเยาวชน อายุระหว่าง 20-24 ปี เป็นกลุ่มที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา พบว่า ปี 2564 มีเยาวชนที่สูบบุหรี่ เกือบ 9 แสนคน คิดเป็นอัตราการสูบบุหรี่ ร้อยละ 18.5 ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับการสูบบุหรี่ในปี 2560 ที่มีอัตราการสูบบุหรี่ร้อยละ  20.7

นพ.ธงชัย กล่าวต่อว่าแม้ทิศทางการสูบบุหรี่ของเยาวชนไทยลดลง แต่กลยุทธ์ทางการตลาดของธุรกิจยาสูบ จะพบว่าปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ พยายามเจาะกลุ่มเป้าหมายเยาวชน และมีการโฆษณาสื่อสารการตลาดผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ในช่องทางที่หลากหลาย โดยเฉพาะการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งยากต่อการควบคุม  ดังนั้น หากการดำเนินการมาตรการควบคุมยาสูบในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษาอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เยาวชนเป็นนักสูบหน้าใหม่

เมื่อพิจารณาการสำรวจการพบเห็นการสูบบุหรี่ และการได้รับควันบุหรี่มือสองในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา พบว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2560 ประมาณ 5 เท่า จากร้อยละ2.6 เป็นร้อยละ 14 ในปี 2564  แสดงว่าการศึกษาระดับอุดมศึกษา เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อผลกระทบของควันบุหรี่มือสอง ของนิสิตนักศึกษา คณาจารย์และบุคลากรทุกฝ่าย ไปสู่เกิดผลกระทบต่อสุขภาพในอนาคตไม่ได้แตกต่างจากคนที่สูบบุหรี่

  • สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ปลอดบุหรี่ คุ้มครองสุขภาพ

นพ.ธงชัย กล่าวต่อไปว่าเพื่อเป็นการควบคุมยาสูบ บุหรี่ ควบคู่กับการคุ้มครองสุขภาพแก่ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา เป็นรูปธรรมและเกิดความยั่งยืน สธ.ได้ร่วมกับอว.พร้อมด้วยสถานศึกษาทั่วประเทศ  155 แห่ง และทางสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่  ทำบันทึกข้อตกลงร่วมมือในครั้งนี้

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อมุ่งเน้นให้สถานศึกษาปฎิบัติตามพระราชบัญญัติในการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ในการทำสิ่งแวดล้อมให้ปลอดควันบุหรี่ ความสำเร็จที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จะส่งผลให้เกิดการป้องกันไม่ให้เกิดนักสูบบุหรี่หน้าใหม่ และคุ้มครองสุขภาพนิสิตนักศึกษา คณาจารย์ บุคลากร ทางการศึกษา นำไปสู่การสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่ในสถานศึกษาต่อไป

รศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย กล่าวว่ากลุ่มประชากรในสถาบันอุดมศึกษา เป็นกลุ่มใหญ่ที่มีความเสี่ยง และอยู่ในช่วงวัยที่อยากทดลองอะไรมากมาย ยิ่งมีอะไรใหม่ๆ ทั้งดีและไม่ดี นิสิตนักศึกษาก็อยากจะทดลอง

การรณรงค์และความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้ารณรงค์ให้ประชากรกลุ่มนี้ ซึ่งมีนักศึกษาประมาณ 1 ล้านคน จาก 160 กว่ามหาวิทยาลัย และมีคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ รวมๆ ประมาณ 2 แสนคน เกิดความตระหนักและลดการสูบบุหรี่ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากกลุ่มประชากรเหล่านี้ จะไปสื่อสารต่อ บอกคนใกล้ชิดให้รณรงค์ไปในทิศทางเดียวกัน

  •   ขับเคลื่อน 4 ด้าน  "สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาปลอดบุหรี่"

รศ.ดร.พาสิทธิ์  กล่าวต่อว่าอว.มีความยินดีอย่างยิ่งที่สนับสนุนโครงการนี้ และทำงามร่วมกับสธ.และสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติ เพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ จะดำเนินการขับเคลื่อนเรื่องนี้ร่วมกันใน 4 ด้าน คือ

1.ด้านนโยบาย จะมีการประกาศเป็นนโยบายสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาจะเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ และจัดการสิ่งแวดล้อมให้เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่  

2.จัดระบบหรือกิจกรรมให้บริการคัดกรอง บำบัด ฟื้นฟู หรือส่งต่อผู้ที่สูบบุหรี่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ทุกรูปแบบตามความเหมาะสม

3.ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมพัฒนาศักยภาพของบุคลากร และให้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ หรือปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ และจะมีการสอดแทรกในเนื้อหา  หรือหลักสูตรการเรียนการสอน การจัดความรู้ วิจัย และนวัตกรรม ในการขับเคลื่อนเรื่องนี้

4. สถาบันอุดมศึกษาจะปฎิเสธ การรับทุนอุปถัมภ์ หรือการสนับสนุนใดๆ จากผู้ประกอบธุรกิจยาสูบ และผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจยาสูบ

  • ลดเยาวชนสูบบุหรี่ นักสูบหน้าใหม่ ผู้ได้รับควันบุหรี่มือสอง 

ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ประธานสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติ เพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ กล่าวถึงการหนุนเสริมการขับเคลื่อนงานสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ ว่าสถาบันอุดมศึกษา เป็นหน่วยงานสำคัญ  ซึ่งสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติฯ ได้มีการจัดโครงการมหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่

โดยความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนที่ขยายวงกว้างมากขึ้น มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมจำนวนมาก  และมีผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญเรื่องนี้ เพราะอุปสรรคในการทำเรื่องบุหรี่ หลักๆ คือ ผู้บังคับบัญชา เนื่องจากถ้าหัวหน้าองค์กร ผู้บังคับบัญชาไม่จริงจัง ลดการสูบบุหรี่ การรณรงค์หรือการดำเนินการเรื่องนี้ได้ยาก

“บุหรี่ เป็นยาเสพติดที่ถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะจัดการเรื่องนี้ และการสูญเสียไม่ใช่เฉพาะคนที่สูบบุหรี่ แต่เป็นผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองร่วมด้วย ความร่วมมือครั้งนี้ หากทุกฝ่ายช่วยกัน เพื่อทำให้ทุกคนมีความรู้ และลดการสูบบุหรี่ เพื่อให้สุขภาพทุกคนได้ดีขึ้น” ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี กล่าว

Adblock test (Why?)


บุหรี่คร่าชีวิตคนไทย 72,000 ราย สูญมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละกว่า 2 แสนล้านบาท - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

No comments:

Post a Comment

นักวิชาการ มธ. เสนอกลไกทางเลือกแก้ PM 2.5 - ไทยโพสต์

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ม.ธรรมศาสตร์ แนะ ควรให้ ‘อำนาจสั่งการ’ คกก.อากาศสะอาด ดำเนินมาตรการข้ามหน่วยงาน พร้อม ‘บูรณาการงบประมาณ’ ตามภารกิจ...