Rechercher dans ce blog

Monday, January 29, 2024

หญิงไม่ชินทาง ขับรถเปิด GPS โผล่อีกทีบนสะพานไม้ ล้อตกร่องหวิดร่วงแม่น้ำยม - Kapook.com

          หญิงเปิด GPS ขับรถไปบ้านเพื่อน เชื่อเส้นทางขึ้นไปข้ามบนสะพานเก่าไม่ได้ใช้งานแล้ว พลาดล้อตกร่องหวิดร่วงลงแม่น้ำยม

          วันที่ 29 มกราคม 2567 ข่าวช่อง 3 รายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (28 มกราคม) เกิดเหตุคนขับรถเก๋งไปติดบนสะพานสลิงเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วในพื้นที่ ต.เวียงทอง อ.สูงเม่น จ.แพร่ จนทำให้ไม้พื้นสะพานหัก ล้อรถติดอยู่กลางสะพานแม่น้ำยมน่าหวาดเสียว ผู้พบเห็นจึงประสานตำรวจและหน่วยกู้ภัยสูงเม่น ออกตรวจสอบและช่วยเหลือ

          ที่เกิดเหตุเป็นสะพานสลิงโบราณ ยาวประมาณ 120 เมตร ข้ามแม่น้ำยม ระหว่างพื้นที่ ม.2 และ ม.9 ต.เวียงทอง โดยที่ฝั่ง ม.9 ห่างจากเสาสะพานมาประมาณ 15 เมตร พบรถเก๋งสีขาว ทะเบียน จ.เชียงราย จอดอยู่ระหว่างสะพาน ล้อหน้าด้านซ้ายหลุดลงไม้พื้นสะพานที่หัก ทำให้รถติดค้างบนสะพาน ไม่สามารถขับออกมาได้ เบื้องต้นทราบว่าคนขับเป็นคนต่างอำเภอ ไม่เคยเข้าพื้นที่มาก่อน เป็นผู้หญิงอายุ 38 ปี เจ้าตัวได้ลงจากรถมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน


          สอบถามคนขับทราบว่า เป็นคน อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่ เพิ่งเข้าพื้นที่ ต.เวียงทอง เป็นครั้งแรกเพื่อจะมาหาเพื่อน โดยเพื่อนปักหมุดบ้านให้แถวหัวสะพานเวียงทอง จึงขับรถมาตาม GPS ซึ่งขึ้นว่า หากข้ามสะพานแล้วจะถึงจุดหมาย จึงขับข้ามสะพานมาตาม GPS แต่เมื่อข้ามมาถึงพบว่า เป็นสวนเป็นป่า ไม่มีทางขึ้น จึงกลับรถหัวสะพาน แล้วขับจะข้ามกลับมาจุดเดิม แต่เมื่อมาได้ 15 เมตร ไม้บนสะพานหัก ล้อรถตกสะพานดังกล่าว

          เจ้าตัวยอมรับว่า ขณะขับรถมัวแต่มอง GPS โดยไม่เห็นว่ายังมีสะพานปูนอยู่ข้าง ๆ ห่างไป 30-40 เมตร ตอนข้ามก็เห็นว่ามันแข็งแรงและน่าจะมีคนข้าม จนกระทั่งมาประสบเหตุก็ตกใจ เพราะจุดที่เกิดเหตุอยู่กลางน้ำยม กลัวรถตกลงไป จึงออกจากรถมาขอความช่วยเหลือ ไม่รู้ว่าสะพานเส้นนี้ห้ามไม่ให้รถใหญ่ข้าม จึงอยากให้มีการเขียนป้ายติดไว้ เพราะกลัวคนอื่นจะเป็นแบบตนเอง


          ต่อมา ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกับพลเมืองดี นำรถไถ จำนวน 2 คัน เข้าทำการช่วยเหลือ โดยการชักลากให้ถอยกลับมายังฝั่งตลิ่ง ม.9 ก่อนจะลากจูงรถผ่านสวนของชาวบ้านขึ้นมาบนถนนได้สำเร็จ ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ท่ามกลางกองเชียร์ที่ดูเหตุการณ์อยู่เต็มสะพานและบริเวณตลิ่ง

          ด้านชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เผยว่า เห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับไปอย่างหวาดเสียว จะเตือนก็ไม่ทัน มาเห็นอีกทีก็ข้ามไปกลางสะพานแล้ว เมื่อเห็นว่ารถจะข้ามกลับมาก็ตั้งใจจะขี่รถไปห้าม แต่ก็ไม่ทัน รถคันนี้ก็ขับตกร่องไม้พื้นสะพานแล้ว จึงไปตามคนเข้าช่วยเหลือ ตามปกติสะพานแห่งนี้จะไม่ให้ใครผ่าน เพราะสร้างมาเกือบ 40 ปีแล้ว จะมีแค่รถซาเล้งเท่านั้นที่ข้ามไป จนวันนี้มีรถเก๋งข้ามก็ตกใจ โชคดีที่ไม่เกิดเหตุบานปลาย จากนี้จะช่วยประสานให้ท้องที่ทำป้ายเตือน เผื่อว่ามีคนอื่นไม่รู้ขับตาม GPS มาแล้วเกิดเหตุขึ้นอีก

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่อง 3

Adblock test (Why?)


หญิงไม่ชินทาง ขับรถเปิด GPS โผล่อีกทีบนสะพานไม้ ล้อตกร่องหวิดร่วงแม่น้ำยม - Kapook.com
Read More

รู้ก่อนซื้อ! PTTEP-TOP ดักทางปันผลเริด? ราคาน้ำมันดันไกลแค่ไหน - Post Today

     ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น "บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP" เปิดการซื้อขายเช้านี้(29 ม.ค.67) ล่าสุด เวลา 10.39 น. อยู่ที่ 149.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท คิดเป็น +0.34% โดยราคาขึ้นไปสูงสุด 151 บาท และลงต่ำสุด 149 บาท 

     ราคาหุ้น "บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP" อยู่ที่ 54.25 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท คิดเป็น +1.88% ราคาขึ้นไปสูงสุด 54.50 บาท และลดลงต่ำสุด 53.75 บาท

     ฝ่ายวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดวันศุกร์ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย +1% DoD ทำระดับสูงสุดของปี 2567 หรือสูงสุดรอบ 2 เดือน หนุนจากตัวเลข GDP 4Q66 ของสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ขยายตัว +3.3% YoY ดีกว่าที่ตลาดคาด +2%, มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน (ปรับลด RRR), ความเสี่ยง Geopolitical Risk เพิ่มขึ้นจากข่าวเรือขนส่งน้ำมัน Marlin Luanda ของอังกฤษ ขนส่ง Naphtha วัตถุดิบปิโตรเคมีของรัสเซียถูกโจมตีช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการโจมตีเรือขนส่งน้ำมันครั้งแรกของกลุ่มฮูตี ทำให้ Risk Premium ของราคาน้ำมันสูงขึ้น

     อีกทั้ง เปิดตลาดเช้านี้ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นต่อ หนุนจากกระแสข่าวว่าฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนถูกโจมตีด้วยโดรน ทำให้ทหาร 3 นายเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ทำให้ Geopolitical Risk เพิ่มขึ้น

     นอกจากนี้ ในช่วงสั้นราคาน้ำมันยังมีปัจจัยช่วยจำกัด Downside จากการประชุม JMMC หารือโควต้าการผลิตน้ำมันในวันที่ 1 ก.พ.67

Adblock test (Why?)


รู้ก่อนซื้อ! PTTEP-TOP ดักทางปันผลเริด? ราคาน้ำมันดันไกลแค่ไหน - Post Today
Read More

เลขา ป.ป.ช. ชี้ “เจ๋ง ดอกจิก” รับตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ถือเป็น จนท.รัฐ - ไทยรัฐ

เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยืนยัน “ศรีสุวรรณ” ยื่นเรื่อง ป.ป.ช. ไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวที่ถูกแฉเรียกรับเงิน เพราะ ป.ป.ช. ตรวจสอบตามหลักฐานความจริง แนะสื่อนำเสนอข่าวพอดี อย่าให้พื้นที่บุคคลมาก ชี้ “เจ๋ง ดอกจิก” รับตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ถือเป็น จนท.รัฐ

วันที่ 29 มกราคม 2567 นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ตกเป็นผู้ต้องหาเรียกรับเงินภรรยาอธิบดีกรมการข้าว ว่า เรื่องของนายศรีสุวรรณต้องแยกเรื่อง 2 เรื่อง คือ 1. เรื่องส่วนตัว ที่ถูกแฉว่าไปเรียกรับเงิน ก็เป็นเรื่องที่นายศรีสุวรรณต้องไปจัดการชี้แจงเอง

2. เรื่องที่นายศรีสุวรรณยื่นกับคำร้องให้ ป.ป.ช. ไปตรวจสอบ เรื่องมีหลายเรื่อง รับไว้ตรวจสอบ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับนายศรีสุวรรณ เพราะนายศรีสุวรรณมีสิทธิ์ร้องเรียนในฐานะประชาชนทั่วไป แต่มูลจะมีจริงหรือเปล่า คือหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบความผิด นายศรีสุวรรณจึงไม่มีผลใดๆ ไม่สามารถแทรกแซงได้

แม้คนติดคุก มีคดี หรือประชาชนทั่วไป ก็สามารถยื่นเรื่องมาได้ตลอด โดยพบว่าเรื่องที่ยื่นมานั้นกลั่นแกล้งก็มี สกัดขาตำแหน่งกันก็มี และ 70% พบว่าไม่มีมูลความจริงตามที่ผู้ร้องยื่น ส่วนอีก 30% พบว่ามีมูลและไต่สวนได้ จึงอยากฝากสื่อและสังคม อย่าไปให้ค่าน้ำหนักการนำเสนอข่าวคนพวกนี้เยอะ โดยเฉพาะคนที่ยื่นเพื่อกลั่นแกล้งคนอื่น พวกรับเงินมา อย่าไปนำเสนอพื้นที่สื่อให้ เพราะคู่กรณีที่ถูกร้องตรวจสอบ จะตกเป็นจำเลยสังคม แม้ยังไม่มีการตรวจสอบว่าเขาผิดจริง แต่สายตาและคำพูดในสังคมย่อมเกิดขึ้น เหมือนมีข้อครหา ทั้งที่ยังไม่ถูกตรวจสอบใดๆ และอธิบดีกรมการข้าวก็เหมือนกัน ได้รับความเสียหายถึงครอบครัว ทั้งที่ยังไม่มีการตรวจสอบความจริงแต่ตกเป็นจำเลยสังคม เนื่องจากว่ามีคนเอาเรื่องมาร้องเรียนและสื่อให้น้ำหนักการนำเสนอข่าวที่บุคคล 

เมื่อถามว่าในอนาคตจะมีการตรวจสอบสแกนคนอย่างไรบ้าง นายนิวัติไชย กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่สามารถที่จะสแกนได้ เพราะว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่ยื่นเรื่องร้องเรียนแต่ให้เชื่อมั่นว่าทาง ป.ป.ช.จะมีการตรวจสอบข้อมูลความจริงอย่างแน่นอน และบุคคลที่เคยถูกเรื่องร้องเรียน โดยมีนายศรีสุวรรณยื่นมานั้น ไม่จำเป็นต้องเข้ามาติดต่ออะไร เพราะการตรวจสอบจาก ป.ป.ช มีความยุติธรรมและโปร่งใสอย่างแน่นอน ส่วน นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ “เจ๋ง ดอกจิก” เมื่อได้รับแต่งตั้งในฐานะทางการเมืองแล้ว ในบทบาทของ ป.ป.ช. ก็ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถ้าหากไปเรียกรับเงินจริงก็มีความผิด ต้องมีการไต่สวนตรวจสอบ

Adblock test (Why?)


เลขา ป.ป.ช. ชี้ “เจ๋ง ดอกจิก” รับตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ถือเป็น จนท.รัฐ - ไทยรัฐ
Read More

Sunday, January 28, 2024

เวนิสเปิดงานพาเหรดคาร์นิวัลทางเรือ สีสันสุดตระการตา - ไทยรัฐ

เปิดงานพาเหรดคาร์นิวัลทางน้ำ สีสันแห่งนครเวนิส ของอิตาลี พร้อมไฮไลต์การแสดงทั่วเมืองเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดช่วงกว่า 2 สัปดาห์

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2567 ทางการเมืองเวนิส เปิดงานพาเหรดคาร์นิวัลทางน้ำ โดยมีเรือคาร์นิวัลที่เรียกว่า "เรือแพนเทกานา" หรือเรือหนู จำนวนหลายสิบลำที่ประดับประดาอย่างสวยงาม พร้อมนักแสดงสวมชุดวิจิตรตระการตา ล่องไปตามลำคลองแกรนด์คาแนล

นายลุยจิ บรูญญาโร นายกเทศมนตรีเมืองเวนิส กล่าวว่างานพาเหรดคาร์นิวัลทางน้ำของเมืองเวนิสจะมีไปจนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ โดยบอกว่าเวนิสเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความสุขและอิสระ ขณะเดียวกันผู้คนที่นี่ก็ต่างต้องการความสนุกสนาน และใครที่รักเวนิสก็ถือเป็นชาวเวนิสเช่นกัน

ทางด้านผู้จัดงานกล่าวว่า คาร์นิวัลทางน้ำปีนี้มาในธีม "สู่ตะวันออก การเดินทางที่น่าตื่นตาตื่นใจของมาร์โค โปโล" เพื่อแสดงความเคารพต่อนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองเวนิสในโอกาสครบรอบ 700 ปีการเสียชีวิตของเขา ขณะที่ในปีนี้จะมีการจัดแสดงทั่วทั้งเมือง ไม่ใช่แค่ในจัตุรัสเซนต์มาร์กเท่านั้น.

Adblock test (Why?)


เวนิสเปิดงานพาเหรดคาร์นิวัลทางเรือ สีสันสุดตระการตา - ไทยรัฐ
Read More

ซาอุดีอาระเบียสู่เสรีทางสังคม - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโลก..นั่นคือ “การเปิดเสรีทางสังคม” ในราชอาณาจักรอันเป็นที่ตั้งของสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม ด้วยเปิด “ร้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” แห่งแรกในรอบกว่า 70 ปี สอดคล้องแผนของ “มกุฎราชกุมารมุฮัมมัด บิน ซัลมาน” ที่ต้องการเปลี่ยนซาอุดีอาระเบีย กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว และเพื่อให้เศรษฐกิจมีความหลากหลายมากขึ้น

ทำให้ซาอุดีอาระเบีย มีโครงสร้างเศรษฐกิจหลากหลาย ลดความเสี่ยงการพึ่งพาน้ำมันดิบเพียงอย่างเดียว.!?

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่า ประเทศซาอุดีอาระเบีย เตรียมเปิดร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งแรกของประเทศ ที่ย่านอาส-ซาฟารัต (As-Safarat) ย่านการทูตในเมืองริยาด (Riyadh) เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย โดยร้านดังกล่าวถือเป็นร้านจำหน่ายแอลกอฮอล์แห่งแรกรอบกว่า 70 ปี นับตั้งแต่มีกฎหมายห้ามครอบครอง หรือจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในซาอุดีอาระเบีย เมื่อปี ค.ศ. 1952

การบริการร้านจำหน่ายแอลกอฮอล์แห่งนี้ จะเปิดให้บริการเฉพาะนักการทูต ที่ไม่ได้เป็นชาวมุสลิมเท่านั้น และมีการกำหนดเงื่อนไขการใช้บริการ เช่น ต้องเป็นผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 21 ปี ต้องมีการลงทะเบียนกับกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนเข้าใช้บริการ ต้องแต่งตัวให้เหมาะสมและไม่สามารถส่งตัวแทนมาใช้บริการแทนได้

โดยมีการจำกัดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละเดือน อยู่ที่ 240 คะแนนต่อเดือน ซึ่งเครื่องดื่มแต่ละชนิดจะคิดเป็นคะแนนไม่เท่ากัน คือ สุรา (เหล้า) 1 ลิตร คิดเป็น 6 คะแนน ไวน์ 1 ลิตร คิดเป็น 3 คะแนน และเบียร์ 1 ลิตร คิดเป็น 1 คะแนน

ส่วนบรรดาชาวต่างชาติ ที่ไม่ใช่นักการทูต..ยังไม่มีคำยืนยันจะเป็นลำดับถัดไปหรือไม่..!? 

ในอดีต “ซาอุดีอาระเบีย” มีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เป็นไปตามศาสนาอิสลาม และมีการประนีประนอมให้สามารถจำหน่ายได้บ้าง

แต่พอเกิดเหตุการณ์ “เจ้าชายมิชารี บิน อับดุลอาซิซ อัล-ซาอูด” มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย (ขณะนั้น) ยิงนายซีริล อุสมาน รองกงสุลอังกฤษ จนเสียชีวิต เมื่อปี ค.ศ. 1951 เนื่องจากรองกงสุลอังกฤษคนดังกล่าว ปฏิเสธที่จะเทเครื่องดื่มให้พระองค์ในงานเลี้ยง..!!

จึงทำให้ “กษัตริย์อับดุลอาซิซ” ทรงสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยสิ้นเชิง หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ต่อมา “เจ้าชายมิชารี” ถูกตัดสินว่ามี “ความผิดฐานฆาตกรรม”

สำหรับบทลงโทษเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  เมื่ออยู่ในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ทั้งบริโภคหรือครอบครองเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เริ่มตั้งแต่การถูกสั่งปรับ จำคุก เฆี่ยนในที่สาธารณะและเนรเทศ

จุดเริ่มต้นการเปิดร้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แห่งแรกครั้งนี้ เริ่มจากเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ที่ต้องการเปิดประเทศ ที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมแบบเข้มข้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและธุรกิจ และเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาประเทศ ภายใต้ Saudi Vision 2030

ที่ผ่านมา..เริ่มทยอยผ่อนคลายกฎระเบียบบางอย่าง อาทิ การเปิดประเทศสำหรับการท่องเที่ยว ที่ไม่ใช่ศาสนา การจัดคอนเสิร์ต การอนุญาตให้ผู้หญิงขับรถ การแยกชายและหญิงในที่สาธารณะ การกำหนดให้ผู้หญิงสวมเสื้อคลุมสีดำ หรืออาบายา และการปราบปรามผู้เห็นต่างและคู่แข่งทางการเมือง..

โดยแผน Saudi Vision 2030 รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมท้องถิ่น และการเป็นศูนย์กลาง ด้านโลจิสติกส์ และมีเป้าหมายจะเพิ่มการจ้างงานให้คนในประเทศมากขึ้น

นี่คือปฐมบทการเจือจางแนวคิด “อนุรักษ์นิยมแบบเข้มข้น” เพื่อสร้างพัฒนาการทางเศรษฐกิจ ที่มีพลวัตการเปลี่ยนแปลงรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา

Adblock test (Why?)


ซาอุดีอาระเบียสู่เสรีทางสังคม - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์
Read More

BRICS รับสมาชิกใหม่ หยุดอิทธิพล สหรัฐ - ชาติตะวันตก ทางภูมิรัฐศาสตร์ได้จริง? - กรุงเทพธุรกิจ

Key Points : 

  • หลังบริกส์รับสมาชิกใหม่ 5 ประเทศ หากคาดการณ์ถูกต้อง จะได้เห็นขนาดและความสำคัญทางเศรษฐกิจ G7 ค่อยๆ ลดลงในช่วงหลายทศวรรษข้างหน้า ขณะที่เศรษฐกิจกลุ่มบริกส์จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
  • สิ่งที่สำคัญพอๆกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ นั่นคือ บริกส์เป็นการรวมตัวที่เป็นมากกว่าเวทีทางเศรษฐกิจ โดยพวกเขามุ่งมั่นสร้าง “ระเบียบระหว่างประเทศ” ให้มียุติธรรมมากขึ้น รวมทั้ง “การฟื้นฟูและปฏิรูประบบพหุภาคี” ขึ้นใหม่

  • การรับสมาชิกใหม่ หวังสร้างน้ำหนักทางการเมือง ด้วยความเชื่อที่ว่า ความก้าวหน้าและการพัฒนาของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ถูกชาติตะวันตกสกัดดาวรุ่งไว้ โดยการอ้างระเบียบโลก เศรษฐกิจ และการเมืองที่มีชาติตะวันตกเป็นศูนย์กลาง

  • การขยายอำนาจทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงเชิงกลยุทธ์ทางภูมิศาสตร์ของบริกส์ กำลังเผชิญความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์หลายประการ ในท้ายที่สุดบริกส์จะปรับสมดุลอำนาจโลกให้เป็นไปตามที่พวกเขาพอใจได้มากน้อยเพียงใด

กลุ่มบริกส์ หรือประเทศกำลังพัฒนาและเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว (BRICS) เดินหน้าตามแผนรับสมาชิกใหม่เพิ่ม ในเดือน ม.ค. 2567 ตามที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ประชุมผู้นำบริกส์ ที่นครโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ปีที่แล้ว

เหตุการณ์สำคัญนี้ จะต้องจารึกไว้ใน “ประวัติศาสตร์บริกส์"  ถึงการรับสมาชิกใหม่ 5 ประเทศได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่าน อียิปต์ และเอธิโอเปีย (อาร์เจนตินาได้รับเชิญเข้าร่วมบริกส์ แต่ฆาบิเอร์ มิลเลอิ ประธานาธิบดีใหม่ปฏิเสธข้อเสนอ ตามที่รัฐบาลอาร์เจนตินาชุดก่อนหน้าดำเนินการตกลงไว้)

ขณะนี้บริกส์ได้รับการยืนยันว่า ประเทศสมาชิกใหม่ จะส่งเจ้าหน้าที่ร่วมประชุมเตรียมการประชุมบริกส์ครั้งต่อไป ที่จะจัดขึ้น ณ กรุงมอสโก ในวันที่ 30 ม.ค. 2567 นี่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของพันธมิตรกลุ่มบริกส์

เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว สมาชิกบริกส์ปัจจุบัน ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ได้เชิญ 6 ประเทศเข้าร่วม ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมาย เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ของโลก กับผู้บริโภครายใหญ่ของประเทศกำลังพัฒนา เข้าด้วยกัน 

ปัจจุบัน บริกส์ในฐานะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีการเติบโตสูง คิดเป็น 26% ของ GDP โลก และมีประชากรรวมกัน 40.8% ของประชากรโลก

ผู้นำบริกส์ ส่งสัญญาณ  G7

มุมมองทางการทูต เกี่ยวกับการประชุมผู้นำบริกส์ เป็นเวทีให้สมาชิกพบปะหารือในประเด็นที่เชื่อว่า มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ ขณะเดียวกันก็แสดงในเชิง “สัญลักษณ์” และ “สัญญาณ” ไปยังชาติตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้นำ G7 ว่า พวกเขาไม่อาจควบคุมระเบียบโลก และความเป็นไปทางเศรษฐกิจ เพียงผู้เดียวอีกต่อไป

สิ่งสำคัญพอๆกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจของบริกส์ นั่นคือ บริกส์เป็นการรวมตัวที่เป็นมากกว่า "เวทีทางเศรษฐกิจ" โดยพวกเขามุ่งมั่นสร้าง “ระเบียบระหว่างประเทศ” ที่มียุติธรรมมากขึ้น รวมทั้ง “การฟื้นฟูและปฏิรูประบบพหุภาคี” ขึ้นใหม่

แม้แนวทางการสร้างความยุติธรรม และจะปฏิรูปในด้านใดบ้างยังไม่ชัดเจน แต่ภาพรวมจะเห็นว่า บริกส์มุ่งหวังทำหน้าที่ถ่วงดุลอำนาจ และหยุดยั้งการครอบงำทางเศรษฐกิจและการเมืองจากชาติตะวันตก บนสนามการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์

เทียบไซต์ ศก. บริกส์ กับ G7

มุมมองทางเศรษฐกิจ หลังบริกส์รับสมาชิกใหม่ในปีนี้ จะเพิ่มมูลค่า GDP สูงขึ้น 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าทางเศรษฐกิจของกลุ่มบริกส์ รวมกันอยู่ที่ 28.5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 28.1% ของผลผลิตทั่วโลก เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศ G7 ยังคงถือครองผลผลิตทั่วโลก คิดเป็น 43.2% ของโลก

หากคาดการณ์ถูกต้อง จะได้เห็นขนาดและความสำคัญทางเศรษฐกิจ G7 ค่อยๆ ลดลงในช่วงหลายทศวรรษข้างหน้า ขณะที่เศรษฐกิจกลุ่มบริกส์จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของสมาชิกใหม่ เช่น อียิปต์และเอธิโอเปีย คาดภายในปี 2593 จะมี GDP เติบโตถึง 635% และ 1,170% ตามลำดับ

โกลแมนแซคคาดการณ์ GDP ของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำในปี 2593 และ 2618 โดยมีหน่วยเป็นล้านล้านดอลลาร์ ดังนี้

BRICS รับสมาชิกใหม่ หยุดอิทธิพล สหรัฐ - ชาติตะวันตก ทางภูมิรัฐศาสตร์ได้จริง?

บริกส์ ต้านระเบียบโลกของชาติตะวันตก

บริกส์ไม่ได้จำกัดความมุ่งมั่นในการรวมกลุ่มไว้เพียงวาระทางเศรษฐกิจ แต่ใช้ประโยชน์จากความเป็นกลุ่มที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มน้ำหนักทางการเมือง ด้วยความเชื่อที่ว่า ความก้าวหน้าและการพัฒนาของประเทศเกิดใหม่ ถูกชาติตะวันตกสกัดดาวรุ่งไว้ ด้วยการอ้างระเบียบโลก เศรษฐกิจ และการเมืองที่มีชาติตะวันตกเป็นศูนย์กลาง

"บริกส์อ้างเหตุผลการเพิ่มความมีส่วนร่วม  หวังปรับสมดุล และต่อต้านระเบียบโลกที่ชาติตะวันตกกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ ควบคู่ไปกับบริกส์พยายามสถาปนากลุ่มความร่วมมือตนเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น"

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลดพึ่งพาธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ตลอดจนสถาบันการเงินต่างๆ ของยุโรปและอเมริกาในอดีต  ซึ่งมักถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องขาดความโปร่งใส

ดังนั้นบริกส์จึงได้ก่อตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ขึ้นในปี 2558 เพื่อระดมทรัพยากรสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นที่ 1 แสนล้านดอลลาร์ โดยภายในปี 2565 ธนาคารได้มอบเงินจำนวน 3.28 หมื่นล้านดอลลาร์ให้กับ 96 โครงการที่ได้รับอนุมัติ เพื่อสร้างถนน 15,700 กม. สะพาน 850 แห่ง และเครือข่ายเส้นทางรถไฟ 260 กม.

สกุลเงินบริกส์ บนบัลลังก์เมฆ

แม้ว่า สมาชิกบริกส์บางประเทศกระตือรือร้นจะปฏิรูประบบการเงินระหว่างประเทศ และท้าทายความครอบงำจากเงินดอลลาร์ แต่ก็อีก ยังไม่ชัดเจนว่าจะบรรลุความสำเร็จได้อย่างไร ท่ามกลางความพยายามสร้างสกุลเงินบริกส์

แม้ในทางทฤษฎีจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์ แต่การเปลี่ยนมาใช้สกุลเงินบริกส์ทั้งระบบ จะต้องใช้เวลาหลายปี เนื่องจากระบบเศรษฐกิจมหภาค “ขาดการบรรจบ” เข้าด้วยกัน สิ่งนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อสกุลเงินทั่วไปที่ประสบความสำเร็จ

“ดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลเงินเดียวที่มีการซื้อขายกันมากที่สุด คิดเป็น 90% ของธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทั้งหมด” ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ระบุ ซึ่งทำให้เห็นว่า เส้นทางการแทนที่สกุลเงินดอลลาร์ต้องใช้เวลา และการโค้นดอลลาร์ลงจากบัลลังก์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

วัดอำนาจ ภายในกลุ่มบริกส์

การขยายอำนาจทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงเชิงกลยุทธ์ทางภูมิศาสตร์ของบริกส์ กำลังเผชิญกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์หลายประการ ในท้ายที่สุด สมาชิกบริกส์จะปรับสมดุลอำนาจโลกให้เป็นไปตามที่พวกเขาพอใจได้มากน้อยเพียงใด

ประการแรก ถ้ามองภาพรวมการพึ่งพาทางเศรษฐกิจ อาจไม่ต้องสงสัยเลยว่า อำนาจบริกส์อยู่ที่ประเทศใด ตามรายงานพบว่า เศรษฐกิจจีนที่มีมูลค่า 17.9 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 62.9% ของกลุ่มบริกส์ แต่การพึ่งพาทางเศรษฐกิจประเทศใดประเทศหนึ่งในกลุ่มมากไป อาจสร้างปัญหา และทำให้จีนมีอำนาจเหนือกว่าสมาชิกอื่นๆในกลุ่ม ขณะเดียวกัน การที่เศรษฐกิจอินเดียเติบโตอย่างมีพลวัต ก็กลายเป็นคำถามภายในกลุ่มบริกส์ด้วย

ยกตัวอย่าง อินเดียมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของบริกส์ แต่เศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่กว่า 5 เท่าในแง่ของ GDP ดังนั้นอาจเกิดความสงสัยเกี่ยวกับ “ความเท่าเทียมกัน” ของแต่ละประเทศสมาชิกและ “การเคารพซึ่งกันและกัน” ภายในกลุ่มบริกส์

แต่ท้ายที่สุดแล้ว การเจรจาทางการเงิน จะทำให้จีนมีขอบเขตอำนาจมากขึ้น ในการแสดงความเป็นผู้นำต่อมุมมองของโลก และตีความระบบธรรมาภิบาลระดับโลก ที่จะต้องได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่

BRICS รับสมาชิกใหม่ หยุดอิทธิพล สหรัฐ - ชาติตะวันตก ทางภูมิรัฐศาสตร์ได้จริง?

บริกส์ เผชิญสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ประกอบกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ระหว่างจีนและสหรัฐ เป็นผลจากบริษัทชั้นนำได้ลดการลงทุนในจีน ดังที่เห็นในรายงานของ FDI ระบุว่า การลงทุนลดลงอย่างมากจาก 1.89 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบเป็นรายปี เหลืออยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2566

ยิ่งไปกว่านั้น หนี้สินจากการลงทุนโดยตรงแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนต่างชาติกำลังนำเงินกำไรส่งกลับประเทศอย่างรวดเร็ว และย้านฐานออกจากตลาดจีน ซึ่งยังเป็นแนวโน้มให้เห็นในระยะยาวหรือไม่นั้นต้องติดตามต่อไป

สรุปแล้ว ในระยะสองสามปีนี้จะได้เห็นกลุ่มบริกส์ขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็ง แต่การดำเนินกลยุทธ์ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอ่อนแอ ท่ามกลางความพยายามของบริกส์ที่ต้องการปรับสมดุลระเบียบโลกใหม่

หากแต่ความแตกต่างทางระบบการเมือง วัฒนธรรม การปกครองที่หลากหลาย ทั้งระบอบประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์ และระบบกษัตริย์ เผยให้เห็นถึงความยากลำบากเพื่อให้บรรลุจุดร่วมกัน ในการสร้างธรรมาภิบาลใหม่ระดับโลก

ทางตรงกันข้าม การครอบงำโดยชาติตะวันตกก็ถูกต่อต้านจากกลุ่มบริกส์มากขึ้น แม้ไม่อาจปรับเปลี่ยนได้ทันที แต่การดำเนินการของบริกส์อย่างมียุทธศาสตร์จะค่อยๆ เป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ที่ชาติตะวันตกไม่อาจครอบงำกลุ่มบริกส์ได้

ที่มา : Geopoliticalmonitor , Bloomberg

Adblock test (Why?)


BRICS รับสมาชิกใหม่ หยุดอิทธิพล สหรัฐ - ชาติตะวันตก ทางภูมิรัฐศาสตร์ได้จริง? - กรุงเทพธุรกิจ
Read More

ทร. เตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค "ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ 27 ต.ค.นี้ - ไทยรัฐ

งานใหญ่ กองทัพเรือ เตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 ก.ค. 67 โดย "ในหลวง-พระราชินี" เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน วัดอรุณฯ 27 ต.ค. นี้ โดยใช้เรือพระราชพิธี 52 ลำ กำลังพลประจำเรือ 2,200 นาย และจะเปิดฝึก 12 ก.พ. นี้


เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 67 ที่อาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ครั้งที่ 1/2567 โดยมี คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคและคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี (คตร.) เข้าร่วมประชุม


ตามที่สำนักพระราชวัง มีหนังสือแจ้งให้ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม การพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567 ในการนี้รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ขึ้น เพื่อกำหนดแนวทางและแผนการดำเนินการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินดังกล่าว ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับการบรรจุไว้ ในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค


สำหรับการประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมครั้งแรกของคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เพื่อเป็นการกำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงานจัดเตรียมความพร้อมของขบวนพยุหยาตราทางชลมารคประจำปี 2567 รวมถึงเป็นไปตามแผนงานที่ได้มีการกำหนดไว้ โดย ผู้บัญชาการทหารเรือ 

ได้มีคำสั่งกองทัพเรือ แต่งตั้งคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี (คตร.) ในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมี พลเรือโท วิจิตร ตันประภา รองเสนาธิการทหารเรือ สายงานกำลังพล เป็นประธานกรรมการ มีหน้าที่ในการวางแผนอำนวยการกำกับการ และดำเนินการเตรียมการ จัดขบวนเรือพระราชพิธีให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย สำหรับรูปแบบ การจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ใช้เรือพระราชพิธีจำนวนทั้งสิ้น 52 ลำจัดขบวนเป็น 5 ริ้วความยาว 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร โดยใช้กำลังพลประจำเรือในขบวนเรือพระราชพิธีจำนวนทั้งสิ้น 2,200 นาย


ในส่วนของแผนปฏิบัติงานการเตรียมความพร้อมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในส่วนของกองทัพเรือ ได้แบ่งการเตรียมความพร้อมออกเป็น 6 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย

1.  การเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลและการฝึกซ้อมฝีพาย จะเริ่มมีการจัดกำลังพลประจำเรือตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา โดยจะจัดให้มีการฝึกครูฝึกฝีพาย ในระหว่างวันที่ 12 กุมภาพันธ์ - 8 มีนาคม 2567 จากนั้นจะจัดให้มีการฝึกฝีพายบนเขียง ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม - 16 พฤษภาคม 2567 และการฝึกฝีพายในหน่วย ในเรือ ในน้ำ ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม - 30 กรกฎาคม 2567


2.  การซ่อมทำเรือพระราชพิธีและการเตรียมท่าเทียบเรือ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ดำเนินการสำรวจและซ่อมทำเรือพระที่นั่ง เรือรูปสัตว์ เพื่อส่งให้กรมศิลปากรตกแต่งตัวเรือ พร้อมทั้งซ่อมทำเรือดั้งเรือแซงให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 เมษายน 2567 รวมทั้งหมดซ่อมทำโป๊ะเรือ ท่าเทียบเรือ ปักเสาผูกเรือพระราชพิธีและวางทุ่นให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย


3.  การแต่งบทเห่เรือจำนวน 4 บท โดย พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย ประกอบด้วย บทเห่เรือพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาจำนวน 1 บท และบทเห่เรือพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินจำนวน 3 บทเพื่อใช้ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาและงานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค


4.  การฝึกซ้อมขบวนเรือในแม่น้ำประกอบด้วยการซ้อมย่อย 10 ครั้ง การซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง และซ้อมเพื่อเก็บความเรียบร้อยอีก 1 ครั้ง


5.  งานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ใน วันที่ 27 ตุลาคม 2567


6.  การสำรวจ จัดเก็บเรือ และสรุปผลการปฏิบัติ


ทั้งนี้การเตรียมการต่างๆ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการ ฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ได้เน้นย้ำคณะกรรมการในส่วนต่างๆ รวมถึงผู้แทนหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมให้ดำเนินการในการเตรียมความพร้อมเพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างามและสมพระเกียรติ รวมถึงขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุนการเตรียมความพร้อมในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในช่วงการฝึกซ้อม 

ทั้งการซ้อมย่อย การซ้อมใหญ่ และงานพระราชพิธีในวันจริง ซึ่งกำหนดไว้ในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567 โดยกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้เป็นอันดับแรก คือการฝึกครูฝึกฝีพายเรือพระราชพิธีซึ่งจะมีการเปิดการฝึก ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 ณ แผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธี

Adblock test (Why?)


ทร. เตรียมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค "ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ 27 ต.ค.นี้ - ไทยรัฐ
Read More

นักวิชาการ มธ. เสนอกลไกทางเลือกแก้ PM 2.5 - ไทยโพสต์

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ม.ธรรมศาสตร์ แนะ ควรให้ ‘อำนาจสั่งการ’ คกก.อากาศสะอาด ดำเนินมาตรการข้ามหน่วยงาน พร้อม ‘บูรณาการงบประมาณ’ ตามภารกิจ...